โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกนัฏชูโซลาร์เซลล์ หนุนเกษตรกรขอนแก่น เสริมรายได้เกษตรกร

SpringNews

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านพลังงานในระดับชุมชนและระดับประเทศ

คณะได้เยี่ยมชมโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ให้การสนับสนุนบ่อบาดาลพร้อมระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 3×4 เมตร จำนวน 1 โรง เพื่อใช้สำหรับแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตร

โครงการดังกล่าวมีสมาชิกที่ได้ใช้ประโยชน์จำนวน 44 คน โดยมีการเพาะปลูกผักยกแคร่แบบโดม อาทิ หอม ชีหอม สลัด และพริก ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิต ลดระยะเวลาในกระบวนการผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากนั้น คณะได้เดินทางไปรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าน้ำพอง โดยมีนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ให้การต้อนรับ

โรงไฟฟ้าน้ำพองเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมขนาดใหญ่ มีกำลังผลิตติดตั้ง 710 เมกะวัตต์ และเป็นโรงไฟฟ้าหลักแห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ใช้ก๊าซธรรมชาติบนบกจากแหล่งในประเทศ ได้แก่ แหล่งน้ำพองและภูฮ่อม เป็นเชื้อเพลิง

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าน้ำพองมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้าภาคอีสานมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันยังเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ Peak ที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงรองรับช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

ต่อมา คณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ซึ่งตั้งอยู่บนแปลงสัมปทาน EU1 และ E5N มีขนาดพื้นที่ 232.2 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น โดยเริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี 2549

แหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อมผลิตทั้งก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ Condensate ส่งผ่านระบบท่อความยาวประมาณ 64 กิโลเมตร ไปยังสถานีผลิตก๊าซสินภูฮ่อมในอำเภอน้ำพอง

ปัจจุบัน แหล่งก๊าซดังกล่าวมีอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 98 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คิดเป็นสัดส่วน 3.6% ของประเทศ และผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวเฉลี่ย 181 บาร์เรลต่อวัน

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ระหว่าง พ.ศ. 2566-2568 มีการจัดเก็บค่าภาคหลวงรวม 3,078.94 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดสรรเป็นรายได้แผ่นดิน 1,231.58 ล้านบาท และจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1,847.37 ล้านบาท โดยปัจจุบันยังคงมีการพัฒนาโครงการเพื่อรักษากำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป

นายเอกนัฏ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานพร้อมสนับสนุนและส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในทุกมิติ ทั้งในระดับรากหญ้าผ่านโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และในระดับประเทศผ่านการพัฒนาแหล่งพลังงานในประเทศ

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมเร่งขับเคลื่อนและส่งเสริมการใช้โซลาร์เซลล์ในทุกภาคส่วน ขณะเดียวกัน ภาพรวมของประเทศยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความเชื่อมโยงของระบบพลังงานระหว่างแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเชื้อเพลิงสำคัญในประเทศ กับโรงไฟฟ้าน้ำพอง ซึ่งเป็นเสาหลักในการผลิตไฟฟ้าของภาคอีสาน

“การนำทรัพยากรก๊าซธรรมชาติในประเทศมาใช้ประโยชน์โดยตรงเพื่อผลิตไฟฟ้านั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาเสถียรภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้อย่างมหาศาล

ดังนั้น กระทรวงฯ จึงมีนโยบายที่จะผลักดันและเปิดสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติบนบกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายเอกนัฏ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...