โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ต้มผัก" เปิดหรือปิดฝาหม้อ? เรื่องง่ายๆ ที่คนส่วนใหญ่ยังทำผิด จนผักดำปี๋-เสียสารอาหาร

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เปิดฝาหรือปิดฝา? เฉลยปม

คำถามโลกแตก! "ต้มผัก" ควรเปิดฝาหรือปิดฝาหม้อ? เรื่องง่ายๆ ที่คนส่วนใหญ่ยังทำผิดจนผักดำปี๋และเสียสารอาหาร

ผักต้มเป็นเมนูพื้นฐานประจำบ้านที่ดูเหมือนทำง่าย ทว่าพฤติกรรมการเปิดหรือปิดฝาหม้อในระหว่างการประกอบอาหาร เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำหนดว่าผักจานนั้นจะคงสีเขียวสดกรอบน่ารับประทาน หรือจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองคล้ำนิ่มเละ พร้อมกับการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการในระดับโมเลกุล

เคมีอาหาร: ปฏิกิริยาของคลอโรฟิลล์และสารอาหารในอุณหภูมิสูง

ในแง่ของโภชนศาสตร์ ผักใบเขียวเป็นแหล่งของวิตามินบีและซีซึ่งมีคุณสมบัติละลายน้ำและสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกออกซิเจนในอากาศเข้าทำปฏิกิริยาออกซิเดชัน การเปิดฝาหม้อทิ้งไว้ตลอดเวลาระหว่างต้มจะทำให้อากาศภายนอกเข้าไปเร่งการสลายตัวของสารอาหารดังกล่าว วิธีการที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์คือการต้มน้ำให้เดือดจัดภายใต้ฝาปิดเพื่อสะสมความร้อน เมื่อใส่ผักลงไปแล้วให้ปิดฝาจนเดือดอีกครั้ง แล้วจึงเปิดฝาออกช่วงสั้นๆ เพื่อกลับด้านผักและปล่อยให้กรดอินทรีย์ระเหยไป

นอกจากนี้ เทคนิคการเติมเกลือแกง (Sodium Chloride) ก่อนใส่ผัก มีการอธิบายทางฟิสิกส์ว่าสารละลายจะช่วยยกระดับจุดเดือดของน้ำ (Boiling Point Elevation) ให้สูงขึ้น ผักจึงสุกตัวอย่างรวดเร็วในระยะเวลาที่สั้นลง ส่งผลให้สารคลอโรฟิลล์ไม่ถูกทำลาย อีกทั้งโซเดียมยังช่วยปรับสภาพน้ำให้มีค่าเป็นด่างบางเบา ซึ่งช่วยล็อกสีเขียวมรกตของพืชไว้ได้อย่างดีเยี่ยมและทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น

ข้อควรระวังเพื่อป้องกันผักเหี่ยวเฉาและนิ่มเละคากระทะ

ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไป เช่น การใส่ผักลงหม้อตั้งแต่ตอนน้ำยังไม่เดือด ซึ่งจะยืดเวลาการต้มและทำลายโครงสร้างความกรอบ หรือการใส่ส่วนผสมที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง เช่น น้ำมะนาว มะขามเปียก หรือมะเขือเทศ เร็วเกินไปในน้ำแกง เนื่องจากกรดจะเข้าไปดัดแปลงโมเลกุลสารสีเขียวให้กลายเป็นสีน้ำตาลไหม้ทันที ควรใส่ส่วนผสมรสเปรี้ยวหลังจากปิดเตาไฟแล้ว

พฤติกรรมสุดท้ายที่ต้องระวังคือภาวะอบไอน้ำตัวเอง (Carryover Cooking) การนำผักร้อนๆ มาวางกองรวมกันในภาชนะก้นลึกจะทำให้ความร้อนภายในเนื้อผักยังคงทำงานต่อเนื่อง ส่งผลให้ผักเหลืองเหี่ยว วิธีแก้ไขคือการนำผักลวกเสร็จแล้วไปผ่านกระบวนการน็อกในน้ำเย็นจัด (Shocking) เป็นเวลา 5 วินาทีเพื่อหยุดความร้อน จากนั้นผึ่งให้แห้งสนิทบนตะแกรงก่อนจัดเสิร์ฟ จะช่วยรักษาความสดกรอบและสีสันให้น่ารับประทานได้ยาวนานที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและงานวิจัยพฤกษศาสตร์ (References):

  • Journal of Agricultural and Food Chemistry. การศึกษาผลกระทบของอุณหภูมิและสมดุลกรด-ด่างต่อความเสถียรของสารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) และการสูญเสียวิตามินซีในผักตระกูลกะหล่ำ
  • Food Hydrocolloids & Thermal Processing Guidelines. คู่มือวิชาการว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางความร้อนของพืชผักสวนครัวและกลไกการยกระดับจุดเดือดด้วยสารละลายโซเดียมคลอรายด์
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...