โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เอกชนย้ำรัฐรื้อค่ารักษาพยาบาล ‘ข้าราชการ’ แก้ปัญหางบพุ่ง ต้องมีมาตรการชัดเจน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณีเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลของข้าราชการ ที่เติบโตเร็วกว่าศักยภาพทางการคลังของประเทศ จนในปี 2569 พุ่งสูงเป็นสถิติใหม่ถึง 94,200 ล้านบาท โดยครอบคลุมผู้มีสิทธิกว่า 5.6 ล้านคน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากสังคมสูงวัยและราคายาที่แพงขึ้น จนรัฐบาลต้องเตรียมหารือเพื่อปรับระบบสวัสดิการ

โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลมีแนวคิดเรื่องการปรับระบบสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องระบบการรักษาพยาบาลของราชการ ที่จะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพ เข้ามาแทนสวัสดิการ รักษาพยาบาลในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถคุมวงเงินได้ชัดเจนนั้น

แนวโน้มงบประมาณพุ่งแตะ 1 แสนล้าน

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH วิเคราะห์ให้ “ฐานเศรษฐกิจ” ฟังว่า งบประมาณสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการที่สูงขึ้นจนแตะ 9.4 หมื่าล้านบาทมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจนทะลุ 1 แสนล้านบาท ในปี 2569 หน้าหากรัฐบาลไม่มีมาตรการแก้ไข

แต่การเปลี่ยนไปใช้ "ระบบหลักประกัน" โดยรัฐบาลจะมีแนวคิดปรับเปลี่ยนระบบและตั้งเป้าให้เริ่มมีผลในปี 2570อาจดำเนินการไม่ทันตามเป้าหมาย เพราะที่จะเน้นใช้กับ “ข้าราชการบรรจุใหม่”ส่วนข้าราชการกลุ่มเดิมจะยังคงใช้ระบบเดิมจนกว่าจะเกษียณหรือเสียชีวิตไป

“เรื่องนี้ถือว่ายังไม่มีความชัดเจน ว่ารัฐบาลจะเลือกทางใด ระหว่างดีไซน์ระบบเอง เพื่อสร้างระบบหลักประกันใหม่ของภาครัฐ คล้ายกับระบบประกันสังคมหรือระบบ 30 บาทรักษาทุกโรค (บัตรทอง) โดยใช้การจ่ายแบบเหมาจ่ายรายหัว หรือใช้ประกันภาคเอกชน ให้บริษัทประกันเข้ามาบริหารจัดการ โดยรัฐจ่ายเบี้ยประกันให้ ซึ่งในอดีตเคยมีการทดลองใช้ระบบนี้แต่ถูกยกเลิกไป”

ประเด็นสำคัญคือปัญหาเรื่องต้นทุน

นพ.เฉลิม กล่าวว่า ประเด็นสำคัญยังคงเป็นเรื่องปัญหาต้นทุนและการจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในรักษาพยาบาลของข้าราชการ ที่รายจ่ายจากผู้ป่วยนอก (OPD) สูงกว่าผู้ป่วยใน (IPD) ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าผิดปกติ และมีประเด็นเรื่องการ "เวียนเทียนยา" และการใช้ยาที่ไม่มีการควบคุมต้นทุนที่ดีพอ

ทั้งนี้ ปัจจุบันข้าราชการไม่ได้รักษาฟรีทั้งหมด หากเลือกใช้ยาต้นแบบ (Original) จากต่างประเทศ จะต้องมีการร่วมจ่ายเงินเอง โดยประเทศไทยยังต้องนำเข้ายาราคาแพงและเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ดังนั้น รัฐบาลควรส่งเสริมการผลิตยาที่ หมดสิทธิบัตร แล้วภายในประเทศ เพื่อลดต้นทุนการรักษา แทนการเน้นพูดถึงแค่ค่ารักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ถือว่ากระทบกับกลุ่มโรงพยาบาลรัฐมากที่สุด เนื่องจากงบประมาณส่วนใหญ่ (80-90%) จ่ายให้กับโรงพยาบาลภาครัฐ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากข้าราชการไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหลักของโรงพยาบาลเอกชน ยกเว้นกลุ่มที่มีกรมธรรม์ส่วนตัวอยู่แล้ว ขณะที่บริษัทประกันก็อาจได้รับโอกาสหากรัฐเลือกใช้แนวทางการจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการเบี้ยประกันในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...