โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่มหึงโหด! ฆ่าตัดหัวเมียตัวเอง เพียงเพราะเมียมองผู้ชายคนอื่น

WeR NEWS

เผยแพร่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 13.59 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวสุดช็อกว่า นายเฟือง รธา อายุ 27 ปี ได้ก่อเหตุฆ่า น.ส.ลี ศรี นุช อายุ 23 ปี ภรรยาของเขา ในบ้านที่อยู่ร่วมกับลูกชายวัย 1 ขวบ ในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา หลังจากโกรธจัดที่เห็นภรรยามองชายอื่น โดยเขาใช้มีดหั่นเนื้อขนาดใหญ่ทำร้ายปาดคอภรรยาและตัดศีรษะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา

นายเฟืองนำศีรษะภรรยาใส่ในกระสอบสีขาวและขี่จักรยานยนต์ออกไปก่อนโยนทิ้งลงไปในพื้นที่รกร้างใกล้เคียง ต่อมา พันธุ์ ศรีเพชร อายุ 48 ปี เพื่อนบ้าน ซึ่งได้ยินเสียงทะเลาะของคนทั้งคู่ จึงไปตรวจสอบดู และก็ต้องพบกับภาพที่น่าตกใจ เพราะศพของ น.ส.ลี ถูกแยกชิ้นส่วนอยู่บนพื้นกระเบื้องสีขาวเปื้อนเลือด หลังได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจเปิดปฎิบัติการล่าตัวสามีโหดทันที โดย นายเฟือง ถูกควบคุมตัวในวันต่อมาในบ้านเกิดของเขาในจังหวัดตาแก้ว ห่างออกไปเกือบ 100 กิโลเมตร

นายเฟือง บอกกับตำรวจว่า ตนปาดคอภรรยาเพราะหึงหวง และพยายามซุกซ่อนศีรษะภรรยา เขาบอก "ผมหึงหวงเพราะรู้สึกว่าภรรยาทำตัวต่างไปจากเดิม ผมไม่ได้ทุบตีเธอก่อนจะฆ่า ผมใช้มีดปาดคอเธอ" พร้อมเปิดเผยว่า ตนและภรรยาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในกรุงพนมเปญในเดือน ก.พ. เพื่อเริ่มชีวิตใหม่กับลูกชายตัวน้อย แต่เพื่อนบ้านบอกตำรวจว่า นายเฟือง ผู้เป็นสามี เป็นคนรุนแรงและชอบข่มเหง โดยเขามักจะตะโกนใส่ภรรยา และกล่าวหาเธอแอบคุยโทรศัพท์กับชายอื่น

นายพันธุ์ เพื่อนบ้านคนที่พบศพ น.ส.ลี กล่าวว่า "ผมได้ยินทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยมาก และฝ่ายชายมักตะโกน เขาขี้หึงมาก ผมเป็นห่วงเธอ จึงไปดูในตอนเย็น และพบศพของเธอบนพื้น"

ด้าน ตำรวจกรุงพนมเปญ เปิดเผยว่า แรงจูงใจเกิดจากความโกรธและความหึงหวง ผู้ก่อเหตุยอมรับสังหารภรรยาอย่างรุนแรงและโหดเหี้ยม จะถูกตั้งข้อหาในศาลอย่างเป็นทางการ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...