โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีดูแล "รอยสักใหม่" ให้สีสดคมชัด เจาะลึกขั้นตอนดูแลรอยสักตั้งแต่วันแรก

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
คู่มือคนรักรอยสัก! 5 ระยะการดูแลหลังสักเสร็จ พร้อมข้อห้ามวิกฤตที่คนมีรอยสักต้องจำให้ขึ้นใจ

คู่มือคนรักรอยสัก! 5 ระยะการดูแลหลังสักเสร็จ พร้อมข้อห้ามวิกฤตที่คนมีรอยสักต้องจำให้ขึ้นใจ

ในปัจจุบันศิลปะการสักลายกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เปิดกว้างและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มักจะเจอคนที่มีรอยสักสวย ๆ บ่งบอกสไตล์ของตัวเอง ซึ่งสำหรับคนที่กำลังสนใจจะสัก การเลือกช่างที่มีฝีมือตรงใจถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะลวดลายนี้จะอยู่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต

ทว่าสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันและเป็นตัวกำหนดว่าลายสักของคุณจะรอดหรือร่วงก็คือ "การดูแลรอยสักหลังจากสักเสร็จ" เพราะต่อให้ช่างจะสักมาสวยระดับเทพขนาดไหน แต่ถ้าดูแลไม่ดีในช่วงแผลลอก ลายสักสุดรักก็อาจจะพังยับเยิน สีแหว่ง หรือติดเชื้อได้ง่าย ๆ

วันนี้เรามีคู่มือการดูแลแผลรอยสักแบบละเอียดในแต่ละระยะ พร้อมข้อห้ามและคำเตือนสำคัญที่จะช่วยให้รอยสักของคุณคงความสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และขับสีสันให้สวยเด่นชัดอยู่เสมอ ไม่หลุดหายไประหว่างลอกมาฝากกัน

iStockphoto

เปิดคัมภีร์ 5 ระยะการฟื้นฟูผิวและการดูแลรอยสักใหม่

แผลจากการสักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในแต่ละสัปดาห์ เจ้าของรอยสักจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดดังนี้:

1. ช่วง 2 วันแรกหลังสักเสร็จ (ระยะล้างคราบแผล)

ในวันแรกแผลจะมีคราบเลือดและน้ำเหลืองซึมออกมา ถือเป็นเรื่องปกติ วิธีทำความสะอาดคือให้ใช้น้ำอุ่นราดบนรอยสักอย่างเบามือ ใช้มือวักน้ำราดเบา ๆ ห้ามเปิดน้ำจากฝักบัวให้ไหลผ่านแผลโดยตรง และห้ามแช่รอยสักในน้ำเด็ดขาด จากนั้นใช้นิ้วมือถูคราบสกปรกออกอย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดเพราะจะทำให้แผลอักเสบและเกิดสะเก็ดหนา

คำเตือนวิกฤต: ห้ามใช้สบู่ทั่วไปและแอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดแผลรอยสักใหม่เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสารเคมีจะกัดทำลายผิวและหมึกจนต้องบอกลารอยสักสวย ๆ ทันที หากต้องการฆ่าเชื้อให้ใช้น้ำเกลือแทน

2. ช่วงรอยสักเริ่มแห้ง (ระยะฟื้นตัว)

ผิวบริเวณแผลจะเริ่มแห้งตึงและอาจมีสีคล้ำขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าผิวหนังกำลังรีเพียร์ตัวเอง ในระยะนี้ควรล้างแผลวันละ 1-2 ครั้ง และเริ่มทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น โดยต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ อย่างเคร่งครัด

  • ไอเทมแนะนำ: ผลิตภัณฑ์ประเภท บี แพนเธน (Bepanthen) ช่วยสมานผิวได้ดี
  • สิ่งที่ไม่แนะนำ: วาสลีน (Vaseline) เนื่องจากเนื้อเจลลี่ที่หนาเกินไปจะไม่ได้ช่วยสร้างความชุ่มชื้นในชั้นผิว แถมอาจทำให้หมึกสีละลายและจางลงได้

3. ช่วงสะเก็ดบางเริ่มขึ้น (ระยะเริ่มคัน)

อาการบวมแดงจะลดลง และเริ่มมีสะเก็ดแผลบาง ๆ เคลือบผิว สิ่งที่ต้องย้ำเตือนตัวเองคือ "ห้ามแกะสะเก็ดแผลเป็นอันขาด" เพราะการแกะจะดึงเอาเนื้อหมึกที่ยังไม่เซ็ตตัวหลุดออกมาด้วย ทำให้สีแหว่งและเกิดแผลเป็นนูน ในช่วงนี้ให้ทำความสะอาดวันละ 1-2 ครั้งและทาครีมสม่ำเสมอ เพราะผิวจะเริ่มมีอาการคันมากขึ้นเรื่อย ๆ

4. ช่วงสะเก็ดแผลแข็งตัว (ระยะคันขั้นสุด)

สะเก็ดแผลจะเริ่มแข็งและค่อย ๆ หลุดลอกออกมาเองตามธรรมชาติ ระยะนี้จะสร้างความท้าทายมากเพราะจะมีอาการคันยิบ ๆ ตลอดเวลา ย้ำว่า ห้ามแคะ แกะ หรือดึงสะเก็ดที่เผยออยู่เด็ดขาด ให้ปล่อยมันหลุดไปเอง และสามารถทาครีมบำรุงผิวบาง ๆ ซ้ำได้วันละหลายครั้งเพื่อช่วยบรรเทาอาการคัน

5. ช่วงสะเก็ดลอกหมด (ระยะหนังแก้ว)

เมื่อสะเก็ดหลุดออกหมดแล้ว ผิวชั้นบนจะมีลักษณะเป็น "หนังแก้ว" ซึ่งเป็นเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลงเหลืออยู่ มันจะค่อย ๆ ลอกหลุดออกไปเองในภายหลัง ในช่วงนี้ผิวอาจจะดูแห้งและหมองคล้ำเล็กน้อย ให้ขยันทาครีมบำรุงต่อไป ทั้งนี้ ผิวหนังชั้นในจะใช้เวลาฟื้นฟูยาวนานหลายเดือน โดยรอยสักจะสวยสมบูรณ์และสีสดเข้าที่ที่สุดหลังจากสักประมาณ 3 เดือน

iStockphoto

สรุปข้อควรระวังและสิ่งบันทึกห้ามทำจนกว่าแผลจะหายดี

เพื่อความปลอดภัยของผิวหนังและรักษาสภาพของงานศิลปะบนร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุด ควรปฏิบัติตามข้อห้ามเหล่านี้อย่างเคร่งครัด:

สิ่งที่ไม่ควรทำ (ทำแล้วลายพัง/เสี่ยงติดเชื้อ) สิ่งที่ควรทำ (ช่วยให้แผลหายไว) • ห้ามเช็ดแผลแรง ๆ, แคด แกะ หรือเกาบริเวณสะเก็ดแผล • วักน้ำอุ่นล้างแผลอย่างเบามือ 1-2 ครั้งต่อวัน • ห้ามให้แผลสัมผัสสบู่, แอลกอฮอล์ และห้ามทาครีมกันแดดทับแผลใหม่ • ใช้ "น้ำเกลือ" แทนหากต้องการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ • ห้ามว่ายน้ำ, แช่น้ำ หรืออาบน้ำร้อนจัด (อย่างน้อย 2 สัปดาห์) • ทาครีมสูตรอ่อนโยนไร้น้ำหอม (เช่น บีแพนเธน) เพื่อลดอาการคัน • ห้ามออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือใส่เสื้อฟิตรัดแน่น • ใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ สบาย ๆ ที่ช่วยพรางและปกป้องแผลจากแสงแดด

สุดท้ายนี้ ในระหว่างกระบวนการรักษาแผล หากคุณพบสัญญาณเตือนของการติดเชื้อ เช่น แผลมีอาการบวมแดงเป็นวงกว้างไม่ยอมลด, รู้สึกร้อนผ่าวที่ผิวหนังตลอดเวลา, มีหนองสีเหลืองหรือเขียวไหลเยิ้ม หรือมีไข้ขึ้นสูง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายและทำลายผิวหนังบริเวณรอยสักอย่างถาวร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...