โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองช้ำ (Plantar Fasciitis) คืออะไร เกิดจากอะไร รักษาได้ไหม?

PPTV HD 36

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รองช้ำคือภัยเงียบที่มักเกิดกับผู้ที่ใช้งานเท้าหนัก หรือผู้สูงอายุ โดยมักมีอาการปวดหรือเจ็บแปลบบริเวณฝ่าเท้า ควรรีบรักษา หากปล่อยไว้อาจทำให้มีอาการปวดเรื้อรังได้

รองช้ำ (Plantar Fasciitis) คืออะไร หาสาเหตุ อาการ และการรักษา

อาการเจ็บแปลบที่ส้นเท้าในก้าวแรกหลังจากตื่นนอนตอนเช้า เป็นสัญญาณเตือนของภาวะรองช้ำ หรือโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ปัญหาสุขภาพที่สร้างความทรมานและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน แม้ภาวะรองช้ำจะดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่เร่งหาสาเหตุและปรับพฤติกรรม อาการปวดระบมก็อาจกลายเป็นความเจ็บปวดเรื้อรังที่รักษายากขึ้น การทำความเข้าใจมิติต่าง ๆ ของโรคนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม

ภาวะรองช้ำคืออะไร?

รองช้ำ รักษา

โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบหรือภาวะรองช้ำ คือการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้าที่ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก พบได้บ่อยในเพศหญิงและผู้ที่ใช้งานเท้าหนัก โดยจะมีอาการเจ็บส้นเท้า เจ็บแปลบ ปวดส้นเท้าอย่างรุนแรงเมื่อลงน้ำหนักในก้าวแรกของตอนเช้าหลังตื่นนอน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอย่างเหมาะสม อาการจะกลายเป็นความเจ็บปวดเรื้อรัง และอาจเกิดหินปูนงอกบริเวณกระดูกส้นเท้าตามมาในที่สุด

นั่งทำงานนาน ๆ อาจเสี่ยงเป็นออฟฟิศซินโดรม มาดูแนวทางการป้องกันได้ที่บทความนี้ : ออฟฟิศซินโดรม

รองช้ำเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

อาการรองช้ำเกิดจากการที่พังผืดใต้ฝ่าเท้าถูกใช้งานหนักและตึงตัวมากเกินไปจนเกิดการฉีกขาดขนาดเล็กซ้ำ ๆ และพัฒนาไปสู่การอักเสบ โดยมีสาเหตุหลักดังนี้

  • การทำกิจกรรมที่มีแรงกดลงบนฝ่าเท้าอย่างต่อเนื่อง เช่น การเดินหรือวิ่งระยะไกล การกระโดดซ้ำ ๆ หรือการยืนทำงานเป็นเวลานานบนพื้นผิวที่แข็ง
  • โครงสร้างเท้าผิดปกติ ทำให้น้ำหนักตัวไม่สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้พังผืดฝ่าเท้าบางส่วนต้องแบกรับแรงกดทับมากเกินไปตลอดเวลา
  • ภาวะเอ็นร้อยหวายตึงยึด ส่งผลให้กลไกการเคลื่อนไหวของข้อเท้าผิดเพี้ยนไป จนเกิดแรงดึงรั้งและเพิ่มความเครียดให้กับพังผืดใต้ฝ่าเท้าโดยตรง
  • การสวมใส่รองเท้าพื้นบาง แข็ง หรือขาดการซัปพอร์ตอุ้งเท้า รวมถึงรองเท้าส้นสูง จะทำให้พังผืดฝ่าเท้าต้องทำงานหนักและตึงตัวผิดปกติขณะก้าวเดิน

อาการตาแห้ง เกิดจากอะไร สามารถป้องกันได้อย่างไร? อ่านต่อได้ที่ : ตาแห้ง

ใครเสี่ยงเป็นภาวะรองช้ำบ้าง

แม้ภาวะรองช้ำจะพบได้ทั่วไป แต่มีคนบางกลุ่มที่มีปัจจัยเอื้อให้เกิดการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้ง่ายกว่าคนปกติ ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ มีดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์หรือโรคอ้วน : กลุ่มนี้จะมีแรงกดทับและแรงกระแทกกระทำต่อฝ่าเท้ามหาศาลในทุก ๆ ก้าวเดิน ทำให้พังผืดอักเสบได้ง่ายขึ้น
  • กลุ่มอาชีพที่ต้องยืนหรือเดินนาน ๆ : เช่น ครู พยาบาล พนักงานขาย พนักงานรักษาความปลอดภัย หรือช่างเสริมสวย ที่ต้องลงน้ำหนักที่เท้าต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน
  • ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุ 40-60 ปี : เนื่องจากความยืดหยุ่นและการซ่อมแซมตัวเองของเนื้อเยื่อ รวมถึงพังผืดใต้ฝ่าเท้าเริ่มเสื่อมสภาพและลดลงตามกระบวนการชราของร่างกาย
  • คนที่มีลักษณะเท้าแบนหรืออุ้งเท้าโก่งเกินไป : สรีระเท้าที่ผิดปกติกลุ่มนี้จะทำให้เกิดแรงดึงรั้งที่พังผืดใต้ฝ่าเท้ามากกว่าคนที่มีโครงสร้างเท้าปกติ
  • นักกีฬาหรือผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย : โดยเฉพาะนักวิ่งระยะไกล ผู้ที่เล่นเต้นแอโรบิก หรือกีฬาที่มีการกระโดดกระแทกบ่อย ๆ โดยไม่ได้ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอ

ภาวะรองช้ำอาการเป็นอย่างไร

ภาวะรองช้ำ อาการค่อนข้างมีความเฉพาะตัวสูงและแตกต่างจากการปวดเมื่อยฝ่าเท้าทั่วไปอย่างชัดเจน โดยสังเกตสัญญาณเตือนที่บ่งชี้ถึงภาวะรองช้ำได้ดังนี้

  • เจ็บแปลบก้าวแรกหลังตื่นนอน : อาการปวดจี๊ดบริเวณส้นเท้าจะรุนแรงที่สุดเมื่อลุกขึ้นเดินก้าวแรกในตอนเช้า หรือหลังจากนั่งพักเป็นเวลานานแล้วลุกขึ้นยืน
  • อาการทุเลาลงเมื่อได้ขยับ : หลังจากเดินไปได้สักพัก พังผืดใต้ฝ่าเท้าจะเริ่มยืดหยุ่นขึ้น ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลงชั่วคราว
  • กลับมาปวดระบมหลังใช้งานหนัก : อาการเจ็บฝ่าเท้า บอกโรครองช้ำได้ หากอาการปวดจะกำเริบขึ้นอีกครั้งในช่วงเย็นหรือหลังจากเดิน ยืนนาน ๆ และหลังการออกกำลังกาย

วิธีดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่เป็นภาวะรองช้ำ ทำได้อย่างไรบ้าง

การรักษาโรครองช้ำให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ จำเป็นต้องอาศัยวินัยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมกับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อใต้ฝ่าเท้าอย่างถูกวิธี ซึ่งคุณสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองและรักษาได้ตามแนวทางต่อไปนี้

1. การบริหาร ยืดพังผืดและน่อง ยืดหยุ่นลดปวด

รักษารองช้ำ ให้หายขาด

การบริหารเอ็นร้อยหวายและพังผืดฝ่าเท้าเป็นวิธีแก้ปวดฝ่าเท้าที่สำคัญที่สุด ทำได้ง่าย ๆ โดยการนั่งยืดขาแล้วใช้ผ้าเช็ดตัวคล้องปลายเท้าดึงเข้าหาตัว หรือยืนหันหน้าเข้ากำแพง ก้าวขาที่เจ็บไปด้านหลังให้ส้นเท้าติดพื้นแล้วย่อเข่าหน้าจนรู้สึกตึง ทำค้างไว้ 30 วินาที เพื่อลดความตึงรั้งและเพิ่มความยืดหยุ่น

2. การปรับพฤติกรรม เลี่ยงกิจกรรมแรงกระแทกสูง

วิธีรักษารองช้ำ ควรพักการใช้งานเท้าและปรับเปลี่ยนกิจกรรมชั่วคราว โดยหลีกเลี่ยงการวิ่ง การกระโดด หรือการยืนเดินบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน หากมีอาการปวดระบม ให้ใช้แผ่นเจลเย็นหรือน้ำแข็งห่อผ้าประคบบริเวณส้นเท้าครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยระงับการอักเสบของเส้นเอ็น

3. คุมน้ำหนัก ลดแรงกดทับฝ่าเท้า

วิธีแก้รองช้ำสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ การหันมาควบคุมอาหารและลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี จะช่วยลดแรงกดทับรวมถึงแรงกระแทกที่กระทำลงบนส้นเท้าในทุก ๆ ก้าวเดินได้อย่างมหาศาล ซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้พังผืดใต้ฝ่าเท้าที่อักเสบสามารถฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น

4. ใช้แผ่นรองส้นเท้า หรือสวมรองเท้าซัปพอร์ต

หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง และสวมใส่รองเท้าที่มีพื้นนุ่ม มีส่วนเสริมซัปพอร์ตลดปวดอุ้งเท้าอย่างเหมาะสม การเลือกใช้แผ่นรองส้นเท้าที่อ่อนนุ่มเสริมเข้าไปในรองเท้า หรือการใส่เฝือกอ่อนตอนกลางคืนจะช่วยประคองสรีระเท้า ลดแรงตึง และบรรเทาอาการเจ็บปวดในก้าวแรกของวันได้เป็นอย่างดี

5. ทำกายภาพบำบัด

วิธีรักษาโรครองช้ำ ที่ส้นเท้า

หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น การทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือแพทย์ เช่น อัลตราซาวนด์ หรือการใช้คลื่นกระแทก Shock Wave Therapy (ESWT) จะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้มีเส้นเลือดมาเลี้ยงพังผืดฝ่าเท้า เพื่อเร่งการซ่อมแซมตัวเองของเนื้อเยื่อ โดยให้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีและปลอดภัย

6. ฉีดยาสเตียรอยด์ บรรเทาอาการอักเสบเฉพาะที่

รองช้ำ รักษาด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์เป็นทางเลือกเพื่อลดการอักเสบและระงับความเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว แต่อยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และไม่ควรฉีดซ้ำบ่อยครั้ง เพราะยามีผลข้างเคียงที่อาจทำให้ไขมันฝ่าเท้าฝ่อ หรือเสี่ยงต่อภาวะเอ็นฝ่าเท้าฉีกขาดซึ่งจะทำให้รักษาได้ยากขึ้น

7. การผ่าตัด ทางเลือกสุดท้ายเมื่อเรื้อรัง

ในกรณีที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษารองช้ำด้วยวิธีข้างต้นทั้งหมดนานกว่า 6 เดือนถึง 1 ปีแล้ว แต่อาการรองช้ำ ปวดระบมยังไม่หายขาด แพทย์จึงจะพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดพังผืดเท้าบางส่วน และนำหินปูนที่เกาะบริเวณกระดูกส้นเท้าออก เพื่อคืนความสมดุลและเคลียร์ต้นตอความเจ็บปวดเรื้อรัง

ภาวะรองช้ำ รู้เท่าทันอาการ รักษาให้หายได้ตั้งแต่ต้น

ภาวะรองช้ำเป็นภาวะที่สามารถรักษาให้หายและดีขึ้นได้ หากผู้ป่วยรู้เท่าทันสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการเลือกรองเท้าที่เหมาะสมและการหมั่นบริหารยืดเหยียดพังผืดฝ่าเท้า สิ่งสำคัญคือห้ามปล่อยให้ปวดเรื้อรัง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้คุณกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

สำหรับผู้ที่รักสุขภาพและไม่อยากพลาดสาระความรู้ดี ๆ แบบนี้ สามารถกดติดตามข่าวสาร บทความสุขภาพที่น่าสนใจ รวมถึงประเด็นร้อนแรงรอบวันได้ผ่านทุกช่องทางของ PPTV HD 36 เพื่อให้ทันทุกสถานการณ์ อัปเดตข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และสดใหม่ส่งตรงถึงหน้าจอคุณตลอด 24 ชั่วโมง

FAQ คำถามที่พบบ่อย

เช็กอย่างไรว่าเป็นรองช้ำ?

สังเกตอาการเจ็บแปลบหรือปวดจี๊ดบริเวณส้นเท้า โดยเฉพาะในก้าวแรกหลังตื่นนอนตอนเช้า หรือเมื่อลุกเดินหลังจากนั่งพักเป็นเวลานาน แต่อาการมักจะค่อย ๆ ทุเลาลงเมื่อได้เดินใช้งานไปสักระยะ

ภาวะรองช้ำ ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดรุนแรงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือลองปรับพฤติกรรม พักการใช้งาน และประคบเย็นด้วยตัวเองแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลายเป็นความเจ็บปวดเรื้อรัง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รองช้ำ (Plantar Fasciitis) คืออะไร เกิดจากอะไร รักษาได้ไหม?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...