โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'นักวิชาการ' พื้นที่ภาคใต้ มองการเมือง 'ด้ามขวาน' สถานการณ์อยู่ในระยะ 'เปลี่ยนผ่าน'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 13 มี.ค. 2566 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2566 เวลา 02.51 น.

รายงานพิเศษ | พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

‘นักวิชาการ’ พื้นที่ภาคใต้

มองการเมือง ‘ด้ามขวาน’

สถานการณ์อยู่ในระยะ ‘เปลี่ยนผ่าน’

ผศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มองปัจจัยการเมืองภาพรวมในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ต้องมอง 2 ประเด็นหลัก

1. กรอบนโยบายของพรรคการเมือง ว่าจะมีนโยบายอะไรดึงดูด ประชากรใน 14 จังหวัดภาคใต้ได้

และ 2. เวลาที่เราจะมองภาคใต้ เราต้องไม่มองภูมิรัฐศาสตร์แบบเดียว พื้นที่ภาคใต้ มี 3 กลุ่มหลักที่แตกต่างกัน

1. คือฝั่งที่ติดกับอ่าวไทยที่มีมิติทางด้านเศรษฐกิจสังคมการเมืองแบบหนึ่ง

2. กลุ่มอันดามัน มีมิติเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจผู้คนที่แตกต่าง

3. พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ + 4 อำเภอสงขลา รวมถึง จ.สตูล เวลาผมจะอธิบายภาคใต้อยากจะพูดถึงความแตกต่างของ 3 โซนที่ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจภูมิหลังต่างๆ มีความแตกต่างกัน ก็จะส่งผลต่อการเลือกตั้งด้วย

นอกจากนโยบายความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 อย่างที่ทราบกันดีว่าภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ครองมาอย่างยาวนาน และหลังจากปี 2562 ปชป.สูญเสียที่นั่งจำนวนมากให้กับพลังประชารัฐ รวมถึงอีกผู้เล่นในสมการที่น่าสนใจคือพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ที่นั่งไปจำนวนไม่น้อยใน

ความเปลี่ยนแปลงของตลาดทางการเมืองระบบพรรคการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ ณ ขณะนี้หลังจาก กกต.ประกาศไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าภาคใต้จะได้ ส.ส.เพิ่มมาอีก 2 ที่นั่งคือจังหวัดนครศรีธรรมราชจาก 9 คนเป็น 10 คน และจังหวัดปัตตานีจาก 4 คนเป็น 5 คน หมายความว่าภาคใต้จะมี ส.ส.ทั้งหมด 60 ที่นั่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จาก ส.ส.เขต 400 ที่นั่งคือ 15% นั่นคือจำนวนจะมากขึ้น

สำหรับพรรคการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ ซีกฝ่ายพรรครัฐบาลหวังกับพื้นที่นี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ 3 พรรคหลัก และบวกพรรคใหม่ คือรวมไทยสร้างชาติ จากเดิมที่แข่งขันกันระหว่างพลังประชารัฐ, ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยล้วนแล้วเป็นสัดส่วนที่อยู่ในซีกของรัฐบาลปัจจุบันทั้งสิ้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบครบ 4 ปี 3 พรรคการเมืองนี้ เป็นผู้ที่กุมทรัพยากรอำนาจรัฐผ่านกระทรวงต่างๆ เราจะเห็นเรื่องของนโยบายที่ออกมา เพื่อช่วยทั้ง 14 จังหวัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันที่ต้องเผชิญสถานการณ์โควิด ความพยายามเปิดมิติด้านการท่องเที่ยว และในจังหวัดชายแดนใต้ก็พยายามมีการเปิดการเจรจาพูดคุย ตลอดเวลาที่ผ่านมาซีกที่ได้เปรียบคือซีกของรัฐบาลปัจจุบัน

เมื่อประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันนี้ 3+1 พรรคการเมืองนี้ พูดกันอย่างตรงไปตรงมา คือไม่มีใครที่จะได้เปรียบกันและกันไปกว่าใครเลย เพราะว่าถ้าดูจากตัวผู้สมัคร จากพรรคต่างๆ เราจะเห็นว่ามีการโยกย้ายมีการดึงตัวใช้ทรัพยากรสูง เดิมทีพรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นพรรคหลัก

แต่ข้อที่น่าสังเกต จากการเปิดตัวมีคนรุ่นใหม่ค่อนข้างมากส่วนคนเก่าๆ ก็จะมีออกไปอยู่พรรคภูมิใจไทยและพรรคอื่นๆ

ผมคิดว่าสิ่งที่อาจจะต้องรอคือการพูดถึงพรรครวมไทยสร้างชาติที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นตัวชูโรง จะเปิดตัวผู้สมัครที่จะเข้ามาได้ยิ่งใหญ่มากน้อยแค่ไหน การเปิดตัวผู้เล่นแบบเขตของ รทสช. จะเป็นปัจจัยที่จะสามารถชี้ได้ว่าจะสร้างความดุเดือดมากขึ้นขนาดไหน

ความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์

ณ ปี 2566 ในพื้นที่ภาคใต้

ความนิยม พล.อ.ประยุทธ์ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ถ้าเราพิจารณาเปรียบเทียบกับ 3 พรรคที่เหลือว่าผู้นำมีความใกล้ชิดกับผู้คนในโซนภาคใต้ คนแรกที่อยากจะพูดถึง “หัวหน้าจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” (ที่คนใต้/คนท้ายเหมืองพังงาเขาเรียก) ดูบุคลิกแล้วไม่ค่อยเข้มแข็งพอที่จะก้าวนำพาประเทศ ดูจากการพูดคุยแล้วรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในลักษณะของความเป็นผู้นำ ที่กล่าวมาก็ไม่ได้ต้องการจะวิจารณ์พรรค แต่เป็นการดูจากมุมมองถ้าหากเทียบตัว “ผู้นำพรรค”

ส่วน “คุณอนุทิน ชาญวีรกูล” ดูห่างออกไปจากภาคใต้ แต่ก็ยังมีผู้เล่นระดับแกนนำพรรคในภาคใต้ที่คอยดูอยู่ว่าพื้นที่ไหนที่จะส่ง ส.ส. หรือผู้สมัครแบบไหน ยังถือว่าห่างกับตำแหน่งผู้นำประเทศ

ต่อมา “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” มองว่าที่ผ่านมาความนิยมมีให้เห็นไม่มากนัก เพราะครั้งที่แล้วทางพรรคก็ชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหลัก

ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งที่เคยมีประสบการณ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีทำให้เวลามีการทำโพลออกมา พล.อ.ประยุทธ์จึงมักจะได้คะแนนนิยม

ความนิยมนี้ เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัย วาทกรรมความมั่นคงของประเทศ ที่ชัดเจนคือ ถ้าเลือกแล้วประเทศจะสงบ ประกอบกับอุปนิสัยของคนใต้ที่จะชอบคนแข็งแรง เข้มแข็ง ทำให้การเมืองตลอดที่ผ่านมาก็มีความคิดในมิติของความมั่นคงอยู่มาก ถ้าเราสังเกตจะเห็นว่าหลายคนจะเอา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาเปรียบเทียบ ทำให้ในมิติความมั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์จะมีคะแนนเสียงที่สูงกว่าคนอื่นๆ และจากความอ่อนแอลงของ ปชป. ทำให้คนใต้ที่เดิมผูกโยงอยู่กับพรรคนี้ ไม่รู้จะไปไหน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์สามารถแทรกเข้ามาในบทบาทผู้นำได้ และน่าสนใจว่าทำให้พรรคภูมิใจไทยก็สามารถแทรกเข้ามาได้ด้วย ซึ่งก็น่าสนใจว่าจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นหรือไม่?

คราวนี้กลับมามองทางซีกฝ่ายค้าน “พรรคเพื่อไทย” ตลอด 2 ทศวรรษยังไม่สามารถสร้างความนิยมให้แก่คนภาคใต้ได้ ทางกลับกัน “พรรคก้าวไกล” เมื่อปี 2562 คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้รับคะแนนสียงจากทางภาคใต้ค่อนข้างเยอะเพราะมีความชัดเจน และมีชุดความคิดทางการเมืองที่ถูกใจคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย แต่ปัจจุบันพรรคภายใต้การนำของ “คุณทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ยังไม่รู้สึกว่าพรรคจะแข็งแรงเท่าคุณธนาธร แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงการสร้างความนิยมอยู่ ดังนั้น มองเจาะรายพื้นที่สำหรับปีกฝ่ายค้าน สำหรับเพื่อไทยควรจะตัดออกไปก่อน 3 จังหวัดชายแดน และ 4 อำเภอเพราะมีพรรคประชาชาติที่เป็นพรรคที่คล้ายกัน อยู่ในซีกฝั่งเดียวกันทำให้ถึงแม้จะชอบเพื่อไทย แต่คะแนนเสียงอาจเทไปยังประชาชาติมากกว่า

จะเหลืออีกประมาณ 11 จังหวัด เมื่อพิจารณาแล้วถ้าจะได้ น่าจะเป็นในเขตอันดามัน เพราะพื้นที่นี้มีความปฏิสัมพันธ์กับคนนอกเยอะไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ หรือนักลงทุนต่างๆ ทำให้วิธิคิดวิธีการมองมันก็เหมาะสมกับพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งถ้าพิจารณาตัวผู้เล่นแล้วพรรคเพื่อไทยในเขตอันดามัน ก็เป็นผู้สมัครที่น่าจะพอมีลุ้น แต่ก็คิดว่ายังไม่ง่าย

ส่วนของก้าวไกลถ้ามองตอนนี้ยังไม่ประกาศชัดว่าใครลงพื้นที่ไหนบ้าง แต่ดูจากกระแสแล้วถ้าจะลุ้นอาจต้องลุ้นในพื้นที่ที่มีมหาวิทยาลัย เพราะมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นฐานเสียงที่เหนียวแน่นอย่างชัดเจน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่เมืองคิดว่ายังยากอยู่เพราะยังมีการเมืองที่เป็นระบบเครือข่าย หรือระบบอุปถัมภ์เดิมอยู่ในการส่ง ส.ส.เข้าสู่สภา

เพราะฉะนั้น ในเขตพื้นที่เมืองที่มีมหาวิทยาลัย และเขตอันดามันคิดว่าพรรคก้าวไกลก็น่าจะทำคะแนนได้

จากประชามติ ถึงเลือกตั้ง 66

กับกรอบคิด คน 3 จังหวัด

จากประชามติปี 2559 จนถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงในปี 2566 ผมคิดว่าผลของประชามติที่ปฏิเสธรัฐธรรมนูญ และเมื่อมีการเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2562 ชัดเจนว่าพรรคประชาชาติที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทหาร ที่ได้ ส.ส.เยอะที่สุด มันสะท้อนให้เห็นว่าคนภาคใต้ใน 3 จังหวัดปฏิเสธทหาร ย้อนไปในปี 2547 มีการใช้ความรุนแรงทำให้การเลือกตั้งในปี 2548 รัฐบาลชุดนั้นถูกปฏิเสธ

จำได้ว่าตอนนั้น 11 เขตได้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เพราะว่าเขาชอบพรรค แต่เขาต้องการแสดงออกว่าไม่เอารัฐบาลชุดเดิม

การลงคะแนนเสียงมันสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนจะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างไร

ซึ่งการเมืองรูปแบบนี้มันจะทำให้พื้นที่ของการใช้ความรุนแรงมันลดลง และมันยังสะท้อนให้เห็นอีกว่าวิธีคิดของจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้กับสามจังหวัดเขามีกรอบคิดที่ต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในวิธีการมองรัฐไทย และเรื่องของการเมืองวัฒนธรรมที่มันต่างกัน

ทำให้วิธีคิดวิธีการเลือกผู้นำจึงต่างกัน

พรรคประชาธิปัตย์

กับวาทกรรม ส่งเสาไฟฟ้า?

คิดว่าใช้ไม่ได้แล้ว เพราะการแข่งขันตอนนี้สูงมาก

และการเมืองในยุคดิจิทัลนี้ ทุกพรรครู้จักการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล หมายความว่าถ้าจะส่งเสาไฟฟ้าหรือการส่งใครลงไปก็ได้ตอนนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว

ทำให้ในตอนนี้การส่งตัวแทนลงในแต่ละพื้นที่ทุกพรรคจำเป็นต้องคัดคุณภาพด้วย

“ลุงป้อม 700 ลุงตู่ 1000”

นโยบายประชานิยมมีผลต่อพื้นที่?

นโยบายเหล่านี้ตอนนี้ก็มีผลในเชิงการพูดกันของชาวบ้าน ต้องเป็นนโยบายที่เข้าใจง่ายทำให้คนพูดต่อๆ กัน ตอนนี้ผมคิดว่าเรื่องของแคมเปญนโยบายของพรรคการเมืองจะเริ่มมีให้เราเห็นเรื่อยๆ เพื่อให้คนพูดถึง เพราะการเมืองตอนนี้จะเริ่มเอียงไปทางนโยบายมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่จะยึดอยู่กับตัวบุคคล

ผมคิดว่าตอนนี้ทุกพรรคการเมืองอาจต้องทำนโยบายต่างๆ นำเสนอด้วยภาษาที่คนเข้าใจได้ง่าย สำหรับภาคใต้นโยบายเองก็มีส่วนหากดูย้อนไป นโยบายยางพาราที่เคยล้มรัฐบาลมาแล้ว โดยพื้นฐานเลยสำหรับภาคใต้ในเรื่องของราคายาง พืชสวน ผลไม้ ที่เป็นสินค้าหลักของภาคใต้ที่ค่อนข้างมีผล

สุดท้าย ผมคิดว่าการเมืองภาคใต้อยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน เกิดจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน

อย่างแรกคือพรรคประชาธิปัตย์อ่อนแรงลงทำให้คนใต้จะหาที่มั่นใหม่

สอง ในระยะเปลี่ยนผ่านนี้จะเป็นประเด็นทางด้านของเศรษฐกิจดิจิทัล และคนรุ่นใหม่ทำให้เห็นว่าภาคใต้ที่ผ่านมา ไม่ได้ไปไกลเลย สิ่งที่ภาคใต้ต้องการตอนนี้คือนโยบายรัฐบาลหรือกลุ่มคนที่จะนำภาคใต้ไปสู่มิติใหม่

สุดท้ายสิ่งที่จะต้องจับตามองตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจำนวน 60 เขต หรือ 15% นี้จะเป็นตัวบ่งบอกอนาคตว่าคนใต้ต้องการอนาคตแบบไหน

ชมคลิป

https://www.youtube.com/@MatichonWeekly/videos

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...