ก.พ. เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ ดันเกษียณก่อนกำหนด–ศึกษาประกันสุขภาพแทนสวัสดิการเดิม
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ปกรณ์ นิลประพันธ์ - Pakorn Nilprapunt แจ้งผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมในฐานะประธาน ก.พ. ว่า ในส่วนมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับข้าราชการนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. เร่งดำเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ส่วนในเรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ขอให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนำระบบ ประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน
นายปกรณ์ ยังระบุถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยงบประมาณรายจ่ายประจำมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จ บำนาญ รวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่า 70%
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมขนาดกำลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาคเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มและปรับลดจำนวนลงให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกันวางแผนการดำเนินการ ในเรื่องดังกล่าว และนำเสนอ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไป
ต่อมา ประธาน ก.พ. ยังได้กล่าวถึงกรณีทุจริตการสอบเข้ารับราชการที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงาน ก.พ. แต่เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบแบบเหมารวม ซึ่งส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบราชการอย่างรุนแรง จึงขอให้สำนักงาน ก.พ. ประสานกับสมาคม องค์กร หรือกลุ่มข้าราชการต่าง ๆ ดำเนินการในเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการ พลเรือนในภาพรวมต่อไป
นอกจากนี้ ประธาน ก.พ. ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบพนักงานราชการเพื่อให้การโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนตำแหน่งมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทบทวนอัตราเงินเพิ่มสำหรับข้าราชการที่ประจำอยู่ในต่างประเทศให้มีความสอดล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอัตราค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นมาก