โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ญาติหวังปาฏิหาริย์ ปักหลักรอเจอผู้สูญหาย หน้าโรงงานทิชชู จนท.ยังประเมินความเสียหายไม่ได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 01.57 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 16.04 น.

ญาติหวังปาฏิหาริย์ ปักหลักรอเจอผู้สูญหาย หน้าโรงงานทิชชู จนท.ยังประเมินความเสียหายไม่ได้

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน จากกรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้บริษัท ริเวอร์โปร์ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตกระดาษทิชชู ตั้งอยู่ภายในนิคมเหมราช ซ.8 ต.บัวลอย อ.หนองแค จ.สระบุรี โดยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของโรงงานแจ้งว่ายังมีพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในออฟฟิศบริเวณชั้น 2 และชั้น 3 รวม 10 คนยังไม่สามารถออกมาได้ เจ้าหน้าที่จึงใช้ความพยายามเร่งฉีดน้ำดับเพลิงแต่ก็ไม่สามารถสกัดเพลิงได้ เพราะจุดที่เกิดเพลิงไหม้มีกองกระดาษซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จนเวลาล่วงเลยไปนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้

ล่าสุด เวลา 19.30 น.นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าฯสระบุรี พร้อมด้วยนายวัฒนพงษ์ พงศ์กิจจาเลิศ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สระบุรี นายสันทัศน์ รันดาเว นายอำเภอหนองแค ยังคงบัญชาการควบคุมเพลิง โดยให้รถดับเพลิงเข้าฉีดน้ำเพื่อดับเพลิงที่ยังคงไหม้อยู่ และฉีดน้ำระบายความร้อนในกองเพลิง เพื่อระบายความร้อนออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นหาผู้สูญหายที่อยู่ภายในอาคาร ซึ่งมีพนักงาน 10 รายที่ติดอยู่ภายใน โดยมีการยืนยันว่าเป็นชาย 2 ราย และหญิง 8 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในออฟฟิศชั้น 2 และหนีออกมาไม่ทัน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย คาดว่าเป็นเพศหญิง อยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคารซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงาน แต่ยังไม่สามารถยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้ต้องรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากตำรวจและโรงพยาบาลก่อน

เวลา 21.30 น. พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 7 ราย รวมเป็น 8 ราย ซึ่งทุกร่างถูกไฟเผาไหม้จนไม่สามารถยืนยันอัตลักษณ์ได้ ส่วนอีก 2 รายที่เหลือยังอยู่ระหว่างการค้นหา โดยเจ้าหน้าที่จะต้องฉีดน้ำให้ภายในตัวอาคารมีความเย็นก่อน จึงจะสามารถเดินหน้าค้นหาทุกจุด ที่คิดว่าพนักงานจะหลบอยู่ และตราบใดที่ยังไม่เจอยังถือว่ามีโอกาส เพราะพื้นที่บางส่วนของตัวอาคารยังไม่ถูกไฟไหม้ทั้งหมด ซึ่งบริเวณรอบๆ โรงงานยังคงมีญาติๆ ของผู้สูญหายมาปักหลักนั่งรอหน้าบริษัทด้วยความหวังว่าจะได้พบเจอหน้าผู้สูญหาย

ทางด้านนายวุฒิ (นามสมมุติ) หนึ่งในญาติผู้สูญหาย เล่าว่า ตนมานั่งรอแฟนสาว โดยบอกว่าแฟนของตนเองทำงานอยู่บนออฟฟิศชั้น 3 แผนก VA ตนเองมารอดูเหตุการณ์ และรอแฟนของตนตั้งแต่เที่ยงของวันเกิดเหตุ ซึ่งตนพยายามที่จะโทรติดต่อ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งแฟนของตนก็อยู่ในกลุ่ม 10 คนของผู้สูญหาย ส่วนในด้านความรู้สึกตอนนี้ ตนอยากเจอหน้าแฟนสาวมาก หวังว่าคงจะมีปาฏิหาริย์ให้แฟนรอดออกมาได้

ทางด้านนายสันทัศน์ รันดาเว นายอำเภอหนองแค เผยว่า ตอนนี้สามารถควบคุมเพลิงได้ 80% ซึ่งสามารถจำกัดวงของเพลิงได้แล้ว ซึ่งตอนนี้ยังคงต้องฉีดน้ำเลี้ยงเพลิงไม่ให้ลุกลามไปอีก และจะควบคุมเพลิงให้ดับให้ไวที่สุดตอนนี้พบผู้สูญหายทั้งสิ้น 6 ราย ผู้บาดเจ็บจำนวน 7 ราย แต่ไม่สาหัส โดยมีการวางแผนที่จะควบคุมเพลิงให้จบ และประเมินโครงสร้างของอาคารอีกครั้ง เพื่อที่จะค้นหาคนได้ในโซนที่จะต้องค้นหา ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำงานโดยการแบ่งฝ่ายกันเรียบร้อยและชัดเจน

นายสันทัศน์กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่เกิดไฟไหม้นั้นยังไม่ทราบ ส่วนการควบคุมเพลิงได้ส่งชุดผจญเพลิง และในส่วนที่เข้าไปไม่ได้ได้ส่งมอนิเตอร์เข้าไป และอีกโซนคนเข้าไปดับ ส่วนทีมค้นหาคนจะเป็นทีมของอาสาสมัครกู้ภัยฯที่จะลงไปทำงาน ซึ่งจะทำการหาทุกชั้นที่น่าจะมีคนอยู่ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น ซึ่งต้นเพลิงเกิดจากตัวอาคารบริเวณออฟฟิศ ซึ่งในส่วนของไฟ ตนคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาสามารถควบคุมได้ ส่วนในด้านการค้นหาคนนี่แหละคือสิ่งสำคัญ และเป็นภารกิจที่จะต้องทำ ส่วนที่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากว่าเป็นโรงงานผลิตกระดาษทิชชู มูลค่าความเสียหายยังประเมินไม่ได้แต่คาดว่าน่าจะเยอะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ญาติหวังปาฏิหาริย์ ปักหลักรอเจอผู้สูญหาย หน้าโรงงานทิชชู จนท.ยังประเมินความเสียหายไม่ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...