โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พื้นที่ชุ่มน้ำคืออะไร? ในประเทศไทยมีที่ไหน ทำไมเราต้องเร่งฟื้นฟู

Amarin TV

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 11.28 น.
แรมซาร์เผยรายงาน โลกกำลังสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่แก้ไขทันด้วยการลงทุน

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 สำนักงานเลขาธิการ Ramsar หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ เผยแพร่รายงาน Global Wetland Outlook 2025

มีใจความสำคัญเตือนถึงการหายไปอย่างรสดเร้วของพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลก และมากกว่าระบบนิเวศตามธรรมชาติใด และยังให้แนวทางการรักษาและฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ด้วย

พื้นที่ชุ่มน้ำคือ

พื้นที่ชุ่มน้ำคือ ลักษณะทางภูมิประเทศรูปแบบหนึ่ง ที่น้ำเป็นส่วนประกอบหลักในการควบคุมสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะชีวิตพืชและสัตว์ และหมายถึงพื้นที่ที่ระดับน้ำใต้ดินอยู่บริเวณใกล้ผิวดิน หรือผิวหน้าปกคลุมไปด้วยน้ำ มีน้ำขัง นับรวมทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น

พื้นที่ชุ่มน้ำมี 5 ประเภทหลักคือ:

  • พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเล (Marine wetlands): รวมถึงลากูนชายฝั่ง, ชายฝั่งหิน และแนวปะการัง
  • พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำ (Estuarine wetlands): รวมถึงดินดอนสามเหลี่ยม, ป่าชายเลน และป่าโกงกาง
  • พื้นที่ชุ่มน้ำที่เกี่ยวข้องกับทะเลสาบ (Lacustrine wetlands): พื้นที่ชุ่มน้ำที่พบตามทะเลสาบ
  • พื้นที่ชุ่มน้ำริมแม่น้ำ (Riverine wetlands): พื้นที่ชุ่มน้ำตามแม่น้ำและลำธาร
  • พื้นที่ชุ่มน้ำพรุ (Palustrine wetlands): หมายถึง "เป็นพรุ" เช่น บึง หนอง และพรุ

พื้นที่ชุ่มน้ำที่มนุษย์สร้าง เช่น บ่อกุ้ง บ่อปลา ที่ดินเกษตรชลประทาน นาเกลือ อ่างเก็บน้ำ บ่อกรวด ฟาร์มบำบัดน้ำเสีย และ คลอง

พื้นที่ชุ่มน้ำสามารถเกิดได้ทุกที่ ตั้งแต่ทุ่งหญ้าทุนดราจนถึงป่าเขตร้อน โดยศูนย์ติดตามการอนุรักษ์โลกแห่งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP-WCMC) ได้เสนอค่าประมาณการอยู่ที่ 570 ล้านเฮกตาร์ (5.7 ล้านตารางกิโลเมตร) หรือราว 6% ของพื้นที่ผิวแผ่นดินของโลก

อย่างไรก็ตาม การทบทวนทรัพยากรพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลกที่การประชุม COP7 ของอนุสัญญาแรมซาร์ในปี 1999 แม้จะยืนยันว่า ระบุขนาดพื่นที่ชุ่มน้ำทั่วโลกไม่ได้ แต่ประมาณพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลกไว้ที่ระหว่าง 748 ถึง 778 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 7.48 ถึง 7.78 ล้านตารางกิโลเมตร

พื้นที่ชุ่มน้ำในไทย

สำหรับประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ 22,885,100 ไร่ หรือราว 7.5% ของพื้นที่ประเทศ ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกภาคีอนุสัญญาแรมซาร์เป็นลำดับที่ 110 ตั้งแต่ปี 2541

ประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมพื้นที่ประมาณ 22,885,100 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 7.5 ของพื้นที่ประเทศ โดยประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาแรมซาร์เป็นลำดับที่ 110 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2541 โดยมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ (Ramsar Site) จำนวน 14 แห่ง เรียงตามลำดับ ดังนี้

1) พรุควนขี้เสี้ยน ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง
2) เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง จ.หนองคาย
3) ดอนหอยหลอด จ.สมุทรสงคราม
4) ปากแม่น้ำกระบี่ จ.กระบี่
5) เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย จ.เชียงราย
6) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ (พรุโต๊ะแดง) จ.นราธิวาส
7) อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-หมู่เกาะลิบง-ปากน้ำตรัง จ.ตรัง
8) อุทยานแห่งชาติแหลมสน-ปากแม่น้ำกระบุรี-ปากคลองกะเปอร์ จ.ระนอง
9) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี
10) อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา
11) กุดทิง จ.บึงกาฬ
12) อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์
13) เกาะกระ จ.นครศรีธรรมราช
14) เกาะระ เกาะพระทอง จ.พังงา
หมายเหตุ มีพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานเสนอเป็นแรมซาร์ไซต์ จำนวน 6 แห่ง

Ramsar เผยสถานการณ์พื้นที่ชุ่มน้ำ

แม้พื้นที่ชุ่มน้ำจะมีสัดส่วนไม่มาก หรือครอบคลุมพื้นผิวโลกเพียง 6% แต่ก็เป็นบริเวณที่มีระบบนิเวศโลกอยู่มาก โดยคิดเป็น 7.5% ของ GDP โลก หรือ 1,420 ล้านล้านบาทต่อปี

ฮิวจ์ โรเบิร์ตสัน ประธานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และการทบทวนทางเทคนิคของอนุสัญญาแรมซาร์กล่าวถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ

“พื้นที่ชุ่มน้ำมีความสำคัญต่อวัฏจักรน้ำ ต่อการตอบสนองระดับโลกต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และต่อความเป็นอยู่ของผู้คนนับพันล้าน”

แต่แม้จะมีมูลค่าสูงมากด้านนิเวศวิทยา พื้นที่ชุ่มน้ำกลับได้งบประมาณสนับสนุนไม่มากนัก โดยได้รับเงินทุนด้านภูมิอากาศที่จัดสรรสำหรับแนวทางจากธรรมชาติน้อยกว่า 9% ของทั้งหมด มูซอนดา มุมบา เลขาธิการอนุสัญญาแรมซาร์สะท้อนการมองข้ามพื้นที่ชุ่มน้ำ

“พื้นที่ชุ่มน้ำยังคงถูกมองข้ามในงบประมาณ เป็นตัวแทนน้อยมากในแผน และได้รับการสนับสนุนน้อยในการดำเนินงาน”

นอกจากนี้ Ramsar เปิดเผยผ่านรายงานประจำปีว่า ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา ราว 22% ของพื้นที่ชุ่มน้ำในโลกสูญหายไป และราว 1 ใน 5 ของพื้นที่ชุ่มน้ำที่ยังอยู่ในโลกตอนนี้จะเข้าสู่ภาวะเสี่ยงภายในครึ่งทศวรรษ

แนวทางฟื้นฟู

อย่างไรก็ตาม รายงานเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาต้องลงมือทำอย่างเร่งด่วน และได้ให้ 4 ขั้นตอนในการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ คือ:

  • การปรับการตีค่าและการบูรณาการใหม่ ในกระบวนการตัดสินใจ
  • มองพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของระบบน้ำรอบโลก และส่งผลต่อชีวิตมนุษย์ทุกคน
  • ยกให้พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นความสำคัญอันดับต้น และรวมพื้นที่ชุ่มน้ำไว้ในแนวทางทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่
  • ปลดล็อคการลงทุนในพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ในฐานะการแก้ปัญหาด้วยแนวทางธรรมชาติ (nature-based solution)

และรายงานประจำปีของแรมซาร์ชี้ว่า เราสามารถเปลี่ยนความเสียหายได้ด้วยการลงทุนเชิงรุก ได้แก่

  • บูรณาการพื้นที่ชุ่มน้ำเข้ากับการวางแผนระดับชาติ
  • รวมพื้นที่ชุ่มน้ำไว้ในการเงินด้านภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ
  • ยอมรับบทบาทหลักของพื้นที่ชุ่มน้ำในวัฏจักรน้ำระดับโลก
  • ระดมการเงินแบบผสมผสานระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเพิ่มขนาดของการคุ้มครองและการฟื้นฟู

อ้างอิง: Ramsar, Mongabay , ONEP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...