โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ MINISO ! ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ สัญชาติจีนที่ดังไกลไปทั่วโลก

Ad Addict

อัพเดต 26 ก.พ. 2565 เวลา 23.53 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2565 เวลา 23.56 น. • Ad Addict TH

MINISO เป็นร้านที่ใครหลายคนคงรู้จัก ด้วยเอกลักษณ์ที่เป็นร้านขายสินค้าประเภทค้าปลีกแนวไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ซึ่งมีสินค้าจำหน่ายหลากหลายประเภทให้ลูกค้าได้เลือกชอปปิงกัน ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในครัวเรือน เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงของเล่นที่มีคุณภาพสูง ในราคาย่อมเยาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ ซึ่งเริ่มต้นเพียงแค่ 69 บาทเท่านั้น !

ซึ่งแบรนด์ก็ได้เติบโตในเส้นทางของธุรกิจอย่างรวดเร็วทำให้ปัจจุบัน MINISOมีสาขามากกว่า 4,200 แห่งกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ด้วยสโลแกน

“Life is for fun, Miniso” เพราะชอปที่นี่ ยังไงก็ไม่มีเบื่อ !! 

และนี่คือข้อมูลเบื้องต้นของ MINISOเท่านั้น แต่เป็น Brand Fun Facts ทั้งทีเราจะมาเล่าแบบธรรมดา ๆ ไม่ได้ เพราะเรายังมี 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ MINISO ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ สัญชาติจีนที่ดังไกลไปทั่วโลก มาฝากให้ทุกคนได้อ่านกัน 

บอกเลยว่าทุกคนจะได้รู้จักแบรนด์ MINISO อย่างแท้จริงแบบที่ไม่เคยรู้ที่ไหนมาก่อน !

1. ชื่อญี่ปุ่น แต่สัญชาติจีน

ด้วยชื่อของแบรนด์ MINISO ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า เป็นของแบรนด์ประเทศญี่ปุ่นแน่ ๆ  เพราะด้วยคาแรคเตอร์ความเป็นญี่ปุ่นสุด ๆ ตั้งแต่การตกแต่ง ออกแบบร้าน ชุดพนักงาน ชั้นวางสินค้า การให้บริการ รวมทั้งการใช้ตัวอักษรคันจิ และโลโก้ที่ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น

แต่ใครที่คิดแบบนั้นบอกเลยว่าเข้าใจผิดแล้วฮะ ! เพราะจริง ๆ แล้วเป็นแบรนด์ของสัญชาติจีน โดยคุณYe Guofu ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีเกินราคาและดีไซน์ปัง ๆ จึงได้ชวนดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่น Miyake Junya และเปิดตัว MINISOสาขาใหญ่ที่กวางโจว ประเทศจีนเป็นที่แรก

2. หัวใจสำคัญ = การดีไซน์ ยอมทุ่มเงินกว่า 100 ล้านหยวนต่อปี !

การทำงานของ MINISOที่ให้ การดีไซน์เป็นหัวใจสำคัญเพราะกว่าจะได้สินค้าหนึ่งชิ้น ต้องผ่านการทำวิจัย และได้ความร่วมมือจากดีไซน์เนอร์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สเปน จนไปถึงเนเธอร์แลนด์ เพื่อมองหาแรงบันดาลใจ และเกาะติดกระแสเทรนด์ใหม่ ๆ ในการที่จะพัฒนาสินค้าและตกแต่งร้านให้มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

โดยทีมดีไซเนอร์ของ MINISO บอกเลยว่าเป็นทีมที่ใหญ่มากกก เพราะทางแบรนด์ยอมลงทุนกับด้านนี้มากถึง 100 ล้านหยวนต่อปี เพื่อผลิตสินค้าที่หลากหลาย จนได้รับรางวัล Product Design Award ในปี 2019 อีกด้วย ที่เป็นเครื่องการันตีความสำเร็จและความปังของธุรกิจได้ยอดเยี่ยมเลยคร้าบ

3. พัฒนาสินค้าถึง 100 ชิ้นต่อสัปดาห์ 

รู้หรือไม่ ? แบรนด์ MINISO มีนโยบายต้องผลิตสินค้าใหม่ ๆ ในทุกสัปดาห์ !! โดยเขาจะมีการพัฒนาแนวคิดสินค้าประมาณ 10,000 ชิ้น ก่อนจะคัดเหลือแค่ 100 ชิ้นเท่านั้น เพื่อจะได้นำสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้กับลูกค้า

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำให้สินค้าบนเชลฟ์ของ MINISO เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ได้ตลอด และทำให้ MINISO กลายเป็นหนึ่งในร้านที่มีสินค้าจำหน่ายหลากหลายมากที่สุดในโลก ตั้งแต่เครื่องสำอาง ของเล่น ไปจนถึงเครื่องครัว และอื่น ๆ อีกมากมาย  ทำให้ MINISO ขยับขยายร้านได้อย่างรวดเร็ว โดยตอนนี้ก็มีถึง 4,200 สาขาเลยทีเดียว !

4. เปลี่ยนของบนเชลฟ์ทุกอาทิตย์เพื่อความแปลกใหม่ 

จากการพัฒนาสินค้าอยู่ตลอดเวลา ทำให้ MINISO วางขายสินค้าใหม่ในร้านหนึ่ง ๆ ในปริมาณ 2-3 ชิ้นทุกสัปดาห์ ซึ่งนี่ก็หมายถึงว่าสินค้าเก่า ๆ 2-3 ชิ้นในร้านก็จะถูกเอาออกจากเชลฟ์เช่นกัน นั่นหมายถึงว่าของที่เราเห็นเมื่ออาทิตย์ก่อน อาทิตย์ต่อไปอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้ !!

โดยสินค้าที่ขายได้บ่อย ๆ เท่านั้นที่จะกลายมาเป็นสินค้าที่ถูกวางขายถาวรใน MINISO เช่น พวกกระดาษทิชชู หรือเครื่องเขียน 

5. โมเดลธุรกิจแบบ 3 สูง 3 ต่ำ 

MINISO ยึดโมเดลธุรกิจแบบ “Three High and Three Low” หรือ 3 สูง 3 ต่ำ เป็นหลัก 3 สูง 3 ต่ำ คือโมเดลธุรกิจแบบหนึ่ง

  • คำว่า 3 สูง หมายถึง ประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีขั้นสูง และคุณภาพสูง 
  • ส่วนคำว่า 3 ต่ำ หมายถึง ราคาต่ำ ต้นทุนต่ำ และกำไรต่ำนั่นเอง และเค้าก็จะผลิตสินค้าตามโมเดลธุรกิจนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้สินค้าที่เลิศที่สุด คุณภาพดีที่สุด ในราคาที่ประหยัด ย่อมเยา เข้าถึงง่ายนั่นเองงง

จบแล้วสำหรับ 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ MINISO ร้านขายสินค้าแนวสไตล์ญี่ปุ่น ๆ ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ จะรู้ได้เลยว่าเหตุผลที่ทำไม MINISO ถึงกลายเป็นร้านขายสินค้าประเภทค้าปลีกที่ดังไกลไปทั่วโลกแบบนี้ เพราะด้วยกลยุทธ์ไม้เด็ดและการเดินเกมอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาและคัดสรรสินค้าทุกสัปดาห์ ให้ความสำคัญทางด้านดีไซน์ เปลี่ยนเชลฟ์ทุก 7 วัน ไปจนถึงโมเดลธุรกิจ 3 สูง 3 ต่ำ ที่ให้เห็นถึงการเน้นคุณภาพสินค้ามากกว่าราคา เป็นการตอบโจทย์วัยรุ่นได้หลายคนเลยทีเดียว 

ในมุมมองของแอดเชื่อว่า ถ้า MINISO ยังคงเดินเกมและพัฒนาแบรนด์ตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ โอกาสที่ธุรกิจเติบโตก้าวกระโดดแบบพุ่งทะยานอีกไม่ไกลแน่นอน ~~~  และถ้าใครอยากรู้เกี่ยวกับแบรนด์ในอีกเนี่ย สามารถทักแอดได้เลยนะคร้าบบ แอดพร้อมเสิร์ฟความสนุกเอาใจทุก ๆ คนอยู่น้าา 

Source

Source

Source

Source

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...