หุ้นไทยวันนี้ แกว่งไซด์เวย์กรอบ 1,200-1,230 จุด เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด จับตาเจรจาจีน-สหรัฐ
หุ้นไทยวันนี้ 8 พ.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,200-1,230 จุด หลังเมื่อวานปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก โดยที่การประชุมเฟดไม่มีเซอร์ไพร์สตลาด ซึ่งยังคงดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด และยังรอติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนว่าจะมีความชัดเจนออกมาอย่างไร
วันที่ 8 พฤษภาคม 2568บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า วานนี้ตลาดปรับตัวขึ้นแรงรับข่าวจีนประกาศลด RRR 50bps และลดดอกเบี้ยซื้อคืน 10bps นอกจากนี้ข่าวการลงทุนของ GIP ภายใต้ BlackRock ผ่าน True IDC ช่วยหนุนจิตวิทยาการลงทุน Data Center หากยังมีแรงส่งให้ขึ้นต่อ การพักสั้นๆ เพื่อขึ้นไม่ควรลงมาหลุด 1,213-1,210 จุด การขึ้นต่อมีแนวต้านหลักที่ 1,235-1,240 แต่ปกติที่บริเวณแนวต้านนี้จะทำให้ชะลอตัวได้อย่างน้อยในช่วงสั้น
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways หลังตลาดอยู่ระหว่างรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ และติดตามการประกาศผลประกอบการ 1Q68 ของหุ้น Real Sector ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินของ FOMC ที่มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายคาดจะไม่มีผลต่อบรรยากาศลงทุนมากนัก
อย่างไรก็ดีมองความไม่ชัดเจนของนโยบายภาษีของสหรัฐที่มีต่อเศรษฐกิจโลกจะยังเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อการเติบโตของผลประกอบการ 2Q68 ทำให้บรรยากาศลงทุนยังเป็นไปอย่างระมัดระวังและทำให้ SET ปรับขึ้นได้จำกัด โดยมีแนวต้าน 1,215-1,235 จุด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งไซด์เวย์ หลังจากเมื่อวานนี้ปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก โดยที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อคืนนี้ไม่มีมีการเซอร์ไพร์สตลาด โดยที่เฟดยังคงดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด และยังรอติดตามข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนว่าจะมีความชัดเจนออกมาอย่างไร ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจเกี่ยวกับปัจจัยสงครามการค้าที่ปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับติดตามการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/68 ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศต่อเนื่อง
ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเปิดเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบวกและลบสลับกัน โดยให้แนวต้าน 1,230 จุด แนวรับ 1,200 จุด
บล.พาย ประเมิน SET เคลื่อนไหว 1,210 - 1,235 จุด ทั้งนี้ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนดัชนีฟื้นขึ้นมาจากจุดต่ำสุด 13% น่าจะสะท้อนปัจจัยหนุนด้านการเจรจาการค้าไปพอสมควรอแล้ว แต่มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงและยังไม่เชื่อว่าเจรจรการค้าจะจบลงด้วยดี (ยืดเยื้อ) จึงแนะทยอยทำกำไรเพิ่มการถือครองเงินสดและรอจังหวะซื้อกลับช่วงตลาดปรับฐาน
อย่างไรก็ตามนักลงทุนระยะสั้นที่รับความเสี่ยงได้อาจเก็งกำไรระยะสั้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) ปัจจัยหนุน FED อาจมิเร่งลดดอกเบี้ย