โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สาธารณสุข เผยมีผู้บาดเจ็บเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาเพิ่ม

เดลินิวส์

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.46 น. • เดลินิวส์
สาธารณสุข เผยมีผู้บาดเจ็บเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาเพิ่ม 1 ราย รพ.ปิดบริการเพิ่ม 4 แห่ง กำชับเฝ้าระวังโรคในศูนย์อพยพ พร้อมดูแลจิตใจทั้งประชาชน-เจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า จากการติดตามสถานการณ์ข้อมูลเมื่อเวลา 09.00 น. มีประชาชนได้รับบาดเจ็บอาการหนักเพิ่มขึ้น 1 ราย ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสะสมรวม 36 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 15 ราย มีอาการหนัก 11 ราย ผู้เสียชีวิตยังเท่าเดิม 13 ราย ส่วนโรงพยาบาลได้รับผลกระทบรวม 19 แห่ง

นพ.วีรวุฒิ กล่าวอีกว่า ต้องปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 4 แห่ง ได้แก่ รพ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี, รพ.บัวเชด รพ.สังขะ จ.สุรินทร์ และ รพ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ รวมปิดให้บริการ 11 แห่ง ลดบริการเหลือเฉพาะฉุกเฉิน (อีอาร์) เพิ่มอีก 1 แห่ง คือ รพ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ รวมเปิดบริการเฉพาะฉุกเฉิน 8 แห่ง ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย 617 ราย มีการเปิดศูนย์อพยพเพิ่มเป็น 433 แห่ง มีผู้เข้าพัก 138,152 คน เป็นกลุ่มเปราะบาง 21,076 คน ส่งต่อผู้อพยพไปรักษาในโรงพยาบาล 139 ราย

"ความเสียหายของอาคารสถานที่ในโรงพยาบาล เบื้องต้น จ.ศรีสะเกษ มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับความเสียหาย 3 แห่ง จ.สุรินทร์ มีอาคารภูมิพัฒน์ รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลค่าความเสียหาย 1.5 ล้านบาท ส่วนอาคารอื่นๆ ต้องรอเข้าสำรวจหลังจากสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้โรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงกรณีมีการใช้อาวุธที่มีรัศมีทำการไกลขึ้น เตรียมวางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียงที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยไว้ด้วย" นพ.วีรวุฒิ กล่าว

นพ.วีรวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับการวางระบบดูแลประชาชน ได้จัดทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ อนามัยสิ่งแวดล้อม และเยียวยาจิตใจ รองรับการดูแลประชาชนเพิ่มเป็น 321 ทีม หากพื้นที่ต้องการสนับสนุนเพิ่มเติมให้ประสานส่วนกลางที่กองสาธารณสุขฉุกเฉิน และกำชับเฝ้าระวังปัญหาโรคติดต่อในศูนย์อพยพ โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งขณะนี้พบสัญญาณการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น รวมถึงให้การดูแลด้านจิตใจ ทั้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และบุคลากร เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...