โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครื่องดื่มชูกำลัง-บะหมี่ฯ หดตัว ย้ำภาพกำลังซื้อฐานรากลำบาก!

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 18.52 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 18.44 น.

2 สินค้าที่เจาะตลาดผู้บริโภคฐานราก และมีกำลังซื้อชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องยกให้“เครื่องดื่มชูกำลัง” ซึ่งกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ“ผู้ใช้แรงงาน”หรือ Blue Collar อีกหมวดที่ภาพจำยังชัดเจนคือ“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” โดยเฉพาะตลาดหลักซอง 7 บาท แม้พฤติกรรมการบริโภคจะมาจากความสะดวก อร่อย อิ่ม แต่เหตุผล “การประหยัด” เป็นสัดส่วนใหญ่สุด

กรุงเทพธุรกิจ สัมภาษณ์ 2 ผู้บริหารจากบิ๊กคอร์ป เจ้าของบิ๊กแบรนด์ที่ทำตลาดกับประชากรฐานรากมาอย่างนาน และให้คำตอบสอดคล้องกันว่า “กำลังซื้อผู้บริโภคลดน้อยถอยลง” เป็นปัจจัยใหญ่ที่กระทบการเติบโตของการค้าขายสินค้าเครื่องดื่มชูกำลังและบะหมี่ฯ

วรวุฒิ พงศ์ชินภัค ประธานผู้บริหารสายงานขายและการตลาดประเทศไทย กลุ่มธุรกิจ TCP ฉายภาพว่า ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่าราว 2.2 หมื่นล้านบาท ปี 2568 เดิมคาดการณ์จะเติบโตประมาณ 6% ผ่านไปครึ่งทางหรือ 6 เดือนแรก สัญญาณเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทำให้ปรับประมาณการเติบโตเหลือเพียง 3%

“ทิศทางตลาดเครื่องดื่มชูกำลังปีนี้คาดว่าจะเติบโตน้อย เพราะครึ่งปีแรกทรงๆตัว จากกำลังซื้อประชากรฐานรากได้รับผลกระทบ และด้วยเศรษฐกิจน่าจะยากลำบากขึ้น”

กลยุทธ์การตลาดครึ่งปีหลัง ทำให้บริษัทต้องมุ่งนำเสนอสินค้าใหม่ ขยายกลุ่มเป้าหมายเจาะคนรุ่นใหม่มากขึ้น และยังเป็นการขานรับตลาด “เครื่องดื่มชูกำลังพรีเมียม” หรือโมเดิร์นเอนเนอร์ยี ที่เติบโตสูง แม้สัดส่วนในตลาดยังน้อยราว 10% หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่ทิศทางยังโตต่อแน่นอน ภาพรวมปี 2568 คาดว่าไม่ต่ำกว่า 35% เพราะผู้บริโภตต้องการความสดชื่นระหว่างวัน ความซ่า และแบรนด์มีสินค้ารสชาติใหม่ๆ ตอบโจทย์ทั้ง เรดบูล โซดา และมี “แบมแบม GOT7” เป็นพรีเซ็นเตอร์

สำหรับตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ราคาขายปัจจุบันของ 3 บิ๊กแบรนด์อยู่ระดับ 10 บาท Magic Price ตลอดกาล และราคา 12 บาทต่อขวด ซึ่งแบรนด์พยายามสลัดภาพลักษณ์ไปสู่ความเป็นพรีเมียมมากขึ้น

ด้านตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใหญ่ไม่แพ้กันด้วยมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท มี 3 บิ๊กแบรนด์ห้ำหั่นกัน และมีบะหมี่พรีเมียมแบรนด์ไทย-เกาหลี เพิ่มจำนวนสินค้า ยี่ห้อมาแย่งตลาดมากขึ้น

พันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ ไทยเพรซิเดนท์ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดบะหมี่ฯปี 2568 ลุ้นเห็นการเติบโต 4-5% เพราะมีบะหมี่ฯพรีเมียมสร้างปรากฏการณ์ ทำให้กลายเป็น “ปีแห่งบะหมี่ฯทางเลือก” และหนุนภาพรวมให้ขยายตัว แต่หากเจาะลึกบะหมี่ฯหลักแบบ “ซอง7บาท” ปีนี้ไม่โต เหตุผลหลักที่กระทบตลาดคือ “ผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ-ไม่มีเงิน!”

“ปี 68 ตลาดบะหมี่ฯแบบซองเดิมๆ ไม่สามารถทำให้ภาพรวมเติบโตได้ แต่ 6 เดือนที่เหลือเชื่อว่าตลาดบะหมี่ฯยังโต แต่มาจากเซ็กเมนต์พรีเมียม บะหมี่ฯยังเป็นอาหารที่ผู้บริโภคให้แวลู ไม่ได้มองแค่ทานเพราะความสะดวก อร่อย คนกินมีหลายตลาด แต่กินเพราะประหยัดอาจมีเยอะสุด คนไม่ได้กินบะหมี่ฯเพราะจน แต่กินเพราะฉันชอบ ส่วนบะหมี่ฯพรีเมียมคนกินละเลียดขึ้น”

ไตรมาส 1 บริษัทมีรายได้จากการขาย 7,051 ล้านบาท เติบโตเพียง 0.68% และ “กำไรสุทธิ” จำนวน 981 ล้านบาท “ลดลง 14.24%” ซึ่งถือว่าค่อนข้างแรง เนื่องจากผลกระทบจากต้นทุน โดยเฉพาะราคาน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น เฉลี่ยแตะ 45-46 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) จากปีก่อนซื้อราคาเฉลี่ย 38 บาทต่อกก.

แรงฮึดครึ่งปีหลังของ “มาม่า” เดินหน้าออกสินค้าใหม่ด้วยรสชาติ รวมถึงจัดโปรโมชันแห่งปีเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งปี 2568 มุ่งทะยานสู่ 2 หมื่นล้านบาท เติบโต 4% จากปี 2567 รายได้กว่า 1.8 หมื่นล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...