พบผู้ต้องสงสัย 3 ราย ปมแอร์อินเดีย ถูกขู่วางระเบิด แต่หลักฐานไม่พอหน่วงตัวไว้ ล่าสุดบินกลับประเทศแล้ว
พบ ผู้ต้องสงสัย 3 ราย ปมแอร์อินเดียถูกขู่วางระเบิด แต่หลักฐานไม่พอหน่วงตัวไว้ ล่าสุดบินกลับประเทศแล้ว
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต นายทวนชัย ตันสุริยวงศ์ รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานภูเก็ต (สายปฏิบัติการและบำรุงรักษา) นางเปมิกา สีสาคูคาม รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานภูเก็ต (สายสนับสนุนธุรกิจ) Mr.Debasish Choudhury Airport Mamager (นายเดบาซิส เชาฮูรี นายสถานีสายการบินแอร์อินเดียประจำสถานีภูเก็ต) แถลงข่าวกรณีเหตุการณ์สายการบิน AIR INDIA เที่ยวบินที่ AI 379 เส้นทางบิน HKT- ภูเก็ต – DEL (เดลี) ถูกขู่วางระเบิดระหว่างทำการบิน โดยมีเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ตและสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องVIP อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ท่าอากาศยานภูเก็ตได้รับแจ้งจากศูนย์ควบคุมการบินของท่าอากาศยานภูเก็ตว่าสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 379 ต้นทางภูเก็ตไปเดลีประเทศอินเดีย ผู้โดยสาร 156 คน แจ้งว่ามีการขู่ เขียนว่ามีระเบิดในห้องน้ำเป็นห้องน้ำทางด้านหลังของเครื่องบิน ทางนักบินจึงขอประสานงานมาที่หอวิทยุการบินขอนำเครื่องบินลงตรวจสอบที่ท่าอากาศยานภูเก็ต เที่ยวบินดังกล่าว เข้ามาจอดที่ท่าอากาศยานภูเก็ตหลังจากที่ต้องบินวนรออยู่สักพักหนึ่ง เพื่อทำการลดน้ำหนัก เนื่องจากสายการบินจะต้องเติมน้ำมันขึ้นไปก่อนที่จะลงมาตามขั้นตอนต้องลดน้ำหนัก
ทางท่าอากาศยานภูเก็ตจึงต้องทำการขั้นตอนแผนเผชิญเหตุ นำอากาศยานเข้าไปอยู่ในหลุม 31 ได้ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนเป็นขั้นตอนตามที่ได้วางแผนไว้ นำผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องไปแล้วเข้าสู่ดำเนินการพิสูจน์ทราบ ในสัมภาระของผู้โดยสารมีสิ่งที่ต้องสงสัยหรือไม่ซึ่งดำเนินการตรวจสอบโดย EOD ตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตและ EOD สนามบินรวมทั้งสัมภาระที่เกิดขึ้นอากาศยานแล้วมาทำการพิสูจน์โดยใช้อุปกรณ์เครื่องมือของหน่วยงานความมั่นคงที่มีอยู่มีการพิสูจน์ทราบว่า ทางผู้โดยสารและสัมภาระไม่มีสิ่งต้องสงสัยที่เป็นอันตรายต่ออากาศยาน
ซึ่งได้มีการดำเนินการเสร็จไปเมื่อเวลา 16.15 น. หลังจากพิสูจน์ทราบแล้วว่าสัมภาระไม่พบสิ่งต้องสงสัยคือต้องนำผู้โดยสารมาชี้ตัวสัมภาระของตัวเอง เป็นการ matching ผู้โดยสารกับสัมภาระ หลังจากนั้นทางนักบิน มีความประสงค์ว่า สัมภาระและผู้โดยสารไม่มีสิ่งต้องสงสัยและเป็นอันตรายต่ออากาศยานทางสายการบินจึงมีความประสงค์นำเครื่องบินกลับไป
ซึ่งในจำนวน 156 คนของผู้โดยสารมีจำนวนผู้โดยสาร 1 คนที่ไม่ประสงค์จะเดินทางไปพร้อมอากาศยานในเที่ยวบินนี้เหลือเพียง 155 คน แต่เนื่องจากมีการเขียนข้อความดังกล่าวในขณะที่มีการตรวจพบหลังจากเครื่องบินทำการ Take off ไปแล้ว ทำการบินขึ้นไปแล้ว ทางสถานีตำรวจ สภ.สาคูนำผู้โดยสารที่ต้องสงสัยสอบสวนแล้ว ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าผู้โดยสารท่านใดเป็น ผู้เขียนข้อความที่เป็นภัยคุกคามต่ออากาศยาน แต่เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจะชี้ชัดลงไปได้ จึงไม่สามารถหน่วงเหนี่ยวผู้โดยสารท่านใดท่านหนึ่งไว้ได้ซึ่งผู้ต้องสงสัย 3 คนไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่าผู้ใดกระทำความผิด จึงไม่สามารถหน่วงเหนี่ยวผู้โดยสารท่านใดไว้
เบื้องต้น ทาง สภ.สาคูดำเนินการตรวจสอบทางลึกอีก ในการเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ผู้โดยสารที่ต้องสงสัยมากที่สุดมีพฤติกรรมอย่างไร พักที่ไหน เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกันหรือไม่ เช่น กระดาษที่เขียนมีหลักฐาน และต้องตรวจ DNA ซึ่งมีการเก็บ DNA ไว้ ตำรวจต้องสืบสวนอีก ครั้งหนึ่งว่าเอกสารที่เก็บได้ มี DNA ตรงกันหรือไม่ ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลังจากอากาศยานปิดประตูแล้วเป็นสิทธิของสัญชาติของเจ้าของอากาศยานนั้นเป็นผู้ดำเนินการโดยท่าอากาศยานภูเก็ตจะส่งข้อมูลให้ทางสายการบิน
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ท่าอากาศยานภูเก็ตได้นำอากาศยานที่ถูกขู่วางระเบิดแล้วไปจอดในหลุม 31 อยู่ทางทิศตะวันตกของสนามบินเป็นหลุม parking ไม่มีผลต่ออากาศยานลำอื่น ทำให้ท่าอากาศยานภูเก็ตสามารถให้บริการได้อย่างเป็นปกติ
ซึ่งประตูเครื่องบินได้ปิดเมื่อเวลา 16.15 น. ทำการเดินทางบินกลับไปที่ประเทศอินเดีย แม้ว่าทางสถานีตำรวจยังไม่สามารถจะดำเนินการกับผู้ที่ก่อเหตุ เนื่องจากต้องเรียนว่าตำรวจไม่มีหลักฐานจะทำการหน่วงเหนี่ยวบุคคลใดบุคคลหนึ่งไว้ ซึ่งผู้โดยสารที่ไม่เดินทางกลับ 1 คนนั้น เป็นบุคคลที่ไม่ต้องสงสัย เป็นชายชาวอินเดีย
“ต้องเรียนให้ทราบในมาตรการที่ดำเนินการของท่าอากาศยานภูเก็ต ให้ความสำคัญ ความปลอดภัย Security และ Safety ของท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานทั้งหมดของ ทอท. ต้องมีมาตรฐานและมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอขอให้มีความมั่นใจในการใช้สนามบินของท่าอากาศยานภูเก็ตและสนามบินไทยทั้งหมด”
ทางด้าน Mr.Debasish Choudhury Airport Mamager (นายเดบาซิส เชาฮูรี) นายสถานีสายการบินแอร์อินเดียประจำสถานีภูเก็ต กล่าวว่า “ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้เจอผู้ต้องสงสัย 3 คน จากการตรวจสอบของตำรวจและทีมงาน เคลียร์เรียบร้อยแล้ว
ในเรื่องการใช้ห้องน้ำบนเครื่องบินระหว่างที่เครื่องบินจะทำการบิน สมมุติคือ ผู้โดยสารบอร์ดดิ้งเรียบร้อยแล้ว เครื่องบินกำลังจะออกผู้โดยสารทุกคนจะต้องถูกนั่งประจำที่และประตูห้องน้ำจะต้องถูกล็อกไว้ไม่มีการใช้ห้องน้ำ
บังเอิญกระดาษใบนี้ถูกตรวจพบเมื่อเครื่องบินอยู่ในเลเวลที่อนุญาตให้คนเข้าห้องน้ำได้แล้ว คนเข้าห้องน้ำคนแรกก็เจอเลย ซึ่งลูกเรือได้แจ้งว่า อาจเป็นไปได้ว่ากระดาษแผ่นนี้ถูกวางไว้ในห้องน้ำระหว่างบอร์ดดิ้งผู้โดยสาร ซึ่งทางเดินมีคนยืนอยู่เยอะ จะบล็อกการมองเห็น จะไม่สามารถมองเห็นได้ว่าใครเข้าห้องน้ำได้บ้าง ซึ่ง ไม่มีกล้องบริเวณดังกล่าว
สำหรับบุคคลต้องสงสัย โดยแบ่งผู้โดยสารเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นผู้โดยสารที่นั่งใกล้ห้องน้ำ และคนที่นั่งใกล้ห้องน้ำต่างก็ชี้กันว่าอาจจะเป็นคนนี้ๆ และอีก 1 ชุดจะเป็นครอบครัวที่มีปัญหาเรื่องที่นั่ง คือจองมาแล้วไม่ได้ที่นั่งที่เขาจองไว้ ดังนั้น จะเป็นผู้โดยสารที่มีการคอมเพลนแต่ไม่ใช่ข้อมูลที่บ่งชี้อื่น ขณะนี้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องได้เก็บหลักฐานไว้เตรียมหาข้อมูลต่อไป
สายการบินแอร์อินเดียเริ่มบินเมื่อเดือนธันวาคมปี 2023 กับท่าอากาศยานภูเก็ตไม่เคยเกิดเหตุการณ์ใดๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และประสบการณ์ครั้งนี้ หน่วยงานของท่าอากาศยานภูเก็ตและตำรวจที่เกี่ยวข้องในภารกิจนี้มีมาตรฐานอยู่ในระดับที่สูงมาก ขอชื่นชมและดีใจที่เครื่องบินได้กลับไปประเทศอินเดียอย่างปลอดภัยจึงขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
หลังจากเกิดเหตุตามที่ทราบตื่นมาด้วยความวิตกกังวล โดยไปอยู่ในหลังเคาน์เตอร์เช็กอินพยายามสังเกตพฤติกรรมผู้โดยสารไม่พบว่ามีผู้โดยสารคนไหนมีคำถามเกี่ยวกับ Accident ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้พูดคุยกับผู้โดยสารบางส่วนทุกคนเข้าใจและยังเชื่อมั่นในสายการบินแอร์อินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Group Airline ที่มีมาตรฐานค่อนข้างสูงอยู่แล้ว เชื่อว่าผู้โดยสารทุกคนจะเชื่อมั่นในมาตรการของสายการบินแอร์อินเดีย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พบผู้ต้องสงสัย 3 ราย ปมแอร์อินเดีย ถูกขู่วางระเบิด แต่หลักฐานไม่พอหน่วงตัวไว้ ล่าสุดบินกลับประเทศแล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th