โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สถาบันลดการถือครอง ETF Bitcoin ไตรมาสแรกปี 2025 ดิ่ง 23% แต่บริษัทเอกชนสะสม BTC เข้าคลังต่อเนื่อง

ทันหุ้น

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 03.36 น.

สถาบันลดการถือครอง ETF Bitcoin ไตรมาสแรกปี 2025 ดิ่ง 23% แต่บริษัทเอกชนสะสม BTC เข้าคลังต่อเนื่อง

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 นักลงทุนสถาบันที่ถือครอง Bitcoin ผ่านกองทุน ETF ในสหรัฐฯ เริ่มลดการถือครองลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เปิดตัวกองทุน Spot Bitcoin ETF โดยรวมมูลค่าการถือครองของนักลงทุนสถาบันลดลงจาก $27.4 พันล้าน ในไตรมาส 4 ปี 2024 เหลือเพียง $21.2 พันล้าน ในไตรมาส 1 ปี 2025 ลดลงถึง 23% ตามรายงานล่าสุดจาก CoinShares

การลดลงนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก ราคาของ Bitcoin ที่ร่วงลง 11% ในไตรมาสเดียวกัน ทำให้มูลค่ารวมลดลงตาม แม้จะไม่ได้เกิดจากการขายออกทั้งหมด แต่ก็มีสัญญาณว่าหลายฝ่ายมีการลดสัดส่วนการถือครองลงจริง

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มนักลงทุนมืออาชีพ กลับมีข้อยกเว้นสำคัญ คือ กลุ่มที่ปรึกษาการเงิน (Financial Advisors) ที่มีการเพิ่มสัดส่วนการถือครอง Bitcoin ในช่วงเวลาเดียวกัน แสดงถึงความเชื่อมั่นที่ยังมีอยู่ในระยะยาว

บริษัทใช้ BTC เป็นเงินคลังพุ่ง!

แม้ ETF จะไหลออก แต่ บริษัทเอกชนที่สะสม Bitcoin เป็นทุนสำรองหรือเงินคลังกลับเติบโตต่อเนื่อง โดยรวมบริษัทเหล่านี้ถือ BTC ถึง 1.98 ล้านเหรียญ ณ สิ้นไตรมาสแรก ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 18.6% ตั้งแต่ต้นปี

ข้อมูลจาก SaylorTracker ระบุว่า บริษัท Strategy ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุด ได้ซื้อ BTC เพิ่มอีก 15,355 เหรียญ เมื่อวันที่ 28 เมษายน และมีการสะสมเพิ่มขึ้น 17 จาก 20 สัปดาห์ล่าสุด นับถึงเดือนมิถุนายน

กองทุน BlackRock เจอวันไหลออกแรง

ในวันที่ 30 พฤษภาคม กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ประสบกับ วันไหลออกของเงินทุนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีเม็ดเงินไหลออกกว่า $430 ล้าน หลังจากมีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง 31 วันก่อนหน้า

แนวโน้มใหม่: บอนด์ตก - Bitcoin อาจมาแทน

CoinShares วิเคราะห์ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2025 กระแสเงินลงทุนยังคงผันผวนตามข่าวเศรษฐกิจมหภาค นักลงทุนจำนวนมากได้เปลี่ยนจากสินทรัพย์เสี่ยงไปสู่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แต่เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น ก็เริ่มเห็นความเชื่อมั่นในสินทรัพย์แบบ "ปลอดภัย" ลดลง

นักวิเคราะห์บางรายคาดว่า ความอ่อนแอของตลาดตราสารหนี้ในระยะยาว อาจเป็นแรงผลักดันให้ราคาของ Bitcoin ปรับขึ้นได้ในอนาคต มากกว่าที่จะหวังพึ่งกระแสจาก ETF เพียงอย่างเดียว

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/institutional-bitcoin-etf-holdings-see-first-quarterly-decline-report

หุ้น Circle (USDC) เปิดเทรดแรง! พุ่ง 167% วันแรกในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดึงดูดสายตานักลงทุนทั่วโลก

บริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin อย่าง Circle สร้างความฮือฮาในตลาดการเงิน เมื่อหุ้นของบริษัทเปิดตัวในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ภายใต้ชื่อย่อ CRCL และปรับตัวขึ้นกว่า 167% ในวันแรกของการซื้อขาย

ราคาหุ้นเปิดที่ $31 ก่อนจะพุ่งสูงถึง $104 ภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก (เพิ่มขึ้น 235%) และปิดตลาดที่ $82 สะท้อนความต้องการของนักลงทุนที่เริ่มให้ความสนใจธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Stablecoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำและกำลังมีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงิน

ความสำเร็จของ Circle ได้รับแรงสนับสนุนจากบิ๊กเนมในวงการการเงิน เช่น BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเปิดเผยว่ากำลังพิจารณาถือหุ้น IPO ของ Circle ถึง 10% ขณะที่ Cathie Wood จาก ARK Invest ก็มีข่าวว่าสนใจซื้อหุ้นถึง $150 ล้าน

ความต้องการที่ล้นหลามนี้ ทำให้ Circle ต้องขยายวงเงินเสนอขายหุ้นเป็น 1.05 พันล้านดอลลาร์ โดยมีจำนวนหุ้นรวม 34 ล้านหุ้น

Circle คือผู้อยู่เบื้องหลัง เหรียญ USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ตรึงมูลค่าไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในระบบนิเวศของ Web3 และ DeFi การเข้า IPO ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทที่เตรียมตัวมานาน แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเลื่อนการเสนอขายออกไปเนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า

แต่ท่ามกลางกระแสเชิงบวก ก็ยังมีดราม่าตามมา เมื่อ Jeff Dorman ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของบริษัท Arca โพสต์ข้อความวิจารณ์ (ซึ่งภายหลังถูกลบ) ว่าบริษัทได้รับจัดสรรหุ้น IPO จาก Circle เพียง $135,000 ทั้งที่เป็นหนึ่งในนักลงทุนรายแรกของ Circle

Dorman กล่าวในข้อความว่า

“เราร่วมผลักดัน Circle มาหลายปี แต่นี่คือสิ่งที่เราถูกตอบแทน” พร้อมวิจารณ์ว่า Circle กลายเป็นบริษัทที่กลับไปใช้แนวคิดของ TradFi (การเงินดั้งเดิม) อีกครั้ง ทั้งที่หลายคนตั้งใจออกจากวอลสตรีทมาเพื่อสร้างบริษัทคริปโตที่แตกต่างจากเดิม

แม้จะมีเสียงสะท้อนด้านลบจากบางฝ่าย แต่การเข้าเทรดของ Circle ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ตลาดยังคงให้ความสนใจต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/circle-stock-price-jumps-167-in-first-day-of-trading-after-ipo

นักขุดโซโล่ ขุดบล็อก Bitcoin สำเร็จอีกครั้ง รับฉ่ำกว่า 10 ล้านบาท ท่ามกลางความยากพุ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์

วันที่ 5 มิถุนายน เวลา 03:48 น. ตามเวลา UTC (เช้าเวลาไทย) มีเหตุการณ์หายากเกิดขึ้นในเครือข่าย Bitcoin เมื่อ “นักขุดเดี่ยว” หรือ Solo Miner รายหนึ่ง ขุดบล็อก #899,826 ได้สำเร็จ พร้อมรับรางวัลรวม 3.151 BTC หรือราว $330,386 (ประมาณ 10.8 ล้านบาท)

ข้อมูลจากเว็บไซต์ mempool.space ระบุว่าบล็อกนี้ประกอบด้วย 3,680 ธุรกรรม และรางวัลมาจาก Block Subsidy 3.125 BTC รวมกับค่าธรรมเนียมอีก 0.026 BTC ซึ่งเฉลี่ยแล้ว ผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมเพียงแค่ $0.29 ต่อธุรกรรม สะท้อนถึงภาวะเครือข่ายที่ไม่แออัดในช่วงเวลาดังกล่าว

บล็อกนี้ถูกขุดผ่านพูล “Solo CK” ซึ่งบริหารโดย Con Kolivas วิศวกรซอฟต์แวร์และผู้ดูแล ckpool โดยเขาโพสต์บน X (Twitter เดิม) ว่าบัญชีที่ขุดบล็อกนี้สำเร็จเพิ่งเร่งกำลังขุดขึ้นเป็น 259 PH/s (Petahash per second) ซึ่งถือว่าสูงผิดปกติสำหรับนักขุดเดี่ยวทั่วไป

Kolivas วิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้สูงว่ากำลังขุดดังกล่าวเป็นการ “เช่า Hashrate” จากบริการคลาวด์หรือ Marketplace แล้วนำมายิงเข้าพูลเพื่อเสี่ยงโชคในการขุดบล็อก และบัญชีนี้เคยทำงานบนพูลมาก่อนแต่มีอัตราขุดต่ำกว่ามาก จึงยิ่งเสริมความเป็นไปได้ว่าเป็นการใช้พลังขุดชั่วคราวเพื่อ “ยิงทีเดียวเผื่อโชคดี”

ระดับความยากในการขุด Bitcoin (Difficulty) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. โดยแตะระดับ 126.98 ล้านล้าน (Trillion) ตามข้อมูลจาก Blockchain.com ซึ่งทำให้โอกาสที่นักขุดเดี่ยวจะเจอบล็อกนั้นแทบเป็นศูนย์ เหตุการณ์นี้จึงยิ่งน่าทึ่งและหายากมากขึ้นเรื่อย ๆ

แม้จะหายาก แต่ในปี 2025 กลับมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยขึ้น เช่น:

  • วันที่ 10 มีนาคม มี Solo Miner ใช้เครื่องขุดต้นทุนต่ำขุดบล็อก #887,212 ได้รางวัล 3.15 BTC (~$263,000)
  • วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ก็มีอีกหนึ่งรายขุดบล็อก #883,181 สำเร็จ รับรางวัลรวมกว่า $300,000 เช่นกัน

นักขุดเดี่ยวเหล่านี้จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้วงการ แม้ในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวินาที การ “แตกบล็อก” ด้วยตัวคนเดียวก็ยังเป็นไปได้ ถ้ามีแผน หรือโชคช่วย

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/solo-bitcoin-miner-wins-330k-block-as-difficulty-hits-record-high

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...