โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผอ.อนามัยโลกเรียกร้องหยุดยิงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพื่อรับมือโรคระบาดอีโบลา

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ผอ.อนามัยโลกเรียกร้องหยุดยิงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพื่อรับมือโรคระบาดอีโบลา

ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันทีในพื้นที่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา หลังจากสถานการณ์ในจังหวัดอิตูรีเข้าสู่ขั้นวิกฤต พร้อมเตือนว่าพื้นที่แห่งนี้กำลังเผชิญกับหายนะที่มาบรรจบกันระหว่างโรคระบาดและความขัดแย้งที่ลุกลามรวดเร็วเกินกว่าจะรับมือได้

ตัวเลขผู้ป่วยต้องสงสัยทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกพุ่งขึ้นใกล้ 1,000 รายแล้ว และมีผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายว่าอาจเกิดจากเชื้อดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 220 ราย ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันเคสติดเชื้อแล้ว 101 ราย และกำลังเร่งติดตามตรวจสอบผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เข้าข่ายเสี่ยงติดเชื้ออีกมากกว่า 3,000 คน

นอกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดาก็เริ่มพบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 7 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยทางการยูกันดาได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อสกัดการแพร่ระบาด โดยจะอนุญาตให้ผ่านได้เฉพาะทีมแพทย์อีโบลา ผู้ปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม และรถขนส่งสินค้าจำเป็นเท่านั้น พร้อมบังคับกักตัวผู้ที่ได้รับอนุญาตผ่านทางเป็นเวลา 21 วัน อย่างไรก็ตามมาตรการนี้สวนทางกับคำแนะนำของ WHO ที่เคยเตือนว่าการปิดพรมแดนจะบีบให้คนลักลอบข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจะทำให้การควบคุมโรคเป็นไปได้ยากขึ้น

ทั้งนี้ความไม่มั่นคงในพื้นที่และการสู้รบอันยาวนานคืออุปสรรคสำคัญในการรับมือโรคระบาด โดยพื้นที่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเต็มไปด้วยกลุ่มติดอาวุธ และมีประชาชนเกือบ 1 ล้านคนต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่น ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ผู้เสี่ยงติดเชื้อต้องหนีไปรวมตัวกันในค่ายลี้ภัยที่แออัด ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อโรคยังได้แพร่กระจายลงใต้ไปยังพื้นที่ควบคุมของกลุ่มกบฏ M23 ในจังหวัดคีวูเหนือและคีวูใต้อีกด้วย

ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ด่านหน้าก็กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ขั้นวิกฤต เนื่องจากผลกระทบจากการตัดงบประมาณช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยแพทย์ในพื้นที่เปิดเผยว่าพวกเขาขาดแคลนทั้งสบู่ คลอรีน หน้ากากอนามัย และชุด PPE แม้กระทั่งถุงบรรจุศพผู้ติดเชื้อก็มีไม่เพียงพอ จนเจ้าหน้าที่บางส่วนต้องออกเงินส่วนตัวเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เองเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ประเพณีท้องถิ่นในชุมชนก็เป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลง เนื่องจากเกิดกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตพยายามแย่งศพกลับไปประกอบพิธีฝังตามประเพณีดั้งเดิม ซึ่งต้องมีการอาบน้ำและสัมผัสศพ ทั้งที่ร่างของผู้เสียชีวิตจากอีโบลาเป็นพาหะที่แพร่กระจายเชื้อได้สูงมาก

ภาพ:REUTERS / Gradel Muyisa Mumbere

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...