“มายด์ ณภศศิ” แพลนมีลูก! เปิดหมดเปลือกทำไม “สงกรานต์” ถึงหลงหัวปักหัวปำ
พามาย้อนเส้นทางชีวิตของ "มายด์ ณภศศิ" เน็ตไอดอลและนักแสดงยุคบุกเบิก เปิดใจทุกบทในชีวิตบนเส้นทางวงการบันเทิง โดนบูลลี่ การศัลยกรรม และเรื่องเสียน้ำตา แต่ไม่เคยยอมแพ้ เผยรักครั้งนี้กับไฮโซหนุ่ม สงกรานต์ เตชะณรงค์ ทำให้เธอเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น แพลนอนาคตอยากมีลูก
ในยุคก่อนเคยโดนบูลลี่บ้างไหม แล้วจัดการยังไง ?
มายด์ ณภศศิ : โดนตั้งแต่ประถมตอนที่อยู่ชลบุรีด้วยซ้ำ ที่โดนหนัก ๆ คือช่วงมัธยมต้น เหมือนมีช่วงหนึ่งที่ฮิตไปถ่ายรูปที่สยามแล้วก็มีรุ่นพี่มาขอรูป โดนว่าเยอะมาก เฮิร์ทเหมือนกันนะ ย้ายมาเตรียมอุดมก็โดนจากเว็บบอร์ดออนไลน์มากกว่า ตอนช่วงประกวดอุทัยทิพย์ตอนยังไม่ได้ตำแหน่งก็มีคนมาชื่นชมเราเชียร์เรา แต่พอเราได้ตำแหน่งกลายเป็นมีคนมาหาข้อติ 1 คอมเมนต์พอเริ่มก็จะมีคนตามมาเยอะขึ้น ตอนเด็กอ่านแล้วร้องไห้ เศร้า แต่มีข้อดีคือเราจะเป็นคนที่ไม่เก็บอะไรที่เครียดหรือเศร้ามาคิด เมื่อก่อนการทำศัลยกรรมมันยากมาก เรามีแก้มเยอะเสียงเล็กก็จะมีคนมาว่าเราว่าดัดเสียงก็ปล่อยผ่าน พอมองย้อนภาพกลับไปตอนนั้นก็เครียดเศร้าแต่ก็ไม่ได้เป็นปมมาถึงทุกวันนี้
มีช่วงที่เราปล่อยจอย ละเลยสุขภาพไหม ?
มายด์ ณภศศิ : ยุคที่เจอปันปันนั่นแหละ ช่วงที่ตัดสินใจเรียนโทเกี่ยวกับ Anti-aging มีช่วงที่ทำงานมาตลอดแล้วปล่อยปะละเลยจนเริ่มอวบเริ่มอ้วนคนทักก็ไม่เชื่อเราก็ยังรู้สึกว่าเรายังหุ่นดีอะ แล้วตอนนี้กลับไปดูรูปตอนนั้นคืออ้วนมาก ตอนเด็ก ๆ ผอมมากจนมาอ้วน จริง ๆ การดื่มหนักกว่าการกินอีก มีช่วงที่ทำ IF หนักมากแต่ดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มกาแฟทั้งวันแล้วมากินข้าวตอนเย็นซึ่งมันเป็นการ IF แบบผิด ๆ ตอนนั้นน้ำหักก็คือขึ้น ๆ ลง ๆ โยโย่ ทุกวันนี้ก็ Balance ตัวเองมากขึ้น
หลังจากที่คบกับพี่สงกรานต์ความรักครั้งนี้เปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตบ้าง ?
มายด์ ณภศศิ : เราเป็นตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ตอนแรกที่คบกับคนนี้คนก็เตือนเยอะเป็นห่วงเยอะ สุดท้ายเชื่อว่ามันคือจังหวะชีวิตของเราด้วย เติบโตขึ้นมาก็มีประสบการณ์ชีวิตมาแล้วเรามาเจอกันในจังหวะที่มันคลิกกัน เติมเต็มความสัมพันธ์ที่มาเติมในสิ่งที่อีกคนขาด
เคยถาม พี่สงกรานต์ ไหมว่าเขาหลงรักอะไรในตัวเรา ?
มายด์ ณภศศิ : ตอนแรกที่เจอกันก็เป็นคนที่สนุกสนานนะ ก็ยังเป็นมายคนเดิม ชวนเขาไปนั่งชิลเราไม่ได้มาเป็นแบบสายออกกำลังกายหรือทำงาน เขาเหมือนเข้ามาเอ็นจอยในวิถีชีวิตของเรา สนุกไปกับเรา ถ้าถามว่าเคยถามไหม เขาอาจบอกว่าเพราะความเป็นกันเองคิดบวก ไม่ค่อยโกรธใครและใจเย็น แต่ผู้ชายก็จะมีมุมที่ใจร้อนกว่าเรามันก็จะเหมือนหยินหยาง
จากวงการบันเทิงมาเป็นนักธุรกิจเห็นตัวเองในอนาคตเปลี่ยนไปเยอะไหม ?
มายด์ ณภศศิ : จริง ๆ ความฝันเราตั้งแต่เด็กเลย อยากทำธุรกิจ เพราะคุณพ่อเคยอยากให้กลับไปช่วยขายไม้ที่บ้าน ซึ่งเป็นโรงไม้ เราก็มีความมั่นใจ แล้วก็ตั้งใจกับตัวเองมาตลอดว่าอยากเติบโตด้วยการทำธุรกิจของตัวเอง แล้วปีนี้ก็เป็นปีที่มองภาพชัดขึ้นมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเส้นทางมันไม่ได้ง่ายเลยนะ การทำงานมันเครียดมากเลยนะ มันมีปัญหาให้แก้ทุกวัน แล้วก็มีเรื่องที่ต้องจัดการอารมณ์ทุกวัน ถ้าคนอยู่ใกล้ ๆ จะรู้เลยว่า บางทีเราคิดว่าเราจัดการได้ แต่เอาจริง ๆ บางทีมันไม่ได้ เราเคยเป็นคนหลับง่ายมาตลอดนะ แต่พอทำงานหนัก ๆ มันก็หลับยาก คิดเรื่องงานก่อนนอน กดดันตัวเอง
เป็นคนที่มีแฟนมาโดยตลอด ?
มายด์ ณภศศิ : มีโสดบ้าง แต่เป็นคนที่ค่อนข้างมีแฟนตลอด เชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นได้ เหมือนกับที่เขาบอกว่า healthy relationship มันช่วยให้ทุกอย่างในชีวิตเราดีขึ้น ถ้าอยู่กับคน toxic บางทีมันไม่รู้ตัว แต่จะเครียดโดยไม่รู้ตัว อย่างน้อยความสัมพันธ์เราดี เราก็ไม่ต้องเอาพลังไปเครียดตรงนั้น จะได้เอาเวลาไปเครียดเรื่องงานนิดหน่อยแทนดีกว่า
ถ้าเจอคน toxic ในชีวิต จะจัดการยังไง ?
มายด์ ณภศศิ : เมื่อก่อนเป็นคนขี้เกรงใจมาก Empathy สูง ใครขออะไรก็ไปหมด เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เคยปฏิเสธแต่พอวันหนึ่งลองปฏิเสธให้เป็น รู้สึกว่าตัวเองรักตัวเองมากขึ้น ถึงจะมีความรัก มีแฟน แต่สุดท้ายเราก็เกิดมาคนเดียว เราต้องกอดตัวเองให้ได้ โชคดีที่เพื่อนส่วนใหญ่ดีหมด คนที่ไม่ดีจริง ๆ ก็มักไม่ค่อยได้คุยตั้งแต่แรก vibe มันจะบอกเลยว่าใครควรอยู่ในวงใกล้ จะไม่ทะเลาะกับใคร แต่ถ้ารู้สึกว่า vibe ไม่ตรงกัน ก็จะอยู่ห่าง ๆ และค่อย ๆ fade ออกมาเอง
ในอนาคตถ้าอายุเยอะขึ้น ?
มายด์ ณภศศิ : ก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แหละ แต่รู้ว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือสุขภาพ ตอนแก่ก็อยากเป็นคนแก่ที่ยังเดินเหินได้ เล่นกับลูกหลานได้ ส่วนภายนอกก็อยากดูแลให้ดีนะ ไม่ได้ไม่กลัวแก่ เพราะถ้าหน้าเหี่ยวก็ยังไปฉีดโบท็อกซ์อยู่ การดูแลร่างกายเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลภายนอก ไลฟ์สไตล์จะให้สุดโต่งก็ทำไม่ได้นะ ต้องยอมรับว่าเรื่อง Genetic ก็มีผล กลัวแก่ไหม ก็กลัวแหละ แต่จะดูแลสุขภาพให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้มานั่งเสียดายทีหลัง และไม่เครียดเกินไป เพราะความเครียดก็ทำให้อายุสั้นเหมือนกัน
อยากมีลูกไหม ?
มายด์ ณภศศิ : อยากมีความรู้สึกเป็นแม่ อยากรู้ว่ามีเด็กอยู่ในท้องจะรู้สึกยังไง อย่างที่เขาพูดกันว่าไม่เป็นแม่ไม่เข้าใจ ฉันไม่คิดว่าจะเป็นแม่ได้ด้วยซ้ำ ทุกวันนี้แม่ยังช่วยคอยจัดแจงให้อยู่เลยซึ่ง เรารู้สึกว่าหลายคนที่เราเห็นเป็นเพื่อนเราที่อยู่ดี ๆ มีลูกแล้วเขาสามารถเลี้ยงลูกได้ ทั้งที่ไลฟ์สไตล์ตอนอยู่กับเรามันเลี้ยงเป็นแม่คนได้ เหรอ แต่สุดท้ายก็เป็นได้แล้วเป็นได้ดีกันทั้งนั้นเลย ก็เป็นความรู้สึกที่ใช่ อยากก็ได้ค่ะ
ที่มา "PrimeCast"