โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บ้านปู เน็กซ์” ทุ่ม 1.43 พันล้านลุย BESS ในญี่ปุ่น 216 MWh

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 22.20 น.

บริษัท บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการเป็นผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ ดำเนินงาน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน (พลังงานหมุนเวียนและ BESS) บริการ Net Zero Solutions (โซลูชันการจัดการพลังงานครบวงจร, ระบบโซลาร์, ระบบจัดการพลังงาน, อี-โมบิลิตี้) และธุรกิจใหม่และการลงทุน (การผลิตแบตเตอรี่ และพันธมิตรในธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานสะอาด) ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และไทย

ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2583 (ค.ศ. 2040) ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของประเทศที่ตั้งไว้ในปี 2608 โดยมีแผนระยะสั้นที่จะ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ6% ต่อปี เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 ซึ่งในปี 2568

ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) Net Zero Pathway รวมทั้งมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ลง 30% ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกขอบเขตลง 50% ภายในปี 2578 (ค.ศ. 2035)

การขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ในปี 2568 บ้านปู เน็กซ์ ให้ความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอโดยเน้นการรักษาคุณภาพของสินทรัพย์

2.ประเมินการลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน BESS และซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อเป็นผู้ให้บริการแบตเตอรี่ที่ครอบคลุม (integrated battery player)

และ 3.ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง

ทั้งนี้ จากประเมินความต้องการใช้พลังานของโลกในช่วง 5 ปีนี้ ที่เพิ่มขึ้นปีละ 6% จะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพลังงาน จากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าไม่ทัน และต้องสำรองไฟฟ้าให้มากกว่าความต้องการ 15% บ้านปู เน็กซ์ เห็นโอกาสตรงจุดนี้ ที่จะปรับพอร์ตธุรกิจก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นรายหลักในธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ (Battery Energy Storage System: BESS) ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาคนี้

สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด

นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จากที่เคยมีแผนเพิ่มกำลัการผลิตจากพลังงานหมุนเวียน จะหันมาให้ความสำคัญกับสร้างการเติบโตของตลาด BESS ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น เนื่องจากเห็นศักยภาพและโอกาสการเติบโตค่อนข้างมาก โดยในปี 2567 ตลาด BESS มีมูลค่าสูงถึง 54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อนหน้า ที่เป็นผลมาจากความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้น 4.3% จากการเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยี AI

บ้านปู เน็กซ์จึงเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตอย่างมหาศาลของตลาด BESS ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเตรียมพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการนำเสนอโซลูชันด้านพลังงานสะอาดที่ครบวงจรและยั่งยืน อาศัยฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในสหรัฐอเมริกา และเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่มีการส่งเสริมอย่างชัดเจนในการบรรลุ Net Zero ภายในปี 2593 (2050) รัฐบาลญี่ปุ่นจึงให้เงินสนับสนุนแก่ผู้พัฒนา BESS เพราะเป็นโครงการจ่ายไฟฟ้าที่มีความเสถียรและยืดหยุ่น เนื่องจากสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้จากส่วนเกินความต้องการทั้งจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีราคาถูก ซื้อมาเก็บไว้ใน BESS และขายไฟฟ้าออกไปในราคาที่สูงช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าได้

สำหรับการขยายธุรกิจ BESS ในญี่ปุ่นนี้ บริษัทมีเป้หมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้มากกว่า 1 กิกะวัตต์-ชั่วโมง( 1,000 เมกะวัตต์-ชั่วโมง: MWh ) ภายในปี 2573 ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มากกว่า 30,000 ตันต่อปี

ปัจจุบันบริษัทได้รับอนุมัติการลงทุน BESS จากรัฐบาลญี่ปุ่นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 3 โครงการ คิดเป็นกำลังผลิตรวม 216 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ใช้เงินลงทุนตามสัดส่วนการลงทุนราว 1,436 ล้นบาท จากมูลค่าเงินลงทุนรวม 2,637 ล้านบาท โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) และรัฐบาลโตเกียว รวมประมาณ 886 ล้านบาท โดยทั้งหมดคาดว่าจะเปิดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์(COD) ปี 2571

ประกอบด้วยโครงการทสึโนะ (Tsuno, Miyazaki Prefecture) ขนาด 104 เมกะวัตต์-ชั่วโมง เงินลงทุนรวม 1,300 ล้านบาท ได้รับการสนับสนุนจาก METI ประมาณ 450 ล้านบาท ภายใต้การดำเนินงานของ Banpu Japan ถือหุ้นในสัดส่วน 70% ผ่านผ่านกิจการร่วมค้า (JV) กับ Fuyo และ Global Engineering หรือคิดเป็นเงินลงทุนของบริษัทที่หักจากการอุดหนุนแล้วที่ 600 ล้านบาท

โครงการไอสึ (Aizu, Fukushima Prefecture) ขนาด 104 เมกะวัตต์-ชั่วโมง เงินลงทุนรวม 1,200 ล้านบาท ได้รับการอุดหนุนจาก METI ประมาณ 400 ล้านบาท ภายใต้การดำเนินงานของ Banpu Japan ถือหุ้น 99.68% ส่วนที่เหลือถือโดยเจ้าของที่ดินในท้องถิ่น ซึ่งหลังหักเงินอุดหนุนจาก METI บริษัทจะใช้เงินลงทุนอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท

โครงการคามิกุมิ-โตเกียว (Kamigumi-Tokyo) ขนาด 8 เมกะวัตต์-ชั่วโมง เงินลงทุนรวม 137 ล้านบาท ได้รับเงินสนับสนุจากรัฐบาลโตเกียวประมาณ 64 ล้านบาท โดยมี Banpu Japan ถือหุ้น 49% และ Kamigumi ถือหุ้น 51% หรือคิดเป็นเงินลงทุนของบริษัทหลังหักเงินอุดหนุนแล้วอยู่ที่ประมาณ 36 ล้านบาท

ในขณะที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุน BESS ไปแล้ว 1 โครงการ ได้แก่ โครงการโตโนะ (Tono, Iwate Prefecture) ขนาด 58 เมกะวัตต์-ชั่วโมง เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อมิถุนายน 2568 และเชื่อมต่อระบบสายส่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยเงินลงทุนรวม 900 ล้านบาท ได้รับเงินอุดหนุนจาก METI ประมาณ 300 ล้านบาท มี Banpu Japan ถือหุ้น 75% ผ่านกิจการร่วมค้า (JV) กับ Global Engineering หลังหักเงินอุดหนุนจาก METI แล้ว บริษัทใช้เงินลงทุนประมาณ 450 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้สามารถจ่ายไฟฟ้าสู่ครัวเรือนได้ประมาณ 5,800 หลังต่อวัน ขึ้นลงตามการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล

ทั้งนี้ บ้านปู เน็กซ์ มีแผนที่จะนำโมเดลธุรกิจและเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จในโครงการที่ญี่ปุ่นไปต่อยอดใช้กับโครงการอื่น ๆ ในอนาคต ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แนวทางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังตอกยํ้าความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ให้บริการแบตเตอรี่แบบครบวงจร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...