CIB เปิดยุทธการ Ghost Drivers “รวบขบวนการลำเลียงสแกมเมอร์ ตัดวงจรอาชญากรรม Cyber ข้ามชาติ”
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต.พรศักดิ์เลารุจิราลัย ผบก.ทล. และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว เปิดยุทธการ Ghost Drivers “รวบขบวนการลำเลียงสแกมเมอร์ ตัดวงจรอาชญากรรม Cyber ข้ามชาติ” จับกุมผู้ต้องหา 22 ราย ในข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ,ฟอกเงิน และฉ้อโกงประชาชนฯ” พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 14 รายการ ประกอบด้วย
1. เงินสด จำนวน 117,500 บาท , 2. สมุดบัญชี/บัตรเครดิต จำนวน33 เล่ม/ใบ ,3. รถยนต์ จำนวน 6 คัน ,4. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 35 เครื่อง , 5. ทองคำ จำนวน 10 บาท , 6. โฉนดที่ดิน จำนวน 6 ฉบับ ,7. ของสะสม จำนวน 208 ชิ้น ,8. พระเครื่อง จำนวน 88 องค์ ,9. สิ่งของแบรนด์เนม จำนวน 6 ชิ้น ,10. เครื่องประดับ จำนวน 9 ชิ้น
11. ยาไอซ์จำนวน 1 ซอง พร้อมอุปกรณ์การเสพ ,12. ยาบ้า จำนวน 15 เม็ด ,13. อาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก ,14. เครื่องกระสุนจำนวน 350 นัด รวมมูลค่าของกลางกว่า 20 ล้านบาท
โดยลงพื้นที่ตรวจค้น รวม 14 จังหวัด 23 จุดตรวจค้น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, ระยอง, นครปฐม, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, เชียงราย, เชียงใหม่, กำแพงเพชร, ตาก, ชัยนาท, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, ศรีสะเกษ, ตรัง และพื้นที่เกี่ยวข้อง โดยผลการตรวจค้นพบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงการแบ่งหน้าที่ การรับ-ส่งบุคคลต่างด้าว การใช้ยานพาหนะหลายคัน การรับเงินค่าจ้าง การใช้บัญชีธนาคารหลายทอด และการใช้นิติบุคคลบางรายเป็นทางผ่านของเงิน
พฤติการณ์ เมื่อช่วงปลายเดือน พฤศจิกายน 2568 ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.(ชลบุรี) ได้ตรวจสอบจากการข่าวพบว่ามีการจับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน จำนวน 42 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือ 215 เครื่อง ในพื้นที่ชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พร้อมตรวจพบโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.(ชลบุรี) จึงเริ่มสืบสวนขยายผล จนพบว่ามีกลุ่มรถยนต์หลายคันร่วมขบวน ทำหน้าที่รับ-ส่งบุคคลต่างด้าวเป็นช่วงๆ จากพื้นที่ตอนในของประเทศไปยังพื้นที่ชายแดน (ตาก-จันทบุรี) จึงได้วางแผนสกัดจับกุม
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้วางแผนและเข้าสกัดจับกุมครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ในเส้นทางพื้นที่ภาคตะวันออก บนถนนทางหลวงหมายเลข 344 กม.80 (ขาออก กทม.)ต.พลงตาเอี่ยม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง พบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ที่เดินทางร่วมกันเป็นขบวน สามารถจับกุมผู้ขับขี่ชาวไทย 2 ราย พร้อมบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน 6 ราย อีกทั้งตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 25 เครื่องบัตร ATM 8 ใบ และยานพาหนะที่ใช้ในการลำเลียงไว้เป็นพยานหลักฐาน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลการติดต่อ การสั่งการ และพยานหลักฐานอื่นๆ อันพบเป็นพฤติการณ์เครือข่ายลักลอบลำเลียงบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน เข้าออกประเทศโดยผิดกฎหมาย มีจำนวนผู้กระทำความผิดร่วมกันหลายกลุ่ม และแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบและองค์กร
หลังการจับกุมครั้งที่ 1 เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อเนื่องจากพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้ พบว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีเฉพาะผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ แต่ยังมีผู้สั่งการ ผู้ประสานงาน ผู้จัดหารถ ผู้สนับสนุนด้านการเงิน และกลุ่มรับช่วงในพื้นที่ปลายทาง ซึ่งแบ่งหน้าที่กันทำงานเป็นลำดับชั้นในหลายพื้นที่ ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล.(ชลบุรี) ได้ขยายผลจับกุมครั้งที่ 2 บนถนนทางหลวงหมายเลข 344 กม.43 และ 57 (ขาเข้า กทม.) ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี พบผู้ต้องหาชาวไทยอีก 2 ราย ใช้รถยนต์ 2 คัน ลำเลียงบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนรวม 4 ราย โดยพยานหลักฐานที่ตรวจพบเชื่อมโยงกับเครือข่ายเดียวกับการจับกุมวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นขบวนการเดียวกันที่ดำเนินการซ้ำหลายครั้ง ไม่ใช่เหตุเฉพาะราย
จากพยานหลักฐานทั้งหมดวิเคราะห์ได้ว่า เป็นการรวมกลุ่มกัน มีสมาชิกเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกระทำความผิด และปกปิดวิธีการดำเนินงาน มีลักษณะเข้าองค์ประกอบความผิดอั้งยี่ และร่วมกันหรือสนับสนุนการขนคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ต่อมาได้ทำการสืบสวนเชิงลึกพบผู้สั่งการได้รับเงินทุนในการสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวจากกลุ่มบัญชีม้าทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ซึ่งพฤติกรรมการเป็นอั้งยี่ดังกล่าว เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้มีพฤติกรรมโอนรับทรัพย์สิน ปกปิดอำพราง และควรจะรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดจากการเป็นอั้งยี่และขนคนโดยผิดกฎหมาย อันเข้าองค์ประกอบความผิดฐานฟอกเงิน จึงได้ขยายผลร่วมกับ กก.2 บก.ป. เพื่อออกหมายจับผู้ต้องหา 16 ราย
ต่อมาจากการสืบสวนพบว่าเงินทุนของเครือข่ายรับมาจากบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ (SCAMMER) ซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายในหลายพื้นที่ทั่วประเทศได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ซึ่งเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงิน และเงินของผู้เสียหายได้ถูกโอนไปยังบัญชีม้าจำนวนหลายแถวจนไปถึงบัญชีเงินทุนดังกล่าว จากการตรวจสอบบัญชีต้องสงสัยทั้งหมดโดยละเอียดพบความเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์รวม 181 คดี มีธุรกรรม 665 รายการ และยอดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 185 ล้านบาท พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนคนไทยมาใช้เป็นทุนในการเคลื่อนย้ายบุคคลต่างด้าว จ่ายค่าจ้างผู้ลำเลียง จัดหายานพาหนะ และอำพรางทรัพย์สินผ่านบัญชีบุคคลกับนิติบุคคลบังหน้า โดย กก.6 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนผู้เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์และติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 9 ราย เพื่อดำเนินคดี
จากพยานหลักฐานทั้งหมด เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเครือข่ายนี้เป็นขบวนการขนคนจีนข้ามชาติ มีการวางแผนล่วงหน้า แบ่งหน้าที่กันทำงานหลายพื้นที่ และพยายามลดการเชื่อมโยงถึงตัวการหลัก โดยใช้เงิน จากอาชญากรรมออนไลน์เป็นท่อน้ำเลี้ยงในการขยายเครือข่ายลำเลียงบุคคลต่างด้าวข้ามประเทศ
ทั้งนี้ รายละเอียดเชิงเทคนิค วิธีการสืบสวน และข้อมูลปฏิบัติการเฉพาะ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อรักษาความลับของทางราชการและประสิทธิภาพในการขยายผลต่อไป