โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กัมพูชาเรียกร้องสันติ เตือนไทยหยุดละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

News In Thailand

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.29 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
กัมพูชาเรียกร้องสันติ เตือนไทยหยุดละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568 วุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ตำหนิพฤติกรรมของกองทัพไทยที่ระบุว่า ก้าวร้าวโดยเจตนาและผิดกฎหมาย จากเหตุปะทะบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกัน

แถลงการณ์ชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้กับปราสาทตามเมืองโต๊ด, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาควาย, พื้นที่มอมเบย (ช่องบก) และจุดอื่นๆ ที่ทางกัมพูชายืนยันว่าอยู่ในเขตแดนของตนตามกฎหมายและแผนที่ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมกล่าวหาว่าการกระทำของฝ่ายไทยถือเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างชัดเจน และเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ

สาระสำคัญของแถลงการณ์

1. ประณามการใช้กำลังของกองทัพไทย ที่กัมพูชาระบุว่า เป็นการรุกรานด้วยอาวุธและส่งผลกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ถือเป็นการละเมิดมาตรา 2 (4) แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งห้ามมิให้รัฐใดใช้กำลังต่ออธิปไตยหรือบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐอื่น

2. ยืนยันสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรฯ โดยระบุว่ากองทัพกัมพูชากำลังดำเนินการอย่างมืออาชีพและอดกลั้น เพื่อปกป้องดินแดนและความปลอดภัยของประชาชน

3. ยืนยันพื้นที่พิพาทเป็นของกัมพูชา ทั้งตามข้อตกลงระหว่างประเทศ แผนที่ที่ได้รับรอง และแนวทางกฎหมายสากล โดยเน้นว่าการประจำการของกองทัพกัมพูชาในพื้นที่เหล่านั้นเป็นไปตามสิทธิอธิปไตย

4. ประกาศสนับสนุนผู้นำสูงสุดของประเทศ คือ สมเด็จเตโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ที่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่พวกเขาระบุว่าเป็น การรุกรานจากต่างชาติ

5. ชื่นชมกองทัพกัมพูชา ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

6. เรียกร้องประชาคมโลก รวมถึงองค์การสหประชาชาติ อาเซียน และประเทศที่รักสันติให้ดำเนินการตอบโต้การละเมิดดังกล่าวอย่างเร่งด่วนและจริงจัง

ทั้งนี้ สถานการณ์ยังคงตึงเครียดต่อเนื่องตามแนวชายแดน ขณะที่ทางฝั่งไทยยังไม่มีแถลงการณ์ตอบโต้จากระดับรัฐบาลกลางในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...