โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหรียญหล่อรูปเหมือน หลวงปู่รอด วัดสามไถ พระเกจิชื่อดัง-กรุงเก่า

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 17 ก.พ. 2566 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2566 เวลา 10.09 น.

“หลวงปู่รอด อินทปัญญา” อดีตเจ้าอาวาสวัดสามไถ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตพระเกจิเรืองนามแห่งกรุงเก่า เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นที่เคารพนับถือ

ในปี พ.ศ.2467 มีการจัดงานยกช่อฟ้าอุโบสถ ลูกศิษย์และชาวบ้านได้ขออนุญาตสร้างเหรียญหล่อรูปเหมือน โดยมีคณะกรรมการ 12 คน ประกอบพิธีหล่อที่วัด โดยมีหลวงปู่รอดจารแผ่นโลหะให้

ลักษณะเป็นเหรียญหล่อเนื้อทองผสม มีหูในตัว รูปทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปจําลององค์หลวงปู่รอดนั่งอยู่เหนือรูปเสือ ขอบเหรียญ เขียนคำว่า “ในการยกช่อฟ้าอุโบสถวัดสามไถ”

ด้านหลังเป็นยันต์แปด ด้านบนยันต์ เขียนคำว่า “ที่ระฤก” ด้านล่างใต้ยันต์ เขียนคำว่า “พ.ศ.๒๔๖๗”

รุ่นนี้เป็นที่กล่าวขานในแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องว่า เป็นเหรียญหล่อพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมอันดับ 1 ของเมืองกรุงเก่า เป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่สร้างขึ้น

มีเรื่องเล่าว่า ในขณะที่ช่างนำแผ่นโลหะมาหลอม ปรากฏว่าแผ่นโลหะไม่หลอมละลาย คณะกรรมการจึงกราบเรียนหลวงปู่ว่าแผ่นโลหะไม่ยอมละลาย หลวงปู่จึงบอกว่า หลอมละลายแล้ว เมื่อคณะกรรมการกลับมาดู ปรากฏว่าแผ่นโลหะได้ละลายแล้ว

หลังจากนั้น หลวงปู่รอดนำเหรียญทั้งหมดเข้าปลุกเสกในอุโบสถ โดยปลุกเสกเดี่ยวตลอดคืน ท่ามกลางเหล่าพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ตลอดเวลา

ปัจจุบัน หายาก

มีชื่อเดิมว่า รอด เกิดปีขาล พ.ศ.2384 ณ บ้านสามไถ จ.พระนครศรีอยุธยา บิดาสืบค้นไม่ทราบชื่อ มารดาชื่อแม่เฒ่ากา เป็นคนเชื้อสายลาว มีพี่น้อง 3 คน

เมื่ออายุ 7 ขวบ นำท่านไปฝากให้เรียนอักขระกับพระอธิการแดง เจ้าอาวาสวัดสามไถ

ต่อมา บรรพชาเมื่ออายุ 11 ขวบ เล่ากันว่ามีอุปนิสัยชอบหาความสงบวิเวก หลังจากศึกษาพระปริยัติธรรมจากพระอธิการแดงได้ 4 ปี จึงกราบลาไปศึกษาพุทธาคมทางภาคอีสาน

ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงเข้าพิธีอุปสมบท แต่จากประวัติไม่ทราบได้อุปสมบท ณ วัดใด และใครเป็นพระอุปัชฌาย์ เพียงทราบว่าหลังจากที่ศึกษาวิทยาคมจนเชี่ยวชาญ จึงเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมในกรุงเทพฯ และได้พบกับหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ซึ่งเป็นพระภิกษุรุ่นน้อง

มีเรื่องกล่าวขานบอกเล่าต่อกันมาว่า เมื่อครั้งศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ในกรุงเทพฯ ร่วมกับพระภิกษุรุ่นน้องเป็นคนอยู่บ้านเดียวกัน เมื่อทั้งสองรูปได้เรียนสำเร็จพระปริยัติธรรมแล้ว จึงเดินทางกลับภูมิลำเนา

ซึ่งการเดินทางกลับมาครั้งนี้ ได้มีคหบดีท่านหนึ่งชื่อ นายเทศ จัดงานเฉลิมฉลองเกียรติคุณให้แก่พระภิกษุทั้งสองรูปนี้ โดยจัดให้มีขบวนแห่ทางน้ำ ตั้งแต่อำเภอนครหลวง จนถึงอำเภอท่าเรือ ในขณะที่ประชาชนกำลังร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานอยู่กลางลำน้ำป่าสักนั้น เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทั้งที่ท้องฟ้าแจ่มใสและยังมีแดดจัด เม็ดฝนที่ตกลงมาทำให้ประชาชนที่ร่วมขบวนแห่เปียกปอนไปตามกัน

แต่กับพระภิกษุทั้งสองรูป สายฝนกลับไม่สามารถทำให้เปียกแต่อย่างใด

ต่อมาคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองได้แต่งตั้งให้หลวงปู่รอดเป็นเจ้าอาวาสวัดสามไถ เมื่อปี พ.ศ.2427 สืบต่อจากพระอธิการแดง ที่มรณภาพ

พ.ศ.2429 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะที่มีอายุได้ 45 ปี พรรษา 25

เป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เข้มงวดกวดขันความประพฤติของพระภิกษุที่อยู่ในความปกครองให้ถือปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด

เช่น การกำหนดให้พระภิกษุที่อยู่ในวัดสามไถต้องมาปลงอาบัติกับท่านเป็นการส่วนตัวในช่วงเวลาเช้า ห้ามปลงอาบัติกับเพื่อนพระภิกษุด้วยกัน ฯลฯ

หากพระภิกษุรูปใดทำผิดพลาดความประพฤติ ท่านจะลงโทษด้วยไม้เรียวทันที ด้วยถือว่าผู้ที่เป็นพระภิกษุเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมวินัยมาแล้ว จึงสมควรที่จะต้องตั้งมั่นอยู่ในศีล

ด้วยเกียรติคุณที่แผ่ขยายออกไป ทำให้ได้รับความเคารพเลื่อมใส ต่างพาบุตรหลานที่มีอายุครบบวชมาอุปสมบทที่วัดสามไถ ซึ่งจากทัศนคติของท่านที่ว่า “การนำสาธุชนทั้งหลายเข้าสู่ผ้ากาสาวพัสตร์เป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ในพระศาสนาทั้งสิ้น…”

ครั้งหนึ่งมีผู้ร้องเรียนถึงคณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง โดยได้กล่าวหาว่าบรรพชาอุปสมบทให้พวกที่มีคดีติดตัวอยู่ เป็นเหตุให้พระญาณไตรโลกนาถ (ฉาย) เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ขึ้นมายึดพัดอุปัชฌาย์และห้ามบวชนาคเป็นการชั่วคราว

ว่ากันว่าหลังจากที่พระญาณไตรโลกนาถยึดพัดอุปัชฌาย์จากหลวงปู่รอดไปแล้วยังไม่ถึง 7 วัน ก็เกิดความไม่สบายใจจนต้องนำพัดอุปัชฌาย์มาคืน ก่อนปรับความเข้าใจกัน พร้อมทั้งให้ความนับถือหลวงปู่รอดเป็นอย่างยิ่ง โดยจะเดินทางมากราบนมัสการเป็นประจำทุกปี

มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคชรา ที่กุฏิภายในวัด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2480 ตรงกับวันอังคาร แรม 3 ค่ำ เดือนอ้าย ปีฉลู

สิริอายุ 96 ปี พรรษา 75 •

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

komkam.ks@gmail.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...