พท. พยายามเต็มที่ช่วย "หัวหน้าอิ๊งค์" ด้าน “วิสุทธิ์” เชื่อ นายกฯรอดปมคลิปเสียง
พท. พยายามเต็มที่ช่วย "หัวหน้าอิ๊งค์" ด้าน “วิสุทธิ์” เชื่อ นายกฯรอดปมคลิปเสียง ยอมรับเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ รับสภาพต้องลากกันไปแบบนี้ เพราะ มีต้นทุนแต้ม สส.ในมือ 250 กว่าถึง 260 เสียง จี้ สส.-รมต. ต้องมีวินัยในตัวเอง มาประชุมสภาทุกครั้ง
วันที่ 11 ก.ค. 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯบอกว่ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนคำร้องน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯและรมว.วัฒนธรรม กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชามี 3 แนวทางคือ น.ส.แพทองธาร รอดคดี หากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จะมีนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยรับไม้ต่อ หรือยุบสภาว่า ถามตนอยากให้เป็นแนวทางแรกมากที่สุด ยืนยันการเมืองไม่มีทางตัน มันจะมีทางไปได้ และในฐานะเป็นพรรคแกนนำ หัวหน้าพรรคกำลังต่อสู้คดีอยู่ ตนในฐานะเลขาธิการพรรค ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเราพยายามทำทุกอย่างให้ออกแนวทางที่หนึ่งมากที่สุด ขณะนี้ทีมกฎหมายที่ร่วมทำคดีมีทั้งในส่วนที่เป็นของพรรคและทีมที่น.ส.แพทองธาร ตั้งขึ้นมาเพื่อร่วมกันทำคำชี้แจงต่อศาลตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เมื่อถามว่าเกิดอุบัติเหตุกับน.ส.แพทองธาร นายชัยเกษม พร้อมใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า นายชัยเกษม เป็นแคนดิเดตของพรรคมีความพร้อมอยู่แล้ว และเชื่อว่าสามารถพูดคุยกับพรรคร่วมได้และจะทำงานร่วมกันต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานสส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า น.ส.แพทองธาร จะสามารถชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญ และรอดจากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาได้ รวมถึง สส.พรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนายกฯมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง มีเจตนาที่ บริสุทธิ์ และเชื่อว่า หลังจากนี้นายกฯจะได้รับความเป็นธรรม เมื่อถามว่า หากผลร้ายที่สุดนายกฯไม่รอดพรรคเพื่อไทยชู นายชัยเกษม พรรคร่วมรัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ เพราะเคยพูดถึงเรื่องมาตรา 112 นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้น.ส.แพทองธาร ยังเป็นนายกฯอยู่ ซึ่งสส.พรรคไม่ได้กังวลว่าจะไปถึงจุดนั้น และเชื่อว่า สุดท้ายพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังเลือกที่จะอยู่ด้วยกัน ขณะนี้ไม่ได้มองไปถึงนายชัยเกษม รวมถึงเรื่องการยุบสภา เพราะเหตุการณ์ยังอีกยาว ให้ น.ส.แพทองธารกลับมาทำหน้าที่ก่อน รวมถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่ผ่านมาเป็น ครม. ที่ตั้งใจทำงาน โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามยาเสพติด รวมถึงเรื่องผิดกฎหมายต่างๆ ขอให้ได้ทำงานกันก่อน ไม่ได้คิดไกลกันขนาดนั้น เชื่อมั่นนายกฯ และทุกคนให้กำลังใจ ซึ่งการประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 8 ก.ค. รวมถึงวันที่ 9 ก.ค. ที่นายกฯเข้าสภา ทุกคนก็ให้กำลังใจ รวมถึงนายกฯได้รับฟังปัญหาของประชาชนจาก สส. ในพื้นที่ และถือว่าได้มีเวลาในการรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วย
ส่วนการโหวตถอนร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีเสียงรัฐบาลสนับสนุนให้ถอนร่าง 253เสียง เกินครึ่ง 246เสียง เพียง 7เสียงว่า การโหวตในวันดังกล่าว เสียงรัฐบาลหลายคนติดภารกิจ อาทิ รัฐมนตรีบางคนติดภารกิจราชการต่างประเทศ นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เพิ่งลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อ และยังมีสส.บางส่วนออกไปกินข้าว กลับมาโหวตไม่ทัน ยอมรับว่า เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำจริง แต่ต้องลากกันไปแบบนี้ ถ้าให้รัฐมนตรีมาสภาทุกวันพุธ วันพฤหัส ก็พอไปได้ สิ่งสำคัญคือ ทุกคนต้องมีวินัยในตัวเอง มาร่วมประชุมสภาทุกครั้ง แม้จะลำบากนิดนึงก็ตาม ต้นทุนเสียงสส.รัฐบาลขณะนี้ อยู่ที่ 250กว่า ถึง260เสียง ถือว่าพอไปได้อยู่ แต่ต้องช่วยกัน สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เสียงปริ่มน้ำ เกินมา 5-6เสียง ยังไปได้ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน