โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ทันตกรรมความงามเทรนด์มาแรง 'ออกแบบรอยยิ้ม' ดันตลาดโต4หมื่นล้าน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 00.24 น.

กระแส “การออกแบบรอยยิ้ม” (Smile Design) ที่กำลังมาแรงทำให้มุมมองต่อการทำฟันเปลี่ยนไปจากแค่การรักษาเพื่อการใช้งาน ไปสู่การสร้างสรรค์ความสวยงามที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเสริมสร้างความมั่นใจ ทำให้ตลาดทันตกรรมไทยเพื่อความงามมีมูลค่าสูงและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกได้

การใช้เทคโนโลยีการสแกน 3 มิติ เพื่อประเมินอายุฟันและปัจจัยต่างๆ เช่น สีฟัน รูปทรงฟัน และเหงือก รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ช่วยให้ให้ทันตแพทย์สามารถสื่อสารกับผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น และการให้คำปรึกษาออนไลน์ฟรี ซึ่งเป็นบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบาก และยังช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางมาพบแพทย์ได้อีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'30 บาทรักษาทุกที่' ดูแลช่องปากที่ 'คลินิกทันตกรรม' ได้ 3 ครั้ง/ปี

สุขภาพแย่ เพราะ 'ฉี่บ่อย' ระวังภัยเงียบ สัญญาณเตือน 'โรคซ้อนเร้น'

“ออกแบบรอยยิ้ม”AI สแกนวางแผนรักษา

ในอดีต ผู้คนอาจให้ความสำคัญกับการทำฟันเพื่อแก้ไขปัญหาหรือรักษาอาการเจ็บปวดเป็นหลัก เช่น การอุดฟัน หรือถอนฟัน แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและความต้องการด้านความงามที่เพิ่มขึ้น ผู้คนเริ่มมองหาการออกแบบรอยยิ้มที่สวยงามควบคู่ไปกับการใช้งานที่ดี

จากข้อมูลระบุว่า มูลค่าตลาดทันตกรรมเพื่อความงามทั่วโลกถูกประเมินว่าจะเติบโตประมาณ 4-5% ต่อปี จนถึงปี 2030 โดยมีตัวเลขคาดการณ์มูลค่าตลาดในประเทศไทยที่สูงถึง 24,000 – 40,000 ล้านบาท ในปี 2030 สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยคำว่า “ออกแบบรอยยิ้ม” ได้กลายเป็นคำที่ผู้คนใช้ค้นหาและสอบถามจากคลินิก แทนที่จะเป็นเพียงการสอบถามราคาการทำวีเนียร์หรือฟอกสีฟัน

หลังจากเปิดบริการมาแล้ว 10 ปี ล่าสุด COSDENTได้นำเทคโนโลยี “Tooth Age Scan” นวัตกรรมที่ใช้ AI สแกนแบบ 3 มิติทั้งฟันและใบหน้า ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ และ Web App ปรึกษาการรักษาออนไลน์ โดยไม่ต้องมาที่คลินิก โดย"สรรเสริญ เกียรติเวชสุนทร" และ ทพ.สันติราช เกียรติเวชสุนทร กรรมการผู้จัดการ คลินิก COSDENT อธิบายว่า

นวัตกรรมทางทันตกรรม “Tooth Age Scan” สามารถวิเคราะห์สุขภาพและ “อายุ” ของฟันได้ โดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือสัมผัสฟัน ผ่านการสแกนโครงสร้างและเฉดสีฟันอย่างละเอียด แล้วประมวลผลด้วย AI ร่วมกับทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ได้วางแผนดูแลและฟื้นฟูอย่างตรงจุดในรูปแบบเฉพาะบุคคล

พร้อมเปิดตัว Web App เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ ด้วยการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนถ่ายภาพรอยยิ้มตามคำแนะนำง่ายๆ จากนั้นระบบ AI จะทำการวิเคราะห์เบื้องต้นและส่งผลประเมิน พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีม COSDENT ให้ปรึกษาเบื้องต้นทางออนไลน์ได้สะดวก โดยไม่ต้องเดินทางมาที่คลินิก

จำลองผลลัพธ์คนไข้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ

ทันตกรรมยุคใหม่จะใช้เทคโนโลยีการสแกนแบบ 3 มิติทั้งฟันและใบหน้า ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ การสแกนฟันสามารถระบุอายุของฟัน สีฟัน รูปแบบฟัน และสภาพเหงือกได้อย่างละเอียด โดยใช้เวลาไม่นานและไม่เจ็บปวด การตรวจสีฟันด้วยเทคโนโลยี Photometer หรือการสแกนฟันแบบ 3 มิติ ให้ความแม่นยำสูงถึง 95% นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ช่วยในการตัดเหงือกและกรอกระดูกได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น แผลหายเร็ว

ทั้งนี้เทคโนโลยีสแกนฟันแบบ 3 มิติทั้งปากจะช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยเห็นภาพรวมและรายละเอียดได้ชัดเจนใช้เวลาเพียง2 วินาทีก็ได้ข้อมูลครบถ้วนเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญระหว่างทันตแพทย์กับแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ เช่น ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและเป็นองค์รวมช่วยให้การวินิจฉัยและการออกแบบแม่นยำขึ้น ผู้ป่วยสามารถเห็นภาพจำลองของผลลัพธ์การรักษาได้อย่างละเอียด ซึ่งช่วยในการตัดสินใจ

ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“สรรเสริญ” กล่าวว่านวัตกรรมด้านทันตกรรม จะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นMedical Hub หรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากเทคโนโลยีที่ใช้ในประเทศไทยเทียบเท่าหรือดีกว่าในต่างประเทศ แต่มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่ามาก ลูกค้าชาวไทยในต่างแดนจำนวนมากจึงเลือกที่จะกลับมารักษาฟันที่บ้านเกิด การปรึกษาออนไลน์ (Online Consultation) ได้กลายเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้คนไข้สามารถปรึกษาแพทย์จากระยะไกลได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาที่คลินิก ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โมเดลนี้ไม่เพียงตอบโจทย์คนไทยในต่างประเทศ แต่ยังรวมถึงลูกค้าจากต่างจังหวัดที่ต้องการวางแผนการรักษาก่อนเดินทาง

“การปรึกษาออนไลน์ (Online Consultation)เป็นบริการที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 และยังคงได้รับความนิยม ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์จากระยะไกลได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่คลินิก ช่วยประหยัดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัด การปรึกษาออนไลน์นี้ไม่มีค่าใช้จ่ายและใช้เวลาประมาณ 10-20 นาทีก็เพียงพอที่จะได้ข้อมูลและแผนคร่าวๆ ช่วยให้ผู้ป่วยมีความเข้าใจก่อนที่จะตัดสินใจมาที่คลินิกจริง”

เขากล่าวว่าสำหรับกลุ่มลูกค้าหลักที่ให้ความนิยมทันตกรรมเพื่อความงามมักจะเป็น นักธุรกิจ ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ ที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นใจในการทำงานและต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก การที่นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเดินทางเข้ามารักษาในประเทศไทย ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้กับคลินิกทันตกรรมเท่านั้น แต่ยังหมุนเวียนเม็ดเงินไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยว ร้านอาหาร และการช้อปปิ้ง ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ทพ.สันติราช กล่าวเสริมว่า COSDENT หัวใจในการบริการคือ“รอยยิ้มของคุณคือผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลก” เราไม่เชื่อใน ‘One-Size-Fits-All Smile’ ทุกบริการจึงถูกออกแบบภายใต้กลยุทธ์ Hyper-Personalization ที่นำข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven Insights) มาออกแบบแผนการรักษาที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ได้จะสะท้อนตัวตนและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการได้อย่างแท้จริง

“เราจะสร้าง ระบบนิเวศทางทันตกรรมดิจิทัล (Digital Dental Ecosystem)ด้วยการนำความต้องการของลูกค้ามาผสมผสานของเทคโนโลยี AI ในการดูแลเฉพาะบุคคลทันตกรรมยุคใหม่ยังเน้นเรื่องความสวยงาม ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญ การที่ผู้ป่วยได้รับการออกแบบรอยยิ้มที่สวยงาม ช่วยให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานที่ต้องพบปะผู้คน เช่น นักธุรกิจ ดารา หรืออินฟลูเอนเซอร์"

ทั้งนี้ ทันตกรรมเพื่อความงามจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องส่วนบุคคล แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...