โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MFCพาลุยกองไพรเวทอิควีตี้ ลดความผันผวนพอร์ตลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 04.26 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 04.26 น.

#MFC #ทันหุ้น -บลจ.เอ็มเอฟซี สร้างโอกาสการเข้าถึง Private Equity หลากหลายอุตสาหกรรมและภูมิภาค ผ่านกองทุน MPEQS-UI ที่เน้นลงทุนในตลาด Secondaries สร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว พร้อมกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน โดยการเข้าถึงบริษัทนอกตลาด IPO ระหว่าง 14-23 กรกฎาคม 2568 นี้

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก การลงทุนใน Private Equity ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งเนื่องจากมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และมีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นๆ ในระดับต่ำ ทำให้เหมาะสำหรับการสร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดผันผวน และยังสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนในธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรมที่ตลาดบริษัทจดทะเบียนอาจยังไม่ครอบคลุม

บลจ.เอ็มเอฟซี จึงนำเสนอ "กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอลไพรเวทอิควิตี้ เซคันดารีส์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย" หรือ "MPEQS-UI" กองทุนนี้มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลัก Franklin Lexington PE Secondaries Fund (FLEX Feeder-I) ชนิดหน่วยลงทุน Class I ACC ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV กองทุนหลักนี้บริหารโดย Franklin Templeton และ Lexington Partners ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนระดับโลกที่มีประสบการณ์ยาวนาน และมีขนาดกองทุนติดอันดับ Top 3 ของกลุ่ม PE Secondaries

*จุดเด่นกองทุน

จุดเด่นกองทุน MPEQS-UI ใช้กลยุทธ์การลงทุนในตลาดรอง (Secondaries) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจาก J-curve Effect (การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดตั้งแต่ระยะต้นของการทำธุรกิจซึ่งรายได้ และผลตอบแทนมักจะยังติดลบ) โดยกองทุนจะเข้าซื้อสินทรัพย์จากกองทุน Private Equity ที่มีการดำเนินงานอยู่แล้ว และอยู่ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยวผลตอบแทน (Harvest Stage) ต่างจากการลงทุนแบบ Primary ที่ต้องรอผลตอบแทนตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ

นอกจากนี้การลงทุนใน Private Equity Secondaries ยังช่วยกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการลงทุนในหลากหลายบริษัท อุตสาหกรรม, ภูมิภาค และปีที่ลงทุนที่ต่างกัน (Vintage Year) ทำให้พอร์ตการลงทุนมีความแข็งแกร่งและทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนได้ดีกว่า

กองทุน MPEQS-UI เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงพอร์ตการลงทุน Private Equity ที่หลากหลาย โดยเน้นการลงทุนใน ตลาด Secondaries ซึ่งเป็นการเข้าลงทุนต่อจากผู้ลงทุน รายอื่นที่ต้องการขายเงินลงทุนก่อนสิ้นสุดอายุโครงการ ทำให้เข้าถึงพอร์ตที่มีอยู่แล้วและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน ที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่เรียกว่า 'Blind Pool Risk' ที่มักพบในการลงทุน Private Equity รูปแบบอื่นๆ

*ลุย Private Assets

นายธนโชติ กล่าวต่อไปว่า กองทุนหลักมุ่งเน้นการลงทุนใน Private Assets หลากหลายประเภท อาทิ การเข้าควบคุมบริหารกิจการเพื่อปรับปรุงและสร้างมูลค่าเพิ่ม (Buyout), การลงทุนในบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตเพื่อขยายธุรกิจ (Growth), และการลงทุนในบริษัทเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูง (Venture) รวมถึง Primary Funds และ Co-investments โดย มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบจาก J-Curve ซึ่งมักเกิดขึ้นกับการลงทุนในระยะแรกของ Private Equity และเพิ่มโอกาสการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ กองทุน "MPEQS-UI" เสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (UI) เท่านั้น เนื่องจากเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน IPO วันที่ 14-23 กรกฎาคม 2568 แบ่งเป็นหน่วยลงทุน 2 ชนิด ได้แก่ MPEQS-UI-G ชนิดทั่วไป เปิดให้ซื้อหน่วยลงทุนรายเดือน (วันแรกของแต่ละเดือน) กำหนดเงินลงทุนซื้อครั้งแรกขั้นตํ่า 500,000 บาท และซื้อครั้งถัดไปขั้นตํ่า 10,000 บาท ส่วน MPEQS-UI-S ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล เปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรกเพียงครั้งเดียว เงินลงทุนขั้นตํ่า 500,000 บาท ส่วนวันขายคืนหน่วยลงทุนกำหนดเป็นรายไตรมาส

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...