โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สส. เสียงไม่แตกผ่านร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. ส่งต่อ สว. พิจารณาอีกสามวาระ

iLaw

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 09.42 น. • iLaw

30 กรกฎาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎรมีมติ “เห็นชอบ” ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน (ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช.) ในวาระที่สาม ด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 402 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 3 เสียง ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาอีกสามวาระต่อไป หากผ่านวุฒิสภาแล้ว นายกรัฐมนตรีต้องนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยเพื่อประกาศเป็นกฎหมาย

กระบวนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. ในวาระสอง ลงมติรายมาตรา และวาระสาม ใช้เวลาในการประชุมสภาต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 23 และและวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ในชั้นวาระสอง ลงมติรายมาตรา มีข้อถกเถียงสำคัญสองประเด็น ประเด็นแรก คือ ระยะเวลามีผลยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2559 ที่ยกเว้นผังเมืองรวม “เปิดไฟเขียว” สร้างโรงงานผลิตพลังงานได้ ซึ่งในกระบวนการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ข้างมากเสนอให้ “ทอดเวลา” ออกไปก่อน โดยให้มีผลยกเลิกสองปีหลังกฎหมายประกาศใช้ แต่กมธ. ข้างน้อยเห็นว่าควรให้ยกเลิกทันทีเหมือนคำสั่งส่วนใหญ่ตามร่างกฎหมายนี้ โดยสส. ข้างมากเทโหวตเห็นด้วยกับข้อเสนอของกมธ. ข้างน้อย เป็นผลให้คำสั่งฉบับนี้จะถูกยกเลิกวันถัดจากกฎหมายประกาศใช้ ประเด็นที่สอง คือ การยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 72/2559 หรือคำสั่ง “ปิดเหมืองทองคำ” ที่ส่งผลให้รัฐบาลไทยมีข้อพิพาทกับบริษัทคิงส์เกต บริษัทออสเตรเลีย โดยกมธ. ข้างมากเห็นว่าจะคงคำสั่งนี้ไว้ ไม่ยกเลิก ด้วยเหตุผลว่าจะกระทบต่อคดีที่อยู่ในการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ด้าน สส. ข้างมากลงมติเห็นด้วยไม่ยกเลิกคำสั่งฉบับนี้

สส. ข้างมากโหวต “เห็นด้วย” ตามกมธ.ข้างน้อย ยกเลิกคำสั่งยกเว้นผังเมืองสร้างโรงงานผลิตพลังงานทันที

หลังจากเมื่อ 14 สิงหาคม 2567 สภาผู้แทนมีมติรับหลักการร่างกฎหมายยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. รวมห้าฉบับ และตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณารายละเอียด โดยร่างที่ผ่านการพิจารณาจากกมธ. เสนอยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. รวม 48 ฉบับ แบ่งออกเป็นสองรูปแบบ

หนึ่ง คือ ประกาศ-คำสั่ง ที่จะยกเลิกทันทีในวัดถัดจากกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สอง ประกาศ-คำสั่ง ที่ยังไม่ได้ยกเลิกทันที แต่จะยกเลิกเมื่อพ้นสองปีหลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ (1) คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท เป็นการใช้อำนาจตาม “มาตรา 44” ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “เปิดไฟเขียว” ให้เดินหน้ากิจการที่เกี่ยวข้องการผลิตพลังงานและการจัดการขยะของเสียสิ่งปฏิกูลทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยลดข้อจำกัดทางกฎหมาย แม้ว่าเดิมพื้นที่เหล่านั้นจะเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรมหรือเพื่ออนุรักษ์ชนบท ก็ให้ยกเว้นผังเมืองเพื่อสร้างโรงงานผลิตพลังงานได้ (2) คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา (3) ประกาศคสช. ที่ 2/2559 เรื่อง การกำหนดรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาอื่น ตามคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559 และ (4) คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 9/2562 เรื่อง การยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ บางฉบับที่หมดความจำเป็น

ประเด็นระยะเวลาในการยกเลิก คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2559 ที่กมธ. ข้างมากยืนยันว่าจะต้องมีผลสองปีหลังจากกฎหมายบังคับใช้ สืบเนื่องมาจากระหว่างกระบวนการพิจารณาชั้นกมธ. ได้เชิญทั้งผู้แทนภาคประชาสังคมและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กระทรวงพลังงาน ตั้งข้อกังวลว่าหากยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2559 อาจกระทบกับโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนที่อยู่ระหว่างการจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อประกอบการขอใบอนุญาต อาจจะทําให้โครงการดังกล่าวไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้และอาจทําให้ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายฟ้องร้องหน่วยงานภาครัฐ โดยสุดท้ายกมธ. ข้างมากก็กำหนดให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเมื่อพ้นสองปีหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยในการพิจารณาลงมติรายมาตรา วาระสอง เมื่อ 23 กรกฎาคม 2568 ก่อแก้ว พิกุลทอง รองประธานกมธ. คนที่สอง และ สส.พรรคเพื่อไทย แจงเหตุผลว่า หากยกเลิกคำสั่งฉบับนี้เลยทันทีจะทำให้ผู้ประกอบการนับร้อยรายต้องยกเลิกโครงการไปทันที กมธ. จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัจจัยที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย จึงต้องกำหนดยกเว้นยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2559 ไว้สองปี เพื่อเผื่อระยะเวลาขอจัดทำผังเมืองใหม่

อย่างไรก็ดี ในประเด็นนี้ มีกมธ. ข้างน้อย ที่เห็นต่าง เสนอให้ยกเลิกทันที คือ รศ. ปิยบุตร แสงกนกกุล วรวุฒิ บุตรมาตร รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน และว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส. พรรคประชาชน

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เห็นว่าต้องยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับนี้ทันทีหลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้เหตุผลว่า คำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับนี้ ขัดต่อเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2562 กระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ขาดกลไกประเมินศักยภาพของแต่ละพื้นที่ว่าเหมาะสมกับการประกอบกิจการหรือไม่จนทำให้เกิดการตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลจำนวนมากโดยที่หน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลได้อย่างครอบคลุม

วรวุฒิ บุตรมาตร แจงเหตุผลที่ต้องสงวนความเห็นว่า คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2559 ส่งผลกระทบต่อประชาชนจึงจำเป็นต้องยกเลิกทันที ส่วนประกาศและคำสั่งอีกสามฉบับ ที่กำหนดให้ยกเลิกเมื่อพ้นสองปีหลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 39/2559 ประกาศคสช. ที่ 2/2559 และคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 9/2562 ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดการภายในมหาวิทยาลัย จากการประชุม กมธ. และให้หน่วยงานรัฐต่างๆ มาชี้แจง ทราบว่าเรื่องการจัดการภายในมหาวิทยาลัย ทางกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พบปัญหาเนื่องจากไม่มีกฎหมายใดที่จะมาแก้ไขปัญหาได้ เพราะในขั้นตอนการร่างพระราชบัญญัติของแต่ละมหาวิทยาลัย ไม่ได้คำนึงถึงประเด็นนี้ ทำให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้คงประกาศ-คำสั่งดังกล่าวไว้ก่อน

รศ. ปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวเหตุผลที่ต้องสงวนความเห็น เริ่มจากอธิบายหลักการบังคับใช้กฎหมายว่า โดยหลักทั่วไป กฎหมายส่วนใหญ่เมื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ก็จะมีผลใช้บังคับทันทีในวันถัดไป แต่มีบางกรณีที่มีข้อยกเว้นกำหนดระยะเวลาให้กฎหมายมีผลใช้บังคับในอนาคตได้ เมื่อเป็น “ข้อยกเว้น” จึงไม่ได้ใช้บ่อยๆ ไม่ได้ใช้เป็นการทั่วไป ต้องมีเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องกำหนดทอดเวลาออกไปก่อน ไม่ว่าจะเป็น 120 วัน 180 วัน หรือหนึ่งปี เพื่อให้หน่วยงานรัฐเตรียมความพร้อมหรืองบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ตัวอย่างเช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลตามหลักกฎหมายมหาชน คือ การคุ้มครองหลักความมั่นคงแห่งนิติฐานะ การคุ้มครองความเชื่อถือไว้วางใจของบุคคล กฎหมายหนึ่งฉบับก่อตั้งสิทธิให้บุคคลจำนวนมาก หากเปลี่ยนแปลงกฎหมายก็จะกระทบต่อผู้ได้รับประโยชน์ จึงควรมีช่วงระยะเวลาให้บุคคลได้ตั้งตัวและทราบล่วงหน้าว่าสิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับจะเปลี่ยนแปลงไป

สำหรับคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2559 ตนเห็นว่าควรยกเลิกทันทีไม่ต้องรอระยะเวลา เกือบเก้าปีเต็มแล้วที่ยกเว้นพ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2562 ได้ใช้ข้อยกเว้นมานานเพียงพอแล้ว ควรกลับมาสู่ระบบปกติ สิทธิประโยชน์ที่โรงงานหรือกิจการใดได้ไป ก็ให้คุ้มครองต่อไป

ในการประชุมสภา วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เมื่อถึงขั้นตอนลงมติรายมาตรา มาตรา 2 ระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติ "เห็นด้วย" กับกมธ. ข้างน้อย ด้วยคะแนนเสียง 437 เสียง เห็นด้วยกับกมธ. ข้างมาก 3 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง โดยสรุปคือ คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 4/2559 จะถูกยกเลิกทันทีในวันถัดจากกฎหมายประกาศใช้ ส่วนประกาศ-คำสั่งอีกสามฉบับที่เกี่ยวกับสถาบันอุดมศึกษา จะมีผลยกเลิกเมื่อพ้นสองปีหลังกฎหมายประกาศ

ไม่ยกเลิกคำสั่งปิดเหมืองทองคำ หวั่นกระทบคดีพิพาทบริษัทคิงส์เกต

แม้ในชั้นการพิจารณาร่างกฎหมายยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. ทั้งห้าฉบับในวาระหนึ่ง สส.พรรคภูมิใจไทยเสนอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 72/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ หรือคำสั่ง “ปิดเหมืองทองคำ” ที่ทำให้รัฐบาลไทยถูกบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด จำกัด บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย ฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เมื่อกระบวนการเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกมธ. คำสั่งดังกล่าวกลับถูกเสนอ “ตัด” ออกไป เพราะผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดมีความห่วงกังวลว่า การยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 72/2559 อาจส่งผลต่อรูปคดี

อย่างไรก็ดี มีกมธ.ข้างน้อยที่สงวนความเห็น ให้ยังคงยกเลิกคำสั่งดังกล่าว คือ รศ. ปิยบุตร แสงกนกกุล วรวุฒิ บุตรมาตร รังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน และว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส. พรรคประชาชน

ในการประชุมสภาวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ แจงเหตุผลที่สงวนความเห็นให้ยกเลิกคำสั่งปิดเหมืองทองคำไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยกล่าวกลางสภาผู้แทนราษฎรว่า กรณีเกิดความเสียหายการปิดเหมืองแร่ จะขอรับผิดชอบด้วยตัวเอง ทว่าตั้งแต่มีคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 72/2559 เหมืองทองคำที่ได้รับผลกระทบและฟ้องร้องรัฐบาลไทยอย่างเหมืองทองอัครา ที่มีบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด จำกัด เป็นผู้ถือหุ้น ทำให้เหมืองทองอัคราปิดตัวไปหกปีกว่า ถึงกลับมาเปิดตัวใหม่ในวันที่ 23 มีนาคม 2566

สำหรับกระบวนการชี้ขาดข้อพิพาทของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด จำกัด กับรัฐบาลไทย รัฐบาลไทยได้ขอเลื่อนอ่านคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจำนวนหกครั้ง คำถามคือทำไมต้องเลื่อน และหากอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้รัฐบาลไทยต้องชดใช้ ใครจะเป็นผู้ออกมาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น เงินในค่าจ้างทนายความในชั้นอนุญาโตตุลาการ มาจากภาษีประชาชน สมชาติตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลไทยจึงไม่ทำข้อตกลงกับบริษัทคิงส์เกตเพื่อให้ถอนข้อพิพาทจากอนุญาโตตุลาการ เพราะเหมืองทองคำอัคราก็กลับมาเปิดตัวอีกจากคำอนุญาตของรัฐบาลไทย ดังนั้น เมื่อเหมืองทองคำกลับมาเปิดตัว ประกอบกับกระบวนการพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการก็เหลือเพียงอ่านคำชี้ขาด ตนจึงไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่า เหตุใดจึงต้องคงคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 72/2559 ไว้เพื่ออะไรและเพื่อใคร จึงเห็นว่าต้องกำหนดให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติด้วย โดยให้มีผลยกเลิกทันทีหลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา

รศ. ปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 72/2559 กำหนดให้มีการระงับการประกอบกิจการเหมืองแร่และให้ยุติการทำเหมืองตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป แต่หลังจากนั้นเมื่อเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตเล็งเห็นว่าบริษัทของตนเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกับบริษัท คิงส์เกต ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติออสเตรเลีย และรัฐไทยก็ทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Area : FTA) ระหว่างรัฐบาลไทยและออสเตรเลียด้วย การวินิจฉัยข้อพิพาทเขตการค้าเสรีต้องทำโดยอนุญาโตตุลาการที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายตั้งขึ้นมา

ปิยบุตรกล่าวต่อไปว่า เรื่องจะไม่มีปัญหาเลยหากรัฐบาล คสช. ใช้กฎหมายปกติออกคำสั่งปิดเหมืองทองคำไป หากเอกชนผู้ได้รับใบอนุญาตไม่เห็นด้วย ก็ยังมีสิทธิไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ หากใช้กระบวนการปกติจะไม่มีทางที่เรื่องไปถึงอนุญาโตตุลาการแบบที่กำลังประสบปัญหาอยู่ เมื่อถูกฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการ รัฐบาลก็กลับมาต่ออายุกิจการเหมืองทองอัครา อนุญาตให้สำรวจที่ได้อีก 44 แปลงตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2563 ถึง 25 ตุลาคม 2568 ต่ออายุประทานบัตรสี่แปลงไปอีก 10 ปี สิ่งที่รัฐบาลและคสช. ตัดสินใจด้วยเหตุผลว่าต้องปิดกิจการเหมืองทองคำเพราะกระทบกับประชาชนในพื้นที่และกระทบกับสิ่งแวดล้อม แต่ท้ายที่สุดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและปัญหาประชาชนก็ไม่ได้แก้ไขอย่างสมบูรณ์ ตรงกันข้ามกลับมาเปิดเหมืองทองคำใหม่ และยังมีปัญหาใหม่อย่างการถูกฟ้องร้องในชั้นอนุญาโตตุลาการ ผู้ที่ออกคำสั่งดังกล่าว กลับไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย เพราะมีมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 คุ้มครองไว้อยู่ หากรัฐบาลไทยต้องชดใช้ค่าเสียหาย ผู้ที่ออกคำสั่งไปอยู่ที่ไหน และจะรับผิดชอบอย่างไร

ในเมื่อคนออกคำสั่งไม่ต้องรับผิดชอบ กลับทิ้งภาระให้ข้าราชการประจำต้องต่อสู้คดี เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เจรจาต่อรองให้ทางบริษัทคิงส์เกต ยุติข้อพิพาท จะได้ไม่ต้องชดเชยค่าเสียหายถึง 25,000 ล้านบาท ปิยบุตรระบุว่า ในฐานะกมธ. ข้างน้อย เห็นตรงกันข้ามให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวทันที เหตุผลแรกคือ คดีชั้นอนุญาโตตุลาการเสร็จสิ้นกระบวนความแล้ว เหลือนัดฟังคำชี้ขาด การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจึงไม่กระทบต่อรูปคดี เหตุผลที่สอง คือ การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวยิ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐไทยแสดงความรับผิดชอบว่าคำสั่งดังกล่าวมีปัญหาในระบบกฎหมาย เป็นการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ไปปิดเหมืองทองคำ

ก่อแก้ว พิกุลทอง กมธ.ข้างมาก แจงว่า กมธ.ไม่ว่าจะข้างมากหรือข้างน้อย ตระหนักถึงปัญหาเรื่องเหมืองทองอัคราเช่นกัน ทั้งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ดี เหมืองทองอัคราก็ปฏิเสธว่าสารโลหะหนักต่างๆ ไม่ได้มาจากเหมืองทองคำ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดที่จะต้องสืบเสาะแก้ปัญหาเรื่องนี้ จึงฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจัดการเรื่องนี้

เหตุผลที่กมธ. ข้างมากไม่กล้ายกเลิกคำสั่งฉบับนี้ เพราะตัวแทนของอัยการสูงสุดที่มาชี้แจงในชั้นกมธ. ให้ความเห็นว่าถ้ายกเลิกแล้วจะมีความเสี่ยงมีผลกระทบต่อรูปคดี เพราะการชี้แจงต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศนั้น ฝ่ายรัฐบาลไทยได้ให้เหตุผลว่าที่ใช้คำสั่งคสช. เพราะประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองทองแห่งนี้ ถ้าใช้กฎหมายทั่วไปจะต้องใช้เวลานานจึงต้องใช้คำสั่งนี้ไป ถ้าหากยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 72/2559 เท่ากับว่าคำสั่งนี้ก็จะสิ้นไป ปัญหาที่รัฐบาลไทยอ้างว่าเป็นปัญหาระดับชาติ ก็จะไม่มีแล้ว นี่คือเหตุผลที่กมธ. ข้างมากกังวล

ในการลงมติรายมาตรา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นด้วยกับกมธ. ข้างมาก ที่ไม่ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 72/2559 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 232 เสียง ไม่เห็นด้วย 173 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 3 เสียง

ย้อนอ่านข้อมูลการพิจารณาร่างกฎหมายยกเลิกประกาศ-คำสั่งคสช. ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรได้ที่

https://www.ilaw.or.th/articles/41481

https://www.ilaw.or.th/articles/41643

https://www.ilaw.or.th/articles/47811

https://www.ilaw.or.th/articles/50752

รวมประกาศและคำสั่งรวม 48 ฉบับที่ถูกยกเลิกในรอบนี้

ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร มีผลให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งรวม 48 ฉบับ แบ่งเป็น ประกาศ คสช. 15 ฉบับ คำสั่ง คสช. 3 ฉบับ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ออกตามมาตรา 44 อีก 30 ฉบับ ดังนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...