โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

10 ล้าน แรงงานเกษตร เฮ จ่อเข้าประกัน มาตรา33 นายจ้างค้านอ้างเพิ่มต้นทุน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 21.30 น.

ปัจจุบันสภาพสังคมและสภาพการจ้างงานมีการเปลี่ยนแปลงไป การกำหนดสิทธิหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างรวมทั้งลักษณะการทำงานมีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม มีความมุ่งหมายที่จะขยายความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างในกิจการทั้ง 3 ประเภทกิจการ ดังนี้ 1.ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ 2.ลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย เช่น ลูกจ้างทำงานบ้าน คนขับรถ คนสวน เป็นต้น และ 3.ลูกจ้างในกิจการค้าแผงลอย เพื่อได้รับความคุ้มครองในระบบประกันสังคม ทำให้ลูกจ้างมีชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ที่ต่อเนื่อง

จากการจ่ายสิทธิประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมที่ครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต ทั้งในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือการตายที่มิได้เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงาน รวมถึงกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ซึ่งเป็นไปตามหลักการสำคัญด้านแรงงาน ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวได้ผ่านรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว คาดเดือนสิงหาคมนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และในเดือนตุลาคม นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยให้มีผลใช้บังคับต่อไป

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการที่สำนักงานประกันสังคมจะให้แรงงานรับจ้างกรีดยาง ในภาคเกษตรกรต้องเข้าระบบประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งนายจ้างต้องสมทบเงินเข้ากองทุนประกันสังคมตามมาตรา 33 ในอัตรา 5% ของฐานค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละคน

อย่างไรก็ตาม จากผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน มองคนรับจ้างกรีดยางอาจไม่มีความสามารถจากมีรายได้ที่ไม่แน่นอน ซึ่งบางรายไม่ได้รับจ้างกรีดยางเพียงที่เดียว แต่ละเดือนจะไปรับจ้างกรีดหลายที่ ไม่ได้ทำเป็นงานประจำเฉพาะที่ จะเป็นปัญหาทั้งนายจ้างและคนกรีดยาง ขณะที่หากห่วงในเรื่องสุขภาพ ปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ใช้สิทธิบัตร 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งคนไทยทั่วไปก็ใช้สิทธินี้อยู่แล้ว

สอดคล้องกับนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อาชีพประมงไม่เหมาะสมที่จะใช้สิทธิประกันสังคม เนื่องจากเป็นแรงงานที่อยู่กลางทะเล มองว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่ไม่คุ้มกับเงินที่จะเสียไป ไม่ว่าจะเป็นการสงเคราะห์บุตร หรือเงินเกษียน และว่างงาน ก็ไม่ได้ใช้ เพราะส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ทำเอ็มโอยูกับประเทศเพื่อนบ้านและนำเข้ามา ซึ่งหากว่างงานครบ 15 วัน แล้วหางานใหม่ไม่ได้ก็จะถูกส่งตัวกลับทันที

ที่สำคัญแรงงานกลุ่มนี้ส่วนตัวลูกจ้างก็ไม่ยอมจ่าย ต้องให้นายจ้างเป็นคนจ่าย ก็กลายเป็นว่านายจ้างต้องจ่ายทั้งในส่วนของลูกจ้างและนายจ้างรวม 1,500 บาทต่อคน ขณะที่ชาวประมงทำงานแค่ 8 เดือน (ตามข้อกำหนดวันทำประมง) และอีก 4 เดือน ว่างงานไม่ได้ทำประมงถามว่ากระทรวงแรงงานจะจ่ายสมทบให้กับผู้ประกอบการด้วยหรือไม่ หากภาครัฐยอมจ่าย ก็พร้อมที่จะทำทันที แต่ในเบื้องต้นมองว่าจะเป็นการบีบให้นายจ้างทำในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะอาชีพที่หากินอยู่กลางทะเล

ด้านนายเดชา นุตาลัย ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและพัฒนาระบบข้าวครบวงจร ในคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวว่า ส่วนใหญ่ชาวนาลงแรงในการทำนากันเอง จะมีบ้างที่จ้างโดรนมาหว่านปุ๋ย หรือพ่นยากำจัดศัตรูพืช เป็นครั้งคราว ซึ่งมองว่าเป็นความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลกันอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง จ้างหว่านข้าวไร่ละ 50 บาท จ้างหว่าน 30 ไร่ จ่ายเงิน 1,500 บาท หากมากัน 3 คน ก็แบ่งคนละ 500 บาท พองานเสร็จก็จบ ต่างคนต่างแยกย้าย หรือถ้าเป็นชาวสวน ก็อาจจะจ้างมาเก็บผักครั้งเดียว แต่ถ้าจ้างทุกวันก็ไม่สามารถแบกรับภาระไหว ไม่มีเกษตรกรรายใดสามารถจ้างแรงงานได้ทุกวัน

นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง กล่าวถึง กรณีแรงงานต่างด้าวที่ต้องการต่ออายุใบอนุญาตทำงานและวีซ่า จะต้องมีการทำประกันสุขภาพด้วย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารที่ใช้ในการยื่นต่ออายุอยู่แล้วรายละ 1,000 บาท แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ถ้าต้องให้นายจ้างจ่ายสมทบประกันสังคมก็คงไม่ไหว เพราะแบกต้นทุนเพิ่ม

ขณะที่นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย มองต่างมุมว่า แรงงานในส่วนของการทำนาที่ชาวนาจะมีการจ้างแรงงานมาหว่านข้าว หรือดำนา และอื่นๆ ซึ่งการที่จะให้นายจ้างและลูกจ้างได้ช่วยจ่ายสมทบประกันสังคมมองว่าเป็นเรื่องดี

ส่วนนายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มองว่า เรื่องนี้ เป็นเกมประกันสังคม ที่จะดึงแรงงานภาคเกษตรเข้าเป็นสมาชิก(มีกว่า 10 ล้านราย) เพื่อทำให้กองทุนประกันสังคมเติบโต จากที่ผ่านมาในหลายเรื่องได้นำเงินกองทุนไปบริหารแล้วเกิดความล้มเหลว ต้องหาทุนเพิ่ม เรื่องนี้ไม่เห็นด้วย

หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 45 ฉบับที่ 4,104 วันที่ 12 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...