โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จรวดทำจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติลำแรกของโลกไปไม่ถึงวงโคจร

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2566 เวลา 05.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

วอชิงตัน 23 มี.ค. – จรวดที่สร้างจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติลำแรกของโลก ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากแท่นปล่อยได้สำเร็จเมื่อวานนี้ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวหนึ่งของบริษัทสตาร์ทอัพด้านอวกาศที่อยู่เบื้องหลักนวัตกรรมด้านยานอากาศ แม้ว่าจรวดจะเดินทางไปไม่ถึงวงโคจรก็ตาม

จรวด เทอร์แรน 1 ที่ไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย ถูกปล่อยจากแท่นปล่อยจรวดที่แหลมคานาเวอรัล ในรัฐฟลอริดา ในเวลา 23.25 น. ของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น หรือ ตรงกับ 10.25 น. วันนี้ตามเวลาในประเทศไทย แต่จรวดประสบปัญหาในระหว่าวการแยกตัวขั้นที่ 2 ทำให้ไปไม่ถึงวงโคจรตามที่กำหนดไว้ได้ บริษัทสตาร์ทอัพด้านอวกาศในรัฐแคลิฟอร์เนียที่ชื่อ “รีเลทิวิตี้ สเปซ” (Relativity Space) ซึ่งเป็นผู้สร้างจรวดลำนี้ ซึ่งไลฟ์สดการปล่อยจรวด ยังไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติมถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็พบว่า จรวดซึ่งสร้างจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติประมาณร้อยละ 85 สามารถทนทานกับสภาพขณะที่ขึ้นจากแท่นปล่อยจรวดได้

ความสำเร็จดังกล่าวเป็นความพยายามปล่อยจรวดครั้งที 3 โดยครั้งแรกมีกำหนดจะปล่อยจรวดในวันที่ 8 มีนาคม แต่เลื่อนออกไปในนาทีสุดท้ายเนื่องจากพบปัญหาที่อุณหภูมิของตัวขับเคลี่อน ครั้งที่ 2 กำหนดจะปล่อยจรวดในวันที่ 11 มีนาคม แต่ต้องยกเลิกเนื่องจากมีปัญหาที่แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง หากจรวดสามารถเดินทางไปถึงวงโคจรระดับต่ำของโลกได้ จะถือเป็นยานพาหนะของเอกชนลำแรกของโลกที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊สมีเทนที่ทำสำเร็จในความพยายามครั้งแรก สำหรับเทอร์แรน 1 จะยังไม่บรรทุกดาวเทียมในการบินเที่ยวแรกนี้ จรวดลำนี้มีความยาว 33.5 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.2 เมตร.-สำนักข่าวไทย

เครดิตภาพ “AFP PHOTO / HANDOUT / RELATIVITY SPACE”
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...