โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจ 191 บุกจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ รวบ 27 ชาวเวียดนามกลางหมู่บ้านหรู ความเสียหายกว่า 39 ล้านบาท

THE STANDARD

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 08.56 น. • thestandard.co
ตำรวจ 191 บุกจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ รวบ 27 ชาวเวียดนามกลางหมู่บ้านหรู ความเสียหายกว่า 39 ล้านบาท

วันนี้ (10 มิถุนายน) ตำรวจ 191 ภายใต้การสั่งการของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บุกเข้าทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเวียดนามในหมู่บ้านหรูย่านชานเมือง จับกุมผู้ต้องหาได้ 27 ราย เป็นหญิง 5 ราย ชาย 22 ราย พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ทั้งโทรศัพท์มือถือ 116 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 45 เครื่อง และเคตามีน 5 กรัม โดยมีมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงสูงถึง 39 ล้านบาท

พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า การเข้าจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่าพบกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จึงเข้าตรวจสอบและพบว่าชาวต่างชาติกลุ่มนี้เช่าบ้านหรู 2 หลัง พฤติกรรมน่าสงสัยจึงขอหมายค้นเข้าตรวจสอบ

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเหล่านี้เดินทางมาจากเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งอนุญาตให้อยู่ได้เพียง 60 วัน ส่วนใหญ่เดินทางผ่านด่านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว ก่อนจะรวมตัวกันเพื่อทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย

แก๊งนี้ใช้วิธี Romance Scam มุ่งเป้าหลอกลวงเหยื่อชาวเวียดนามด้วยกันเอง โดยสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นคนหน้าตาดี ร่ำรวย หลอกให้เหยื่อหลงเชื่อและตกหลุมรัก ก่อนจะใช้คำหวานหว่านล้อมให้โอนเงินในภารกิจต่างๆ ที่วางไว้ เช่น แสร้งว่ามีหนี้สิน โดยใช้แอปพลิเคชัน ‘Zalo’ เป็นช่องทางหลักในการหลอกลวง

จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบัน คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถหลอกลวงเงินได้ประมาณ 1,200 ล้านดองต่อเดือน รวมทั้งหมด 27 เครื่อง สร้างความเสียหายรวม 36,000 ล้านดองต่อเดือน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 39 ล้านบาท

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเช่าบ้านทั้ง 2 หลัง ตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2567 ในราคาหลังละ 30,000-40,000 บาท และเริ่มทำงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยมีรายได้ 12,000 บาทต่อเดือน และหากหลอกได้สำเร็จจะได้เงินเพิ่มอีกประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน ซึ่งผู้ต้องหาแต่ละคนจะแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้งเชฟทำอาหาร ช่างไฟ และช่างซ่อมคอมพิวเตอร์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อขยายผลต่อไป และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...