เปิดคำสารภาพ “ไอ้ฮู้ด” รับจ้าง 6 หมื่น แพ็คเฮโรอีนยัดกระเป๋าช้าง ส่งแอร์สาวก่อนชิ่งหนีไปพิษณุโลก
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรและตำรวจออสเตรเลียตรวจพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าจำนวนหนึ่ง ภายในกระเป๋าเดินทางของนางสาวมีนา สาวแอร์โฮสเตส จึงตรวจยึดและจับกุมนางสาวมีนา ผู้ครอบครองกระเป๋าเดินทาง พร้อมดำเนินการสอบสวน
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ ผบช.ประจำ ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รับผิดชอบงานยาเสพติด พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 และ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. จัดทีมชุดปฏิบัติการพิเศษยาเสพติดและชุดศูนย์ยา บช.น. (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับ บช.ปส. แกะรอยเครือข่าย
ต่อมา ชุดเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มแขนยาวมีฮู้ด โดยสารมากับรถยนต์สีเข้ม จึงติดตามรถยนต์คันดังกล่าว พบชายอายุ 59 ปี ภูมิลำเนา จ.พระนครศรีอยุธยา ให้การว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวในวันที่นำส่งพัสดุที่คอนโดของแอร์สาว โดยให้การสอดคล้องกันว่ามีชายอีก 1 คน สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มแขนยาวมีฮู้ดนั่งมาด้วย และเป็นผู้นำพัสดุลงไปส่ง เจ้าหน้าที่จึงมุ่งเป้าติดตามชายรายดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดน่าน เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จึงเปิดปฏิบัติการบูรณาการไล่ล่าร่วมหลายหน่วยงาน สนธิกำลัง อาทิ ศอ.ปส.ตร. ศอ.ปส.บช.น. บช.ปส. สืบสวน ภ.6 และ สส.ภ.จว.พิษณุโลก ลงพื้นที่ติดตามเส้นทางหลบหนีของผู้ต้องหารายนี้ หลังได้รับข้อมูลข่าวสารว่าจะหลบหนีออกนอกประเทศ กระทั่งสามารถติดตามพบตัวขณะเปิดห้องพักใกล้สถานีขนส่งพิษณุโลก จึงควบคุมตัวสอบปากคำเบื้องต้น ก่อนให้การถึงจุดเก็บยาเสพติดและจุดที่นำของกลางไปทำลายก่อนหลบหนี
คุมตัวขยายผล! บช.น. แจ้งข้อหาหนักชายส่งกล่องเฮโรอีนให้แอร์สาว เจ้าตัวเปิดปากไม่รู้จักกัน…
กระทั่งวันนี้ (4 ก.ค.) เวลาประมาณ 15.30 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน นำหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขที่ 139/2569 ลงวันที่ 4 ก.ค. 69 เข้าตรวจค้นห้องพักใน ต.กะมัง จ.พระนครศรีอยุธยา และอีกหลายจุดที่นายอุทัยนำของกลางไปทำลาย โดยพบพยานหลักฐานสำคัญหลายรายการ อีกทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังตรวจพบสารเสพติดประเภทเฮโรอีน จึงตรวจเก็บพยานหลักฐาน ทั้งพยานวัตถุและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด ก่อนนำตัวนายอุทัยส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า ปฏิบัติการไล่ล่าในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบด้านยาเสพติด ซึ่งประสานการทำงานกันอย่างรวดเร็ว จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและแกะรอยเครือข่ายยาเสพติดได้ ถือเป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการที่สามารถทำลายขบวนการซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อเตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สาม
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง ผอ.ศอ.ปส.บช.น. กล่าวว่า นายอุทัยรับสารภาพว่าเป็นผู้ไปรับยาเสพติดที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ ก่อนนำมาใส่ในกระเป๋าลายช้างขนาด 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และขนาด 2 ตัว จำนวน 6 ใบ ซึ่งภายในบรรจุยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้าง 60,000 บาท จากนั้นนำยาเสพติดมาแพ็กตามออร์เดอร์ที่ได้รับ โดยบรรจุลงในกล่องพัสดุจำนวน 2 กล่อง เพื่อรอนำไปส่งตามที่ผู้ว่าจ้างส่งที่อยู่มาให้
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ได้เรียกรถยนต์โตโยต้า ยาริส ไปส่งพัสดุในพื้นที่ซอยเสือใหญ่และย่านบางนา กรุงเทพมหานคร โดยวันดังกล่าวสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน สวมแว่นตา และสวมรองเท้าแตะกับถุงเท้าสีขาว เมื่อนำพัสดุไปวางเรียบร้อยแล้วจึงกลับขึ้นรถและเดินทางกลับหอพักใน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนหลบหนีเมื่อทราบข่าวว่าสาวแอร์ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย
ทั้งนี้ นโยบาย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จัดชุดปราบปรามยาเสพติดฝีมือดี นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. (กำกับงานยาเสพติด) เปิดปฏิบัติการไล่ล่าเครือข่ายซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุและส่งออกไปยังต่างประเทศโดยทันที ให้ขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมนำทีมนักสืบมือดีของ บช.น. และ บช.ปส. ปูพรมลงพื้นที่ติดตามจับกุม