โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สรรพากรไม่มีอำนาจสอบภาษี 'สุภาพร พิมพงษ์' ซื้อหุ้น TRUE 1.6 หมื่นล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมสรรพากรแจงกรณีการเข้าซื้อหุ้น TRUE ของนางสุภาพร พิมพงษ์ มูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท ย้ำการซื้อหุ้นมูลค่าสูงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุให้กรมเปิดตรวจสอบภาษีอัตโนมัติ โดยการเข้าตรวจสอบต้องมีเหตุอันควรสงสัยหรือความเสี่ยงด้านภาษีตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมระบุว่าประเด็นการถือหุ้นแทนบุคคลอื่น (นอมินี) เป็นอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน ไม่ใช่หน้าที่ของกรมสรรพากร

สรรพากรชี้ซื้อหุ้นมูลค่าสูง ไม่ใช่เหตุเปิดตรวจภาษี

จากกรณีที่นางสุภาพร พิมพงษ์ เข้าซื้อหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จำนวน 2,159.23 ล้านหุ้น ส่งผลให้มีสัดส่วนการถือครองหุ้นรวม 7.0992% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยมีการประเมินมูลค่าการลงทุนอาจสูงถึงประมาณ 16,000 ล้านบาท จนเกิดกระแสตั้งข้อสังเกตในสังคมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินลงทุน รวมถึงข้อสงสัยว่าอาจเข้าข่ายการถือหุ้นแทนผู้อื่น (นอมินี) หรือไม่นั้น

แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรเปิดเผยว่า กรมสรรพากรไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบข้อมูลทางภาษีของบุคคลดังกล่าวเพียงเพราะมีการเข้าซื้อหุ้นมูลค่าสูง เนื่องจากการดำเนินการตรวจสอบภาษีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จำเป็นต้องมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีความเสี่ยงด้านภาษีรองรับตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ต้องพบความเสี่ยงด้านภาษีจึงเข้าตรวจสอบได้

แหล่งข่าวระบุว่า โดยปกติการเข้าตรวจสอบผู้เสียภาษีของกรมสรรพากรจะเกิดขึ้นเมื่อพบความเสี่ยงเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษี อาทิ การยื่นแบบแสดงรายการภาษีไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบพบความผิดปกติในการยื่นภาษี การยื่นคำขอคืนภาษีที่มีความเสี่ยง การยื่นแบบเพิ่มเติมที่มีลักษณะผิดสังเกต หรือได้รับข้อมูลร้องเรียนที่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

“กรณีมีบุคคลเข้าไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ กรมสรรพากรไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบโดยอัตโนมัติ เพราะในแต่ละวันมีนักลงทุนจำนวนมากทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นในตลาดทุน หากกรมเข้าไปตรวจสอบทุกกรณีที่มีการซื้อหุ้น จะเป็นภาระทั้งต่อหน่วยงานและต่อประชาชนผู้ถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะหากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติใด ๆ” แหล่งข่าวระบุ

รายงานข่าวระบุเพิ่มเติมว่า อีกกรณีหนึ่งที่อาจนำไปสู่การตรวจสอบได้ คือ หากระบบวิเคราะห์ข้อมูลของกรมสรรพากรตรวจพบความผิดปกติของผู้เสียภาษีรายดังกล่าว เช่น การยื่นภาษีไม่สอดคล้องกับรายได้ที่ควรจะเป็น การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีคลาดเคลื่อน หรือมีข้อมูลทางการเงินที่ไม่สอดรับกับฐานะทางภาษีที่แสดงไว้

มีเงินลงทุนมาก ไม่ได้หมายความว่าผิดภาษี

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของกรมสรรพากร การมีเงินลงทุนจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะเข้าข่ายความผิดทางภาษีเสมอไป เนื่องจากเงินที่นำมาซื้อหุ้นอาจมาจากหลายแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินมรดก เงินออมสะสม เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายทรัพย์สิน หรือแม้แต่กรณีที่ญาติหรือบุคคลในครอบครัวมอบหมายให้ดำเนินการลงทุนแทน

แหล่งข่าวระบุว่า การเข้าซื้อหุ้นเพียงอย่างเดียว ยังไม่ถือเป็นธุรกรรมที่ก่อให้เกิดภาระภาษีจากกำไรการลงทุน เนื่องจากยังไม่มีการขายหลักทรัพย์ออกไป จึงไม่ใช่เหตุเพียงพอที่จะสรุปว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีหรือมีพฤติกรรมผิดปกติทางภาษี

ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น หรือข้อสงสัยเรื่องการถือหุ้นแทนบุคคลอื่นนั้น เป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้กฎหมายและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลด้านตลาดทุนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่บทบาทของกรมสรรพากรจะมุ่งเน้นการตรวจสอบเฉพาะประเด็นด้านภาษีอากรตามกรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...