โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิด 5 อันดับหุ้นจ่ายปันผลเด่น STGT ครองแชมป์สูงสุดเฉียด 18%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 23.24 น.

เปิดโผ บจ.จ่ายปันผลรอบปี 2564 สูงสุด 5 อันดับแรก “บล.กรุงศรี” เผย “STGT” แชมป์ 17.9% ขณะที่ “BANPU-BCP” ปันผล 7% ธุรกิจพลิกมีกำไร “เอเซีย พลัส” เปิด 5 กลุ่มหุ้นมีแนวโน้มจ่ายปันผลปี 2565 แจ่ม

นายอาทิตย์ จันทร์สว่าง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การจ่ายปันผลรอบผลประกอบการปี 2564 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) (STGT) 2.บมจ.น้ำมันพืชไทย (TVO) 3.บมจ.บ้านปู (BANPU) 4.บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) และ 5.บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) (ดูตาราง)

ทั้งนี้ ปกติ STGT จะจ่ายปันผลเป็นประจำทุกไตรมาส โดย 3 ไตรมาสแรกปี 2564 จ่ายไปแล้ว 1.50 บาท, 1.25 บาท และ 1.25 บาท ส่วนไตรมาส 4 คาดว่าจะจ่ายอีก 1.50 บาท รวมทั้งปี 5.3 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน (dividend yield) ราว 17.9% โดยประเมินกำไรไตรมาส 4/2564 จะอยู่ที่ 2,300 ล้านบาท ลดลง 73% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และลดลง 49% จากไตรมาสก่อนหน้า (QOQ)

“แต่เนื่องจาก STGT เป็นหุ้นถุงมือยาง ซึ่งในปี 2565 ทิศทางธุรกิจและกำไร กำลังชะลอตัวลงมาก ฉะนั้นปีนี้คงจะไม่เห็นอัตราเงินปันผลตอบแทนสูง ๆ เหมือนปีที่ผ่านมาแล้ว อาจจะลดลงมาครึ่งหนึ่งเลย โดยปี 2564 นั้นถือเป็นปีที่ดีที่สุดของ STGT แล้ว จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นหนุนดีมานด์ถุงมือยาง แต่เมื่อทุกคนเห็นราคาถุงมือยางปรับตัวดี จึงเพิ่มกำลังผลิตกันออกมามาก ส่งผลให้ซัพพลายล้นตลาด กดดันราคาตกลงและกดดันกำไร STGT ปีนี้หดตัวลง”

ถัดมา TVO ปกติมีนโยบายจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง โดยครึ่งแรกปี 2564 จ่ายไปแล้ว 1.30 บาท และครึ่งปีหลังคาดว่าจะจ่ายอีก 1.20 บาท รวมทั้งปี 2.5 บาท คิดเป็น dividend yield ราว 7.9% โดยธุรกิจปี 2564 กำไรดีมาก จากกลุ่มผู้ผลิตในแถบละตินอเมริกาเกิดปัญหาภัยแล้ง ส่งผลต่อสินค้าถั่วเหลืองหรือข้าวโพดออกมาน้อยกดดันราคาพุ่งสูง ทำให้ TVO ได้ประโยชน์

แต่ปี 2565 สถานการณ์ภัยแล้งคงไม่มากแล้ว แต่โดยรวม ๆ ราคากากถั่วเหลืองจะยังสูงอยู่ ประเมินทิศทางกำไรสุทธิ TVO ทั้งปี 2564 จะอยู่ที่ 2,660 ล้านบาท เติบโต 66% YOY แต่ในปี 2565 คาดว่าจะลดลงมาอยู่บริเวณ 2,000 ล้านบาท และจะจ่ายปันผลเหลือแค่ 2 บาท

ขณะที่ BANPU ปกติมีนโยบายจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้งเช่นกัน ครึ่งแรกปี 2564 จ่ายไป 0.2 บาท ครึ่งปีหลังคาดว่าจะจ่ายอีก 0.6 บาท รวมทั้งปี 0.8 บาท คิดเป็น dividend yield ราว 7% ประเมินกำไรสุทธิปี 2564 จะอยู่ที่ 9,093 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรหลังขาดทุน 1,786 ล้านบาท จากราคาถ่านหินปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนในปี 2565 นี้ คาดว่าจะจ่ายปันผลสูงขึ้นจากเดิมอีก อยู่ราว ๆ 1 บาท จากราคาถ่านหินที่ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีการขาดทุนลดลง (edging loss)

ด้าน BCP ก็มีนโยบายจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง โดยครึ่งแรกปี 2564 จ่ายไปแล้ว 1 บาท และครึ่งปีหลังคาดว่าจะจ่ายอีก 1 บาท รวมกันทั้งปี 2 บาท คิดเป็น dividend yield ราว 7% เป็นไปตามภาพรวมกลุ่มโรงกลั่น จากค่าการกลั่นเริ่มกลับมาฟื้นตัว มีการเปิดเมืองผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หนุนผลประกอบการทั้งปี 2564 จะพลิกกลับมามีกำไร 5,600 ล้านบาท หลังขาดทุนปีก่อนหน้ากว่า 6,967 ล้านบาท

ส่วนปีนี้ น่าจะทรงตัว คือฐานกำไรขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกันจึงไม่น่าหวือหวามาก คาดการณ์กำไรทั้งปี 5,200-5,600 ล้านบาท จ่ายปันผล 2 บาทเหมือนเดิม

และ PTTGC ที่ประกาศงบการเงินออกมาแล้ว มีกำไรปี 2564 จำนวน 44,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรแค่ 199.61 ล้านบาท ซึ่งมีการจ่ายปันผลตามที่คาดไว้คือ ครึ่งแรกปี 2564 จ่ายไปแล้ว 2 บาท และครึ่งปีหลังจ่ายอีก 1.75 บาท รวมกันทั้งปี 3.75 บาท คิดเป็น dividend yield ราว 6.6%

ส่วนแนวโน้มปีนี้ คงไม่หวือหวาเท่าปีที่แล้ว โดยในงบฯไตรมาส 4/2564 เริ่มเห็นการชะลอตัวลง ประเมินปีนี้จ่ายปันผลต่ำกว่าปี 2564 มองไว้ประมาณ 2.70 บาท ส่วนทิศทางกำไรคาดว่าจะอยู่ที่ 24,000 ล้านบาท ลดลงเกือบ 11%

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ในปี 2565 หุ้นที่คาดว่าจะจ่ายปันผลได้ดี ต้องเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัวได้ต่อเนื่องจากปี 2564 และมีความเสี่ยงจำกัด ได้แก่

1.กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่คาดว่ากำไรปีนี้น่าจะฟื้นตัวจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น โดยหุ้นที่จ่ายปันผลได้ดีต่อเนื่อง คือ ธนาคารทิสโก้ (TISCO) ประมาณ 6% ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB), ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), ธนาคารกรุงเทพ (BBL) จ่ายปันผลได้ในระดับ 3-4%

ถัดมา 2.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หลายบริษัทมีการจ่ายปันผลประมาณ 4-6% ที่น่าสนใจคือ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) และ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC)

3.กลุ่มไอซีทีอย่าง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่น่าจะเห็นการจ่ายปันผลได้ระดับ 3-4%

และ 4.กลุ่มวัสดุก่อสร้าง บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บมจ.ไดนาสตี้เซรามิค (DCC)

รวมไปถึง 5.กลุ่มเหล็ก บมจ.เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) ที่คาดว่าจะจ่ายปันผลอยู่ราว ๆ 8% อย่างไรก็ดี หากผลประกอบการไม่ได้ออกมาตามที่คาดหวังไว้ อาจทำให้ความคาดหวังเงินปันผลได้ลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...