โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รฟท.วิกฤติหนักขาดคน-หนี้ทะลุ 3.2 แสนล.“พิพัฒน์”รับชงครม.ปลดล็อกมติ ปี 41 รับเพิ่ม 2,850 อัตรา เร่งปรับปรุงบริการเล็งขึ้นค่าตั๋วตามต้นทุน

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“พิพัฒน์”เร่งแก้วิกฤติรถไฟ ปีนี้ ชงครม.ปลดล็อกมติปี 41 รับเพิ่ม 2,850 อัตรา หนุนเช่าหัวจักร-รถโดยสาร ไม่กระทบหนี้สาธารณะ เผยรัฐเมินอุดหนุน PSO ตามจริง ทำหนี้พุ่ง 3.2 แสนล้าน เร่งปรับปรุงบริการก่อนขอปรับค่าตั๋วตามต้นทุนจริง สหภาพฯชี้ คนขับ-ช่างเครื่อง-กั้นถนน”ขาดแคลนหนัก งานหนักไม่ได้พัก แจงจ้างพนักงานใหม่ต่ำกว่าจ่ายโอที 30%

วันที่ 11 มิ.ย. 2569 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ร่วมกับ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และ สมาพันธ์แรงงานแห่งชาตินอร์เวย์ (LO-NORWAY) จัดเวทีเสวนา “การแก้ไขปัญหาและพัฒนากิจการรถไฟอย่างยั่งยืน” เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและจากโครงการศึกษาเพื่อการพัฒนาการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างยั่งยืน ที่สะท้อนสถานการณ์และปัญหาของกิจการรถไฟไทยในปัจจุบัน รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาและพัฒนากิจการรถไฟไทย โดยมีพนักงานรฟท. , ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ , นักวิชาการด้านนโยบายสาธารณะ หรือ คมนาคมและระบบราง,ผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “นโยบายรัฐบาลต่อระบบการขนส่งทางราง และ การรถไฟแห่งประเทศไทย” ว่า ปัจจุบัน รฟท.ประสบปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องขาดแคลนบุคลากร เนื่องจาก มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ที่ให้รับพนักงานได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนพนักงานที่เกษียณอายุในแต่ละปี เป็นข้อจำกัด ทำให้ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พนักงานรฟท.ลดลงจาก 20,000 คน เหลือเพียง 8,100 คน จำนวนบุคลากรที่มีไม่สอดคล้องกับภาระของงาน พนักงานทึกส่วนต้องทำงานหนัก ไม่มีเวลาพัก แม้จะได้ค่าทำงานล่วงเวลาแต่ร่างกายก็อ่อนล้า มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน ที่ตนจะให้คำมั่นว่าจะผลักดันเพื่อเสนอยกเลิกมติครม.ปี 2541 ให้ได้ภายในปี2569 เพื่อให้เพิ่มอัตราพนักงานได้ในปี 2570

@ชงบอร์ดรฟท. 18 มิ.ย.แผนเพิ่มพนักงาน 2,850 อัตรา

จากการหารือกับนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าฯ รฟท.ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าฯรฟท.รายงานว่า รฟท. มีแผน รับพนักงานเพิ่มจำนวน 2,850 อัตรา โดยจะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.เห็นชอบในวันที่ 18 มิ.ย.2569 นี้ จากนั้นจะเสนอมาที่กระทรวงคมนาคมเพื่อนำเสนอครม.ต่อไป ขณะที่ภายในเดือนมิ.ย.นี้ คาดว่าจะมีการลงนามสัญญาจ้างนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง เป็นผู้ว่าฯรฟท.อย่างเป็นทางการด้วย

“มติครม.ปี 2541 กำหนดว่าหากพนักงานเกษียณ 100 คน รับใหม่ได้แค่ 5 คนเท่านั้น พนักงานจึงลดน้อยลงแทนที่จะมีพนักงานตามกรอบ 18,000 คน แต่มีเพียง 8,000 คนเท่านั้น ทำให้แต่ละคนต้องทำงานล่วงเวลา ทำงานวันหยุด อีกทั้งก็ทำให้รฟท.มีภาระค่าโอทีสูงไปด้วย แต่เมื่อเทียบกับการจ้างพนักงานใหม่ 2,850 คน แล้วประหยัดกว่าการจ่ายโอทีในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้ ผมรับหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับ ครม. ว่าการเพิ่มพนักงานไม่ได้เป็นภาระทางการเงินของรฟท. และทำให้ค่าโอที ที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว ลดลงอีกด้วย”

นายพิพัฒน์ กล่าวถึงปัญหาหนี้สะสมของ รฟท.กว่า 3.2 แสนล้านบาทว่า สาเหตุหลักมาจากรฟท. ไม่ได้รับการชดเชย หรืออุดหนุนบริการสาธารณะ ภารกิจเพื่อสังคม (PSO) จากรัฐบาลเป็นเวลานาน เช่น รถไฟฟรี รวมถึงค่าโดยสารรถไฟถูกมาก โดยคิดที่ 24 สตางค์ต่อกิโลเมตร ขณะที่มีต้นทุนจริงกว่า 3 บาทต่อกิโลเมตร ทำให้ต้องแบกรับภาระการขาดทุนปีละ 1.8 - 2 หมื่นล้านบาท มาเป็นเวลานาน เรื่องนี้ มีแนวคิดในการปรับขึ้นค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงหรืออย่างน้อย 50% ของต้นทุนจริง โดยต้องหารือกับภาครัฐเพื่อหามาตรการอุดหนุนสำหรับผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“เรื่องขึ้นค่าโดยสาร ยังไม่ขึ้นตอนนี้ เป็นแนวคิด เพราะต้องหารือกับรัฐบาลให้ได้ข้อสรุปก่อนว่า จะชดเชยอะไรได้บ้าง ส่วนรฟท.เองก็ต้องมีการปรับปรุงบริการ เช่น ปรับปรุงสภาพรถจากรถพัดลมเป็นรถปรับอากาศ ตอนนี้เป็นการบอกข้อเท็จจริง สะท้อนให้เห็นว่ารฟท.ขาดทุนสะสม 3 แสนล้านบาทเป็นเพราะ ต้องแบกภาระจากนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งให้รฟท.ไปทำรายละเอียดว่า มีเรื่องอะไรบ้าง และนำไปเจรจากับรัฐบาลว่า สามารถช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง ไม่ใช่ให้รฟท.กู้เงินเพื่ออุดขาดทุนปีละ 2 หมื่นล้านทุกปี ซึ่งหากลดขาดทุนรฟท.ได้ก็จะลดภาระของรัฐลงไปด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้รฟท.แบกภาระอยู่ฝ่ายเดียว ”

นอกจากนี้ รฟท.ที่ดินกว่า 234,000 ไร่ทั่วประเทศ จึงต้องเร่งหารายได้เพิ่มจากสินทรัพย์ ซึ่งรัฐบาลได้ขับเคลื่อนผ่าน บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด หรือ SRTA ซึ่งเป็นบริษัทลูก โดยให้เข้ามาบริหารจัดการที่ดินแปลงศักยภาพสูง (เช่น พื้นที่รอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์, มักกะสัน และสถานีใหญ่ในภูมิภาค) โดยคัดเลือกมืออาชีพมาจัดหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ จัดกลุ่มสัญญาที่มีศักยภาพสูง สัญญาที่ยังไม่หมดอายุ สัญญาที่หมดอายุแล้ว วางแผนการบริหารจัดการ คาดว่าในอนาคต รายได้จำนวนมากจากส่วนนี้ จะเป็น "รายได้หลัก" นำไปสู่จุดคุ้มทุน สามารถล้างหนี้สะสมให้หมดไปไม่เกิน 20 ปี รฟท.จะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เลี้ยงตัวเองได้ไม่เป็นภาระของรัฐบาล

@ผลักดัน เช่ารถจักร-รถโดยสาร แทนซื้อ ตัดปัญหาหนี้สาธารณะ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า กรณีปัญหา หัวรถจักรและรถโดยสาร แคร่สินค้า ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และสภาพเก่าอายุ รถจักรบางคันอายุ 40-50 ปี เก่ามาก ซึ่งรฟท.แจ้งต้องการรถจักรจำนวน 113 คัน ส่วนตู้โดยสารและแคร่สินค้าคาดว่าต้องลงทุนอีก 5-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลห่วงจะกระทบหนี้สาธารณะ ดังนั้นให้ปรับวิธีจากซื้อเป็นเช่าใช้ด้หรือไม่ รวมถึงต้องซ่อมบำรุงรถที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานได้ต่อไปด้วย

นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่รฟท.ต้องเตรียมตัว คือ การเปิดรางให้เอกชนร่วมเดินรถ เพราะรถไฟทางคู่จะเสร็จ รถไฟใช้แล้ว มี SLOT เหลือ กเปิดให้เอกชนเข้ามาเช่ารางบริการผู้โดยสารหรือขนส่งสินค้า หรือเส้นทางไหนที่รฟท.ไม่มีรถจักร หรือไม่มีตู้โดยสารก็ให้เปิดรับพันธมิตรเอกชน (Public-Private Partnership) มาเช่าใช้ราง เหมือนเส้นทางรถเมล์ที่มีทั้ง ขสมก.วิ่งเองและ รถเมล์เอกชนร่วมบริการ

โดยให้เอกชนนำจุดแข็งเรื่อง "เม็ดเงินลงทุนและกลยุทธ์การตลาด" เข้ามาช่วยบริหารจัดการ เช่น การพัฒนาพื้นที่สถานี หรือการให้บริการขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ร่วมกัน ในขณะที่ รฟท. ยังคงเป็นเจ้าของโครงข่าย รวมถึงส่งเสริม"การท่องเที่ยวทางรถไฟ" (Railway Tourism) สร้างรายได้มูลค่าสูง ในเส้นทางรถไฟที่สวยงาม และมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ รัฐบาลพร้อมส่งเสริมรถไฟท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขบวนรถพิเศษอย่าง KIHA 183, Royal Blossom ไปจนถึงการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมจัดแพ็กเกจรถไฟนำเที่ยวระดับหรู (Luxury Train) สิ่งนี้จะเป็นสินค้าพรีเมียมที่ดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

นายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภาพฯรฟท.กล่าวว่า ปัจจุบันรถไฟรับผิดชอบเดินรถ 461 ขบวนต่อวัน เป็นรถโดยสาร 230 ขบวน และรถสินค้า 211 ขบวน แต่ปัญหาภาระหนี้สะสม 322,499 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิล่าสุด 20,176 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้เกิดจากการบริหารที่ล้มเหลว แต่เพราะ รฟท. ต้องแบกรับต้นทุนในการดำเนินนโยบายบริการสาธารณะ (PSO) เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ปัจจุบันมีพนักงานจริงเพียง 8,215 อัตรา จากกรอบอัตรากำลังที่ควรจะมี 18,015 อัตรา การเพิ่มพนักงาน 2,850 อัตรา ซึ่งฝ่ายปฏิบัติการ (เช่น พนักงานขับรถ ช่างเครื่อง พนักงานสถานี ช่างซ่อมบำรุง พนักงานกั้นถนน) ขาดแคลนอย่างหนัก และช่วยลดการทำงานล่วงเวลา (OT) ทำงานในวันหยุด ที่ทำให้เกิดเหนื่อยล้าสะสม เป็นความเสี่ยงเชิงระบบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้บริการ ขณะที่ภาระ OT ที่มีประมาณ 4,000-5,000 ต่อปีจะลดลง 30%

อย่างไรก็ตาม สหภาพฯรฟท.เป็นห่วงการเปิดรางให้เอกชนเข้ามาร่วมใช้ ข้อกำหนดเงื่อนไข ใช้คนขับ ช่างเครื่อง เป็นรฟท.ดำเนินการเพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย พนักงานรถไฟมีความรู้ความเข้าใจกับเส้นทางกฎระเบียบ ระบบอาณํติสัญญาณไม่ใช่ใครจะมาวิ่งบนรางรถไฟก็ได้ แต่ตอนนี้กังวลว่า คนรถไฟไม่พอ ไม่จัดหารถจักร ล้อเลื่อนจะถูกใช้เป็นช่องว่างในการให้เอกชนเข้ามาวิ่งเส้นทางของรถไฟ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...