โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดเบื้องลึก! "ชูวิทย์" แพ้คดีกล่าวหา "เนวิน" ฮุบเขากระโดง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.10 น.
“ชูวิทย์ ” ขอโทษ “เนวิน” สารภาพยอมรับผิดหมิ่นประมาท ปม แผนสมรู้ร่วมคิด โยง ฮุนเซน และ กาสิโน

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ศาลจังหวัดบุรีรัมย์มีคำพิพากษาชี้ขาดหนึ่งในคดีสำคัญที่สั่นสะเทือนชื่อเสียงของ ตระกูลชิดชอบ โดยเฉพาะ เนวิน ชิดชอบ และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ หลังจากที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เคยกล่าวหาอย่างเปิดเผยในช่วงเลือกตั้งปี 2566 ว่า ครอบครัวชิดชอบมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ ทุจริตโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และ การฮุบที่ดินเขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ ของการรถไฟฯ เพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัว ทั้งที่ข้อเท็จจริงหนึ่งที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า พื้นที่ที่มีปัญหายืดเยื้อมานานกว่า 5,000 ไร่นั้น ตระกูลชิดชอบถือเพียงหลักร้อยไร่ ที่เหลือเป็นของชาวบ้านทั่วไป ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อกล่าวหาของชูวิทย์ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียงของโจทก์ทั้งสอง จึงพิพากษาจำคุก 12 เดือน รับสารภาพลดเหลือ 6 เดือน และเปลี่ยนเป็นโทษปรับ 200,000 บาท เนื่องจากจำเลยอายุมากและมีโรคประจำตัว พร้อมสั่งให้ลงโฆษณาขอโทษในสื่อสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง 7 วัน และให้คำมั่นต่อศาลว่าจะไม่กล่าวหาครอบครัวชิดชอบอีก ในทางกฎหมาย คำรับสารภาพของชูวิทย์ คือการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเรื่อ ‘ฮุบเขากระโดง’ ที่เคยพูดนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะข้อเท็จจริงคือ ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ของราษฎรทั่วไป แต่เรื่องกลับไม่จบแค่นั้น แม้ชูวิทย์จะเพิ่งผ่านคดีนี้มาหมาด ๆ และให้คำมั่นว่าจะไม่กล่าวหาครอบครัวชิดชอบอีก แต่เพียงไม่กี่วันต่อมา ก็เกิดประเด็นใหม่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กพาดพิงถึง ‘แผนสมรู้ร่วมคิด’ ที่เชื่อมโยงไปถึงสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และผลประโยชน์ของกาสิโน โดยมีชื่อของเนวินเข้ามาเกี่ยวข้องอีกครั้ง

โพสต์นี้สร้างความสับสนและแรงกดดันจนในที่สุด วันที่ 15 กรกฎาคม ชูวิทย์ต้องออกมาขอโทษอีกครั้ง ผ่านเฟซบุ๊ก หลังถูกเนวินฟ้องอีกรอบ ชูวิทย์ ยอมรับว่า ‘ไปไกลเกินไป’ และไม่เจตนาโยงเนวินหรือพรรคภูมิใจไทยเข้ากับเรื่องกาสิโนหรือฮุน เซน พร้อมประกาศลบโพสต์ต้นเรื่อง และขอบคุณที่เนวินเข้าใจและให้อภัย
แม้จะเป็นเพียงโพสต์ แต่ในทางสัญลักษณ์ มันสะท้อนความย้อนแย้งในตัวชูวิทย์ที่หลายคนตั้งคำถามเขาเพิ่งรับสารภาพในศาลว่าสิ่งที่เคยกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง และสัญญาว่าจะไม่ทำอีก แต่ก็กลับไปพาดพิงซ้ำในรูปแบบใหม่

คำขอโทษของเขาอาจจริงใจ และการให้อภัยของเนวินอาจเป็นการวางบทจบอย่างสันติในความขัดแย้งส่วนตัว
แต่สำหรับสังคมไทย บทเรียนนี้สะท้อนชัดว่า ‘ข้อกล่าวหา’ โดยเฉพาะจากผู้มีพื้นที่สื่อ ต้องมีความรับผิดชอบพอ ๆ กับความกล้า เพราะเมื่อพูดแล้ว มันไม่เพียงทำร้ายคนอื่น แต่ยังย้อนกลับมาทำลายความน่าเชื่อถือของผู้พูดเองด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...