โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

อาชีพดาวรุ่ง รับซื้อขายหมากสด หมากแห้ง 100% ส่งต่างประเทศ พ่อค้ารับซื้อถึงที่ ไม่อั้น

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 07 ก.พ. 2565 เวลา 03.51 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2565 เวลา 21.00 น.

ภาคตะวันออก นอกจากจะเป็นแหล่งผลไม้ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกองแล้ว ผล “หมาก” ยังเป็นพืชเศรษฐกิจ มีพื้นที่ปลูก 5,565 ไร่ คิดเป็น 15% ของประเทศ 4 อันดับจังหวัดที่ปลูกมากที่สุด คือ ฉะเชิงเทรา 2,879 ไร่ จันทบุรี 903 ไร่ ระยอง 888 ไร่ ตราด 826 ไร่ (สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง) หมากทำรายได้เงียบๆ ให้ประเทศปีละกว่า 5,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูก พ่อค้าที่รับซื้อ-ขายส่งให้พ่อค้าต่างประเทศ จีน อินเดีย พม่า เวียดนาม ดูไบ ที่มารับซื้อถึงบ้าน หมากนอกจากบริโภคแล้วยังเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมฟอกหนัง เส้นใย ทำสีย้อมแห ย้อมอวน สกัดทำยาสมุนไพร ยารักษาโรค ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในรอบ 2-3 ปีราคาพุ่งสูงขึ้นทุกปี ทำให้เกษตรกรมีแนวโน้มที่จะมีการปลูกเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นพืชแซมสวนผลไม้

คุณณรงค์สิชณ์ สุทธาทิพย์ อยู่บ้านหนองป่าหมาก หมู่ที่ 7 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เล่าว่า มีอาชีพหลักทำสวนผลไม้ และหันมาทำอาชีพเสริมรับซื้อ-ขายหมากสด หมากแห้งมาเป็นปีที่ 5 โดยมีลูกสาว คือ “น้องหนิง” คุณจุฑามณี สุธาทิพย์ ที่ช่วยดูแลสวนอยู่ และลูกชาย “ดวงดี” คุณปุณยวัจน์ สุธาทิพย์ ที่เรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2 กลับมาเรียนออนไลน์ที่บ้านเป็นผู้ช่วยเพิ่ม โดยเห็นว่าพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงมีหมากจำนวนมาก และเป็นที่ต้องการของพ่อค้าต่างประเทศ ร้านหรือแผงรับซื้อรายใหญ่ๆ ยังมีไม่มาก มีเครือข่ายพ่อค้ารายย่อยที่จะรับซื้อจากชาวบ้าน ทั้งหมากสุกและหมากแห้ง เพื่อทำหมากแห้งคุณภาพ 100% ขายให้พ่อค้าไทยที่ส่งออกและพ่อค้าต่างประเทศที่รับซื้อโดยตรง เช่น อินเดีย จีน พม่า เวียดนาม ดูไบ

การทำหมากแห้งให้ได้มาตรฐาน 100% จะขายได้ราคาดีและมีลูกค้าเชื่อมั่นเป็นลูกค้าประจำ ราคาหมากแห้งในช่วง 2-3 ปีมานี้ตลาดมีความต้องการสูงทำให้ราคาตลาดดีมาก ตั้งแต่ช่วงก่อนถึงฤดูกาลในเดือนธันวาคม-มกราคม ปี 2564 ราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท สูงกว่าปีที่แล้ว ราคา 35-40 บาท และราคาเฉลี่ยทั้งปี 60 บาทมีช่วงสั้นๆ ที่หมากขาดจะสูงถึง 100 บาท คาดว่าปีนี้ราคาเฉลี่ยน่าจะถึง 70 บาท

รับซื้อหมากสุก หมากแห้ง

ทำหมากแห้ง 100% ส่งออก

คุณณรงค์สิชณ์ หรือเรียกกันคุ้นชินว่า“รองเหล็ง” เพราะเคยเป็นรองนายก อบต.สองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่มาก่อน เล่าว่า ในการหาซื้อวัตถุดิบและการตลาดมีน้องสาว “น้องโอ๋” คุณทิพวรรณ สิทธิประสงค์ เป็นผู้ช่วยทุกด้าน หมากที่ซื้อมี 2 ชนิด คือ หมากสุกที่ซื้อมาจากชาวบ้านหรือพ่อค้ารายย่อยเป็นลูกๆ ตอนนี้ราคากิโลกรัมละ 10 บาท และหมากแห้งแกะเปลือกออกตากแห้งแล้ว ราคา 50 บาท แต่หมากแห้งที่รับซื้อมาต้องคัดเกรด และรับซื้อราคาต่างกันแบ่งเป็น 3 เกรด คือ เกรดคุณภาพ A กิโลกรัมละ 50 บาท หมากลาย 10-20 บาท เป็นหมากอ่อนไม่สมบูรณ์มีน้ำหนักเบา สีดำ และหมากเสียกิโลกรัมละ 5 บาท ที่เม็ดยังติดเปลือกไม่ร่วง หากชาวบ้านคัดคุณภาพดีเกรด A มา จะได้ราคาดี ถ้ามีหมากเสีย หมากลายปะปนเล็กน้อยจะรับซื้อราคาถัวเฉลี่ย 48 บาทลงมา ซึ่งต้องนำมาคัดแยกออกให้หมด ทั้งหมากสุกและหมากแห้งที่รับซื้อต้องผ่านกระบวนการตากแดด อบแห้ง คัดไซซ์ เพื่อสร้างสินค้าคุณภาพ 100% ให้พ่อค้าส่งออกที่มารับซื้อเชื่อมั่น ให้ราคาดีและซื้อสินค้าของเราต่อเนื่อง

หมากภาคตะวันออก ลูกใหญ่กลม สวย เนื้อมาก

ได้ราคา สต๊อกแต่ละปี 60-80 ตัน

คุณณรงค์สิชณ์ เล่าว่า หมากภาคตะวันออกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นบ้าน ลักษณะลูกใหญ่กลม สวย เนื้อมาก เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศได้ราคาดี ต่างจากหมากจากภาคอีสาน หรือหมากอินโดนีเซียลูกเล็กกว่าและออกสีดำๆ ราคาจะต่ำกว่า 10-15 บาทต่อกิโลกรัม หมากภาคอีสานจะลูกเล็กกว่าราคาต่ำกว่า 5-10 บาท พ่อค้าที่รับซื้อบางรายนำมาผสมปะปนกัน การทำหมากแห้งนั้นต้องเน้นคุณภาพให้แห้ง 100% ปลอดภัยไม่มีมอด ใช้เครื่องคัดขนาด 3 ไซซ์ เล็ก กลาง ใหญ่ ให้ตรงกับความต้องการของพ่อค้า

ซึ่ง ลูกชาย “ดวงดี” ลูกสาว “น้องหนิง” ช่วยดูแลกัน ทำเพจ เฟซบุ๊ก เพื่อทำการตลาดในโซเชียล ทั้งรับซื้อและขายให้พ่อค้าส่งออกและพ่อค้าต่างประเทศ มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ให้เห็นกระบวนการทำหมากแห้งคุณภาพ 100% การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับพ่อค้าต่างชาติให้รู้จักและติดต่อกลับมา ได้ผลดีมีพ่อค้าต่างประเทศจะติดต่อขอเข้ามาดูสินค้า เสนอราคาก่อนมีออเดอร์ ปีนี้ตลาดมีความต้องการสูงทำให้ราคาตลาดดีมาตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้ และน่าจะราคาดีขึ้นเมื่อถึงฤดูกาลเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ตอนนี้ราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท สูงกว่าปีที่แล้วราคา 35-40 บาท และราคาเฉลี่ยทั้งปี 60 บาท คาดว่าปีนี้น่าจะถึง 70 บาท เพราะมีการขายหมากสด หมากเขียวกันมาก ปริมาณหมากแห้งน่าจะน้อยกว่าปีก่อน

“การรับซื้อหมากแห้งมีทั้งหมากรายวันซื้อมาขายไป กับรับซื้อสต๊อกเก็บไว้แต่ต้องไม่สต๊อกข้ามปีเพราะจะมีมอดกิน มีพ่อค้าที่ติดต่อซื้อขาย 8-10 ราย ส่วนใหญ่ออเดอร์คนละ 4-10 ตัน ประมาณ 2 หรือ 4 สัปดาห์ครั้ง สต๊อกที่มีอยู่จะขายหมุนไปหมดทุกปี ปีที่แล้วสต๊อก 60-80 ตัน บางปีถึง 100 ตัน ดังนั้น ต้องใช้เงินหมุนเวียนแต่ละปีประมาณ 5 ล้านบาท” คุณณรงค์สิชณ์ กล่าว

แนวโน้มราคาดี

เกษตรกรปลูกเพิ่มแซมผลไม้สร้างรายได้

คุณณรงค์สิชณ์ กล่าวว่า หมากในภาคตะวันออกเป็นพันธุ์พื้นบ้าน ต้นสูง 10-15 เมตร ผลผลิตปริมาณน้อยเพราะส่วนใหญ่ปลูกพืชแซมเป็นผลพลอยได้ น่าส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ตอนนี้เกษตรกรสนใจปลูกเพิ่มขึ้น มีการขายพันธุ์การเก็บลูกจากต้นพันธุ์ดีๆ ขายลูกละ 1.50-2 บาท และเพาะกล้าพันธุ์ชำต้น ต้นละ 10-15 บาท ขายเฉพาะต้นพันธุ์ 5 บาท ตอนนี้ทางเวียดนาม กัมพูชา เริ่มนำไปปลูกกัน และมีพ่อค้าเวียดนามมาซื้อหมากดิบและหมากสุกไปแกะเปลือกขาย

ด้านคุณดวงพร เวชสิทธิ์ เกษตรกร อำเภอคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ปลูกหมาก 3,000 ต้น แซมในสวนมังคุดพื้นที่ 30 ไร่ ทยอยปลูกเรื่อยๆ 3 รุ่นเพราะเห็นว่าราคาดีและไม่ต้องดูแลมาก รุ่นที่ 1 ให้ผลผลิตไปแล้วเมื่อ 2 ปีแล้ว และรุ่นที่ 2 จะให้ผลผลิตปีนี้ และที่เหลือ 1,500 ต้น อีกประมาณ 2 ปีจะให้ผล รุ่นแรกๆ ไม่ได้คัดเลือกพันธุ์เพราะไม่มีความรู้ รุ่นหลังๆ เลือกพันธุ์ลูกใหญ่เนื้อเยอะ 3 พันธุ์ คือ หมากเวียดนาม (ลูกเขียว) พันธุ์พื้นบ้านหรือตูดแตก และพันธุ์ 5 ดาว ส่วนหมากเตี้ยไม่นิยมกันเพราะลูกไม่ดก

ช่วง 6 เดือนหมากจะทยอยออกตัดขายได้ 3 ช่วง คือ ช่วงแรกเดือนมกราคม-มีนาคม ตัดหมากเขียวหรือหมากเวียดนามที่ส่งออกรับประทานผลสด ส่วนใหญ่ส่งไต้หวัน ช่วงที่ 2 เดือนที่ 3-4 มีนาคม-เมษายนหมากเหนียวหรือเขียวหน้าเต็มเนื้อแข็ง และช่วงที่ 3 เดือนที่ 5-6 พฤษภาคม-มิถุนายนหมากแดงหรือหมากสุก ช่วงปี 2563-2564 ราคาหมากแดงหรือหมากสุกดีมาก กิโลกรัมละ 4-5 บาท ปี 2564 ขึ้นมา 9-10 บาท เคยสูงถึง 20 บาท ราคาหมากเหนียว หมากแดงจะราคาใกล้เคียงกัน สลับราคาสูงบ้างต่ำกว่ากันบ้าง หมากเวียดนามราคากิโลกรัมละ 70 บาท และมีบางช่วงเพิ่มขึ้นสูงสุด 80 บาท และที่สวนขายหมากสุกทั้งหมดกิโลกรัมละ 8-10 บาท เพราะไม่มีแรงงานทำหมากแห้ง

“ภาคตะวันออกมีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น มีความเหมาะสมปลูกหมาก แต่ยังปลูกกันน้อยเมื่อเทียบกับภาคใต้ ควรส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยเพิ่มพื้นที่การปลูก ให้ความรู้การทำคุณภาพ การพัฒนาสายพันธุ์ เพิ่มผลผลิต และส่งเสริมให้มีการลงทุนใช้นวัตกรรมเพื่อแปรรูปหมากสดเป็นหมากแห้งลดขั้นตอนและระยะเวลา ซึ่งภาคตะวันออกมีช่วงฝนตกยาวนาน 7-8 เดือน” คุณอุดมพร กล่าว

เห็นอย่างนี้แล้ว “หมาก” คือพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ภาครัฐและเกษตรกรน่าจะกลับมามองและพัฒนาเพิ่มมูลค่ามากกว่าเพิ่มปริมาณเพียงอย่างเดียว

ทำหมากแห้ง 100%

คุณณรงค์สิชณ์ เล่าว่า หมากที่รับซื้อมี 2 ประเภท คือ หมากสุกและหมากแห้ง

ซึ่งหมากแห้งมี 2 อย่าง คือ หมากรายวันคือซื้อมาขายไปในแต่ละวัน ไม่ต้องเก็บไว้ในสต๊อก และหมากแห้งที่ต้องเก็บไว้ในสต๊อก ต้องทำหมากแห้งคุณภาพ 100% ถ้าหมากสุกต้องนำตากแดดเป็นหมากแห้งก่อน วิธีการทำมี 6-7 ขั้นตอน ดังนี้

1. การตากแดด นำหมากสุกที่รับซื้อมาเป็นลูกๆ ไปตากแดดไว้ 1 เดือนให้หมากแห้ง สังเกตได้จากการเขย่าลูก ฟังให้มีเสียงเม็ดหมากคลอน

2. การแกะเปลือกออก เพื่อนำเม็ดไปตากแดดต่ออีก 10 วัน เป็นหมากแห้ง ซึ่งตั้งแต่ขั้นตอนที่ 3 เป็นต้นไป หมากแห้งที่รับซื้อมาต้องทำเหมือนกัน

3. การอบแห้ง ใช้เตาอบ อบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซียลเซียส 2 รอบ รอบละ 3 ชั่วโมง รอบแรกพลิกกลับโดยถ่ายเตาอบอีกเตา 1 วันจะอบได้ชุดเดียวน้ำหนักไม่เกิน 2 ตัน

4. การคัดไซซ์โดยเครื่องคัดเป็น 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่ ตามความต้องการของตลาด

5. การคัดคุณภาพด้วยมืออีกครั้ง เพื่อแยกระดับคุณภาพ 3 เกรด คือ เกรด A คุณภาพดีเยี่ยม หมากลาย หมากเสีย และ

6. การบรรจุกระสอบ กระสอบละ 52 กิโลกรัม เตรียมส่งขายให้พ่อค้าตามออเดอร์ หรือเทกองเก็บไว้ในสต๊อก

“หมากแห้งขั้นตอนทำจะน้อยกว่าหมากสุกๆ เมื่อนำทำหมากแห้งน้ำหนักจะหายไป 60% หมากแห้งน้ำหนักหายไป 20% ถ้าเป็นหมากรายวันซื้อมาขายไปน้ำหนักจะไม่สูญเสียแต่ต้องคัดเกรดให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ไม่มีหมากลาย หมากเสีย ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เป็นชาวบ้านมักแกะเปลือกตากแห้งมาเสร็จเพราะใช้เวลาว่างทำอยู่กับบ้านได้ เป็นรายได้ที่ดี เพราะหมากปลูกแล้วไม่ต้องดูแลมาก” คุณณรงค์สิชณ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...