โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศีลธรรมไม่กลับมา…โลกาจะวินาศ!!!

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 มิถุนายน 2569 เวลา 3.28 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เห็นว่า…อุณหภูมิอากาศระดับร้อนแบบสุดๆ หรือแบบที่เรียกๆ ว่า คลื่นความร้อน (Heat Wave) เมื่อเร็วๆ นี้ ทำเอาคนฝรั่งเศส เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปแล้ว 20 กว่าคน ซึ่งก็ยังไม่ถึงกับมากมายซักเท่าไหร่ เพราะเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว บรรดาชาวฝรั่งเศสและชาวยุโรปทั้งหลาย เคยต้องสังเวยชีวิตให้กับคลื่นความร้อนในลักษณะดังกล่าว ระดับนับเป็นหมื่นๆ คนเอาเลยก็ว่าได้…

แต่ถ้าว่ากันตามคำพูด คำจา ของอาจารย์ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เชี่ยวชาญในเรื่องราวเหล่านี้เป็นการเฉพาะ ก็ถือ

เป็นแค่ช่วงเริ่มๆ ของอุณหภูมิความร้อน อันมีที่มาจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า El Nino ซึ่งออกจะมาเร็วและมาแรงเอามากๆ โดยบรรดาชาวโลกทั้งหลายย่อมหนีไม่พ้นต้องเจอกับสภาพอากาศแบบร้อนสุดๆ หรือถึงขั้น ร้อนตาย แบบบรรดาชาวฝรั่งเศสที่เจอกับอุณหภูมิระดับ 40 องศา ก็เป็นอันต้อง หงายท้อง ไปเป็นรายๆ ต่างไปจากพวกที่ทนร้อนจนคุ้นชิน อย่างทวยไทยของหมู่เฮา ที่ยังพอปาดเหงื่อ ซับเหงื่อ โดดลงไปนอนในตุ่ม ไม่ถึงกับต้องกลายเป็น กบต้ม เอาง่ายๆ…

แต่ก็นั่นแหละ…อุณหภูมิความร้อนของโลก ที่แม้จะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่นับวันมันมีแต่จะร้อนขึ้นๆ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ และอาจเป็นสิ่งที่มิอาจแก้ไข เยียวยาใดๆ ได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากวิถีทางของบรรดามวลมนุษยชาติอย่างเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลาย เป็นวิถีทางที่จะนำมาซึ่งภาวะเช่นนั้น จะไปถ่วง ไปรั้ง ไปอนุรักษ์ หรือไปชะลอ ด้วยกรรมวิธีใดๆ ก็แล้วแต่ มันกลับกลายเป็น ความแปลกแยก หรือกระทั่งกลายเป็น ความขัดแย้ง จนต้องหันมายอมรับสภาพแบบ ทางใคร-ก็-ทางมัน ในเมื่อประเทศรวยๆ ไม่อาจช่วยถ่วง ช่วยชะลอ ภาวะดังกล่าวได้มากมายซักเท่าไหร่ ประเทศจนๆ ทั้งหลายก็เลยต้อง มึงมั่ง-กูมั่ง สุดท้าย…โอกาสที่จะร้อนตาย หรือตายเพราะคลื่นความร้อน ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ มันเป็นเช่นนั้นเอง…มันเป็นพรรค์นั้นแหละ ไปจนได้!!! เป็นเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเป็นไป…นั่นแล…

และด้วยเหตุที่…มันต้องเป็นไปเช่นนั้นนั่นเอง ที่ทำให้การเตรียมตัวรับมือภาวะดังกล่าว จึงเกิดความเห็นแตกต่าง แตกแยก ไปคนละทาง-สองทาง ฝ่ายหนึ่งเห็นว่า…คงต้องอาศัย อำนาจสูงสุดขั้นเด็ดขาด ที่รวมศูนย์อยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่ง-กลุ่มใด หรือประเทศหนึ่ง-ประเทศใดเท่านั้น ถึงจะสามารถรับมือกับฉากสถานการณ์ขั้นเลวร้ายสุดๆ ดังที่องค์กรที่เรียกย่อๆ ว่า CSIS (Center for Strategic and International Studies) และ CNAS (Center for a New America Studies) เขาเคยระดมบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั่วโลกมาประเมินและให้ข้อสรุปเอาไว้ในช่วงต้นปี ค.ศ.2008 หรือในเอกสารการศึกษา-วิจัยที่รู้จักกันในนาม The Age of Consequence นั่นเอง…

คืออาจต้องเจอกับฉากสถานการณ์ตั้งแต่ระดับ base on expect ที่คาดหมายเอาไว้แล้ว ไปจนระดับ Severe หรือระดับร้ายแรงกว่าที่เคยคาดหมายเอาไว้ ไปจนกระทั่งระดับ Catastrophic หรือระดับเลวร้ายสุดๆ ชนิดกลียุคเอาเลยก็เป็นได้ อันจะนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ประเภท “การอพยพหลั่งไหลข้ามพรมแดน ข้ามประเทศ การจมเรือผู้อพยพในน่านน้ำ การปะทะบริเวณชายแดน การจลาจลภายในประเทศเพื่อแย่งยื้อทรัพยากรแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร การขัดแย้งด้านเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา ฯลฯ” หรือจนโลกทั้งโลกกลายเป็น โลกที่ปราศจากกฎเกณฑ์ใดๆ และอันนี้นี่เอง…ที่ทำให้จำเป็นต้องอาศัยอำนาจที่รวมศูนย์อยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่ง-กลุ่มใด ชาติหนึ่ง-ชาติใด จนกลายมาเป็นเหตุผล ข้ออ้าง เป็นที่มาของแนวคิด โลกขั้วอำนาจเดียว (Unipolar World Oder) ในเวลาต่อมา…

แต่สำหรับอีกฝ่าย…ที่เห็นว่าการรวมศูนย์อำนาจไว้ในมือคนกลุ่มหนึ่ง-กลุ่มใด ชาติหนึ่ง-ชาติใด แทนที่มันจะช่วยให้ โลกที่ปราศจากกฎเกณฑ์ พอได้มีกฎ-มีเกณฑ์เอาไว้มั่ง แต่เอาไป-เอามา…กลับจะก่อให้เกิดการนำเอา กฎแห่งป่า (Law of the Jungle) มาใช้แทนกฎ ระเบียบ ระหว่างชาติ ระหว่างประเทศ กันไปแทนที่ การดิ้นรนเพื่อให้เป็นอิสระ เพื่อพิทักษ์ รักษา อำนาจอธิปไตย ของแต่ละประเทศ มันเลยกลายเป็นที่มาของแนวคิดว่าด้วย โลกหลายขั้วอำนาจ (Multipolar World Order) อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงไปเป็นอื่น และทำให้การปะทะ ขัดแย้ง ระหว่างพวก โลกขั้วอำนาจเดียว กับ โลกหลายขั้วอำนาจ เลยอุบัติขึ้นมาพร้อมๆ กับ ภาวะโลกร้อน จนค่อยๆ กลายเป็นภาวะ โลกเดือด (Global Boiling) อย่างที่เลขาฯ ยูเอ็น ท่านได้ออกมาให้คำนิยามไว้เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วนั่นเอง…

สรุปรวมความแล้ว…ไม่ว่าโลกขั้วอำนาจเดียว หลายขั้วอำนาจ โลกร้อน โลกเดือด…ต่างก็กลายสภาพไปเป็นโลกที่ โชคดี…ที่ตายก่อน ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง คือมันคงหนีไม่พ้นต้องเลื่อนไหลไปสู่ช่วง ระยะผ่าน อันเต็มไปด้วยความทุกข์ ความเดือดร้อน ความทรหวลปั่นป่วนคลั่ง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ง่ายๆ ซึ่งแน่นอนนั่นแหละว่า…สิ่งที่พอจะช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่างหวนกลับคืนสู่สภาวะ ปกติตามธรรมชาติ ได้ดังเดิม ดูๆ แล้ว…ยังไงๆ ย่อมหนีไม่พ้นไปจาก คาถาศักดิ์สิทธิ์ ที่ อภิมหาพระ-ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านย้ำแล้ว ย้ำอีก ขณะยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละว่า ศีลธรรมไม่กลับมา…โลกาจะวินาศ ลูกเดียวเท่านั้นเอง!!!!.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...