ย้อนดู “8 ฐานทัพสหรัฐฯ ” ในไทยใช้ถล่มเวียดนามในอดีต
ย้อน 8 ฐานทัพสหรัฐฯ ในไทย ที่ใช้ถล่มเวียดนามในอดีต
กระแสข่าวสหรัฐฯ ขอใช้ฐานทัพเรือในพื้นที่ จ.พังงา เป็น “ฐานทัพสหรัฐ” เพื่อเป็นแผนปิดล้อมจีนในการขนส่งสินค้าน้ำมันผ่าน “ช่องแคบมะละกา” สิงคโปร์ โดยถูกระบุ เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ที่กำลังเป็นกระแสสร้างความกังวลจากหลายฝ่ายว่าจะทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบหากเกิดสงครามของ 2 มหาอำนาจ สหรัฐ-จีน
แม้รัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคง ตั้งแต่ กองทัพเรือ จนถึง กระทรวงกลาโหมจะออกมาปฎิเสธแล้วก็ตาม แต่ก็ทำให้น่าสนใจ ไปส่องร่องรอย “ฐานทัพสหรัฐ” ในประเทศไทย ที่ส่วนใหญ่เป็น “ฐานทัพของกองทัพอากาศสหรัฐ” ที่เริ่มต้นตั้งแต่สมัยของ “จอมพลป.พิบูลสงคราม” เป็นนายกฯ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่2 ที่ ก่อนสหรัฐ จะขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจ ได้มีการทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมา และ นางาซากิ ของญี่ปุ่นและหลังสงครามสงบ สหรัฐเป็นประเทศผู้นำโลก มีนโยบายปิดล้อมคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน มีการขยายอิทธิพลในเอเชีย ที่มีการวิเคราะห์เป็นการสกัดจีนขึ้นมาเป็นมหาอำนาจฝั่งตะวันออก ที่กำลังขยายอิทธิพลลงมายังประเทศต่างๆ ทางใต้
โดยสมัยนั้นเป็นช่วง “รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม” ช่วงปีพ.ศ. 2504 ที่มีนโยบายต่างประเทศ สร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐ ที่สนับสนุนไทยในการปราบคอมมิวนิสต์ในไทย ที่ยุคนั้นได้รับการสนับสนุนจีน โดยสหรัฐมีการส่งกำลังรบเข้ามาช่วย และมองเห็นว่าไทยเป็น “จุดยุทธศาสตร์สำคัญ” ในภูมิภาคนี้ ทำให้มีการเจรจาโดยรัฐบาลสหรัฐภายใต้ “ประธานาธิบดีจอห์น เอฟเคนเนดี้” ขอตั้งฐานทัพสหรัฐในไทย เพื่อรบในสงครามสหรัฐ-เวียดนาม
รัฐบาลไทย สมัยนั้นได้อนุญาตให้อเมริกาเข้ามาตั้งฐานทัพได้ทั้งหมด 8 แห่ง ประกอบด้วย
1. ฐานทัพอากาศดอนเมือง กรุงเทพฯ พ.ศ.2504-2513 โดย สหรัฐฯมีการติดตั้ง ระบบเตือนภัยทางอากาศที่นี่
2. ฐานทัพอากาศตาคลี จ.นครสวรรค์ พ.ศ.2504-2514 เป็น ฐานทัพกองบิน ขับไล่ที่ 421, 255 และ 390 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดย กองบินที่ 4 สหรัฐ ได้ย้ายจากดานัง เวียดนามใต้ มาประจำการที่นี่
3. ฐานทัพอากาศโคราช จ.นครราชสีมา พ.ศ.2505-2518 ในช่วงตั้งฐานทัพนี้ สหรัฐฯ เริ่มส่งเจ้าหน้าที่มาประจำการในปี 2505 เริ่มปฏิบัติการโจมตีจากฐานทัพนี้ในปี 2507
4. ฐานทัพเรือ นครพนม จ.นครพนม (พ.ศ.2505-2519) เป็นฐานปฏิบัติการพิเศษของกองทัพอากาศ, ฐานปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์, ฐานปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์และการลำเลียง, ฐานกองบินปฏิบัติการพิเศษ และสนับสนุนการรบในลาว
5. ฐานทัพอากาศน้ำพอง จ.ขอนแก่น (พ.ศ.2505-2509) เป็นฐานทัพ ที่รองรับหน่วยบินทิ้งระเบิดขับไล่ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งย้ายมาจากฐานทัพดานังในเวียดนาม
6. ฐานทัพอากาศอุดร จ.อุดรธานี (พ.ศ.2507-2519) เป็น ฐานส่งหน่วยบินขับไล่ และ ฐานปฏิบัติการเครื่องบินขับไล่ RF-4C มีภารกิจในอินโดจีน และส่งยุทธปัจจัยสนับสนุนการรบในลาว, กองบินส่งกำลังบำรุงที่ 13, โรงเรียนฝึกบินให้กองทัพอากาศลาว, สำนักงานของ CIA ดูแลทหารรับจ้างในลาว และสำนักงานของแอร์อเมริกาและคอนติเนนตัลแอร์เซอร์วิสเซส
7.ฐานทัพอากาศอุบล จ.อุบลราชธานี (พ.ศ.2508-2517) เป็น ฐานส่งกองบินขับไล่ที่ 8 และสำนักงาน CIA เพื่อประสานหน่วยข่าวในลาว
8. สนามบินทหารเรืออู่ตะเภา จ.ระยอง (พ.ศ.2508-2519) :ฐานวางแผนทางยุทธ์ศาสตร์, หน่วยสนับสนุนการต่อสู้ที่ 635 และฐานเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ที่รัฐบาลไทยอนุญาตให้ใช้ในปี 2510
ทั้งนี้ในการเข้ามาตั้งฐานทัพสหรัฐในไทย 8 แห่ง กองทัพอากาศสหรัฐได้ใช้ 8 ฐานทัพ สำหรับปฏิบัติการโจมตีเวียดนามเหนือ โดยมีรายงาน มีการบินจากไทยไป ทิ้งระเบิดกว่าร้อยละ 80 ต่อเวียดนามเหนือ และ มีจำนวนทหารอเมริกันภาคพื้นดินสูงสุดในปี พ.ศ. 2511 คือ 11,494 คน และทหารอากาศสูงสุดในปี พ.ศ. 2512 คือ 33,500 จำนวนเครื่องบินสหรัฐในปี พ.ศ. 2512 มีประมาณ 600 เครื่อง นับว่าเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่กว่าฐานสหรัฐในเวียดนามใต้
กระนั้น ในช่วงปลายสงครามเวียดนาม รัฐบาลสหรัฐได้ถูกกดดันอย่างหนักจากประชาชนสหรัฐ ให้ถอนทหารออกจากเวียดนาม เช่นเดียวกับประชาชนและขบวนการนักศึกษาในประเทศไทย ที่มีการชุมนุมเดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านการฐานทัพสหรัฐที่มี 12แห่งขณะนั้น ในวันที่ 21 มี.ค.2518
กระทั่งเหตุการณ์ กรุงไซ่ง่อน เวียดนาม ถูกยึด ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลสหรัฐ และรัฐบาลไทยที่ช่วงนั้นมี “รมว.คึกฤทธิ์ ปราโมช”เพิ่งขึ้นเป็นนายกฯมี “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” เป็นรมว.ต่างประเทศ มีปัญหา โดย “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์”แถลงนโยบายเดือนมี.ค.2518 ว่า จะดำเนินการให้มีการถอนทหารและฐานทัพสหรัฐออกจากประเทศไทย ภายใน 12 เดือน ทำให้ต่อมาเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2518 รัฐบาลสหรัฐ ได้มีการประกาศการถอนกำลังพลสหรัฐทั้งหมด ทั้ง ทหาร 28,000 นาย และอากาศยาน 300 เครื่อง ออกจากประเทศไทยภายใน 12 เดือน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews