โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมบางคนถึงคิดว่าตัวเอง ‘ฉลาดที่สุด’ ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้น

BrandThink

เผยแพร่ 13 ก.พ. 2566 เวลา 12.04 น.

ในช่วงชีวิตหนึ่ง น่าจะมีสักครั้งที่เราต้องเจอกับคนที่คิดว่าตัวเอง‘ฉลาดกว่าคนอื่น’

หรือไม่ก็อาจจะเจอคนที่แสดงความคิดเห็นราวกับตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในทุกๆ เรื่องโดยอ้างอิงข้อมูลข่าวสารในแต่ละวัน ก่อนที่เราจะพบว่าคนคนนั้นไม่ได้ฉลาดกว่าใคร แต่อาจจะมีความมั่นใจที่เกินความรู้ความสามารถของตัวเองไปมาก และเรื่องแบบนี้มีคำอธิบายได้หลายอย่าง

มีอาการของโรคหลงตัวเอง

เคิร์ก ฮอนดะ(Kirk Honda)

ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยซีแอตเทิล ในสหรัฐอเมริกา พูดถึงเรื่องนี้ในสื่ออเมริกันที่ตั้งคำถามว่า ทำไมถึงมีคนที่เชื่อหรือคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นอยู่เสมอ ซึ่งเขามองว่านี่อาจเป็นตัวบ่งชี้อาการของคนที่เป็นโรคหลงตัวเอง(Narcissistic personality disorder) ที่เป็นความผิดปกติด้านบุคลิกภาพอย่างหนึ่ง

คนที่มีอาการนี้มักจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางในเรื่องต่างๆ และไม่ยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์หรือความเห็นต่างจากใครเลย แต่ที่จริงแล้วสาเหตุของปมนี้เกิดจากความไม่มั่นใจและไม่เคารพในตัวเอง จึงเกิดกลไกทางจิตใจที่จะกดข่มคนรอบข้างให้รู้สึกแย่หรือด้อยกว่าตัวเอง ทำให้คนเหล่านี้โอ้อวดว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถหรือมีสถานะที่ดีกว่าคนอื่นๆ โดยไม่ยอมให้ใครตั้งคำถาม เพื่อจะปกปิดความรู้สึกไม่มั่นคงทางใจของตัวเอง

เพราะ‘รู้น้อย’ แต่เข้าใจว่าตัวเอง ‘รู้มาก’

สาเหตุที่2 ที่ทำให้คนบางคนรู้สึกว่าตัวเองฉลาดและออกความเห็นในเรื่องต่างๆ เหมือนกับตัวเองเป็นผู้รอบรู้ในทุกด้าน เป็นเพราะคนกลุ่มนี้ ‘ไม่รู้’

ว่าตัวเองไม่ได้มีความรู้เชิงลึกที่แท้จริงในเรื่องใดเลย แต่อาศัยว่ารู้เรื่องพื้นฐานเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง จึงเข้าใจว่าตัวเองรู้ทุกอย่างแล้ว และเกิดความเชื่อมั่นซึ่งสวนทางกับความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง จนมีพฤติกรรมที่มักจะถูกคนเรียกว่า ‘อวดฉลาด’ อยู่เป็นประจำคนที่รู้น้อยแต่คิดว่าตัวเองรู้มากจนเกิดความมั่นใจผิดๆ ถูกอธิบายด้วยทฤษฎีทางจิตวิทยาดันนิง–ครูเกอร์(Dunning-Kruger Effect) ซึ่งเป็นการสรุปผลจากการทดลองของ เดวิด ดันนิง (David Dunning) และ จัสติน ครูเกอร์ (Justin Kruger) ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในปี 1999 และพบพฤติกรรมอย่างหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นแบบแผนในกลุ่มคนที่ ‘รู้น้อยที่สุด’ เพราะได้คะแนนต่ำสุดในการทดสอบวัดผลทางด้านภาษา อารมณ์ขัน และการใช้ตรรกะ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการชี้วัดความสามารถทางปัญญาคนที่คิดว่าตัวเองทำคะแนนได้ดีที่สุด แท้จริงคือกลุ่มคนที่ทำคะแนนในการทดสอบต่างๆ ได้น้อยที่สุด จนเกิดข้อสรุปว่าคนกลุ่มนี้‘ไม่รู้’

ว่าสิ่งที่ตัวเองรู้นั้นตื้นเขิน หรือไม่ก็เป็นเพียงมายาคติที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง ทั้งยังมีผลข้างเคียงเพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมรับฟังข้อเท็จจริงอื่นๆ ที่จะมาหักล้างสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นความจริง หรือเชื่อว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

ฉลาดกว่าจริงๆ จนไม่ไว้ใจใครเลย

กรณีสุดท้ายคือ คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นนั้น‘ฉลาดกว่า’ จริงๆ แต่การคิดและเชื่อมั่นแบบนี้ไม่ได้เป็นผลดีกับคนรอบข้างสักเท่าไร เพราะ ปีเตอร์ กอร์ดอน (Peter Gordon) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ให้สัมภาษณ์กับ Vice ว่า คนที่ฉลาดกว่าคนอื่นในทุกๆ เรื่องนั้น ‘ไม่มีอยู่จริง’ เพราะอาจจะฉลาดกว่าแค่ในบางเรื่องเท่านั้น และความคิด (หรือความเชื่อ) ว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่น จะทำลายสุขภาพจิตของคนที่คิดหรือเชื่ออย่างนั้นไปเรื่อยๆ โดยที่เจ้าตัวเองก็อาจจะไม่รู้คนที่ฉลาดหรือเชี่ยวชาญในบางด้านมากกว่าคนอื่นจึงมักจะลงเอยที่การ‘ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง’ เพราะไม่ไว้ใจหรือไม่เชื่อใจว่าคนอื่นๆ จะทำได้ดีเท่ากับตัวเอง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่ดีต่อการบริหารจัดการความสัมพันธ์ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงานก็ตามที

ด้วยเหตุนี้จึงมีคำแนะนำถึงคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่น ให้ลองทบทวนพฤติกรรมและความสามารถของตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้มีอาการหลงตัวเองหรือคิดว่าตัวเองเก่งเกินจริง และในกรณีที่พบว่าตัวเอง‘ฉลาดกว่า’

ในบางด้านจริงๆ ก็ควรจะทำความเข้าใจว่าคนอื่นๆ รอบตัวอาจเจอกับปัญหาหรือมีข้อจำกัดบางอย่างในชีวิต ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าใจหรือรับรู้บางเรื่องได้เท่าเรา ซึ่งทางแก้ไม่ได้อยู่ที่การเข้าไปจัดการกับสิ่งต่างๆ เอง แต่ควรให้คำแนะนำหรือฝึกฝนคนที่ยังขาดทักษะ ให้เข้าใจและเกิดการเรียนรู้หรือพัฒนาด้วยตัวของเขาเอง

อ้างอิง

  • Vice. Is Everyone Around You Dumb? https://bit.ly/3Y4lrSo
  • IFLScience. Why Idiots Think They’re Smart: Dunning On The Dunning–Kruger Effect. https://bit.ly/3RtyASp
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...