โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วงเสวนา 3 ปี กัญชาเสรี เผยมีใบอนุญาตเกือบ 1.8 หมื่นราย ผลกระทบเพียบ

เดลินิวส์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 09.09 น. • เดลินิวส์
วงเสวนา 3 ปี กัญชาเสรี เผยมีใบอนุญาตเกือบ 1.8 หมื่นราย สร้างผลกระทบจริง ทั้งสุขภาพ–เศรษฐกิจ ต่างชาติแบนห้ามนำเข้า ส่วนในประเทศ พบปัญหาสุญญากาศ ควบคุมต่ำ คนใช้เพื่อสันทนาการพุ่ง ภาคประชาชนเร่งเดินหน้า พ.ร.บ.ควบคุม สร้างสมดุล

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) กล่าวในการเสวนา “ครบรอบ 3 ปี กัญชาเสรี… สังคมไทยได้อะไร” ว่า ประเทศไทยได้อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 2562 และเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ให้จำหน่ายและใช้กัญชาโดยไม่ผิดกฎหมายในวันที่ 9 มิ.ย. 2565 จากการศึกษาของ ศศก.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีผลกระทบหลายประการ 1.ร้านค้ากัญชาไร้การควบคุม เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ถนนข้าวสาร ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบการขออนุญาต และไม่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้อ 2.การใช้กัญชาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นไทยอายุ 18-19 ปี สูบกัญชาเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า จาก 0.9% ในปี 2562 เป็น 9.7% ในปี 2565 มีการใช้กัญชาแบบนันทนาการ 3.ปัญหาทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความผิดปกติทางจิต เช่น โรคจิต และภาวะพิษจากกัญชา 4.ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและทางอ้อมเกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาเพิ่มขึ้น โดยปี 2566 มูลค่ารวมกว่า 15,828.51 ล้านบาท

รศ.พญ.รัศมน กล่าวต่อว่า แม้กัญชาจะมีประโยชน์ทางการแพทย์ในบางกรณี เช่น การดูแลแบบประคับประคอง ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากการทำเคมีบำบัด และโรคลมชักบางประเภท แต่ยังไม่มีเภสัชบำบัดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความผิดปกติจากการใช้กัญชา โดยการป้องกันให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชาได้ยากและเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีทางจิตสังคมจึงให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณามาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการใช้กัญชา รวมถึงการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการจำหน่ายและการใช้กัญชาให้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงต่อไป

นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการและเลขานุการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด กล่าวว่า หลังจากประเทศไทยมีการปลดล็อกกัญชาเสรีในประเทศไทยมากว่า 3 ปี ทำให้หลายประเทศตั้งคำถาม และประกาศเตือนพลเมืองของตัวเอง ที่จะเดินทางมายังประเทศไทยให้ระมัดระวัง และห้ามนำผลิตภัณฑ์จากกัญชา กัญชงกลับเข้าประเทศต้นทางเด็ดขาด เนื่องจากยังถือว่าเป็นยาเสพติด แม้กระทั่งสถานกงสุลไทยในหลายประเทศก็ประกาศแจ้งเตือนคนไทยว่าห้ามนำกัญชาติดตัวเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า กัญชาเสรีในไทย ไม่ได้รับการตอบรับจากบางประเทศ มีกรณีที่น่าสนใจ คือ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมคณะได้หารือกับ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องการสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาจากประเทศไทยไปยังสหราชอาณาจักร

“ผลกระทบจากธุรกิจกัญชาที่ไร้การควบคุมในไทย ทำให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากเครือข่ายค้ายาเสพติดระหว่างประเทศที่นำกัญชาจากไทยไปขายให้พลเมืองประเทศอื่น และที่น่าตั้งคำถามที่สุด คือ กัญชาไทยอาจกำลังส่งผลร้ายต่อความฝัน สุขภาพ ของเด็กเยาวชนที่จะเติบโตเป็นพลเมืองของโลกในอนาคตเพราะฉะนั้นจากนโยบายเสรีกัญชาบทเรียน 3 ปีที่ผ่านมากับบทเรียน เราต้องช่วยกันตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้วใครได้ประโยชน์ และใครได้รับผลกระทบจากกัญชา และกฎหมายหรือ พ.ร.บ.กัญชาที่สมดุล เหมาะสม และเกิดจากการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่นำไปสู่การลดผลกระทบจากการใช้กัญชาในทางที่ผิดควรเป็นอย่างไร” นายวัชรพงศ์ กล่าว

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2565 ทำให้มีการนำกัญชาไปใช้เพื่อนันทนาการ ส่งผลเสียต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน ขัดต่อกฎหมายยาเสพติดระหว่างประเทศและประมวลกฎหมายยาเสพติด แม้ตอนหลังออกประกาศกำหนดให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ก็ไม่สามารถป้องกันหรือแก้ปัญหาได้ ซ้ำยังกลายเป็นช่องทางรับรองให้ใช้กัญชาเพื่อนันทนาการในวงกว้าง ภาคีเครือข่ายสุขภาพจึงรวบรวม 20,283 รายชื่อประชาชน เพื่อร่วมกันเสนอร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … เข้าสู่สภา ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อ มีเจตนารมณ์เพื่อการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ คุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันและควบคุมการใช้กัญชาไม่เหมาะสม ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงพันธุ์กัญชาที่มีคุณภาพ มีคณะกรรมการกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์

ด้าน ผศ.ดร.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) กล่าวว่า กัญชามีทั้งประโยชน์และโทษ ปัจจุบันพบว่ามีจุดจำหน่ายที่ได้รับใบอนุญาตถึง 17,867 ราย ยังไม่นับรวมกับที่ไม่มีใบอนุญาตอีกมาก ดังนั้นสังคมจึงต้องการนโยบายและระบบการจัดการที่ครบวงจร ชัดเจน รัดกุม เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ มีการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย คุ้มครองผู้บริโภค และคุ้มครองสิทธิของผู้อื่น ด้วยการกำหนดกฎหมายและกติกาที่รอบคอบในการอนุญาต และการห้ามในบางกรณี และบังคับใช้อย่างจริงจัง จัดให้มีกลไกการเฝ้าระวังปัญหาต่างๆ นอกจากนี้ กพย.ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันติดตามและเสนอแนะแนวทางแก่รัฐสภา แก่รัฐบาล เพื่อให้เกิดออกกฎหมายอย่างรัดกุม ไม่เล่นเกมการเมือง จนเกิดสุญญากาศอีก

นายรังสรรค์ ชื่นประเสริฐ ประธานชุมชนวัดอัมพวา กล่าวว่า ก่อนการปลดล็อกกัญชานั้น กัญชายังไม่ระบาดในชุมชน แต่พอมีการปลดล็อกก็พบมีการระบาดเข้ามาพร้อมๆ กับยาเสพติดชนิดอื่นทั้งกระท่อม กัญชาและบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เด็กและเยาวชนเข้าไปใช้สิ่งเหล่านี้มากขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะหาซื้อได้ง่าย อีกทั้งมีการนำไปผสมกับสารเสพติดอื่นๆ ที่แรงกว่า ในขณะที่การช่วยเหลือและบำบัดรักษา ในปัจจุบัน ยังไม่มีสถานบำบัดแบบอยู่ประจำสำหรับเด็ก ต้องเข้าไปติดต่อที่ศูนย์สาธารณสุขเพื่อขอบำบัด และจะได้ยาทดแทนการขาดยาเท่านั้น ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่การแก้ที่ต้นเหตุ เด็กยังสามารถกลับไปถึงกัญชาและยาเสพติดต่างๆ ได้ เพราะมีคาเฟ่กัญชาที่เยาวชนเข้าถึงได้ง่ายอยู่ เราต้องเฝ้าระวังและป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนให้เข้มข้นขึ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...