โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘รถมือสองเลขไมล์ศูนย์’ ปัญหาใหญ่ของจีน โตไวเพราะรัฐบาลท้องถิ่นหนุน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 20.31 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 00.28 น.

‘รถมือสองเลขไมล์ศูนย์’ (zero mileage car) กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงมากหลังจากเกิดสงครามราคารถยนต์รอบใหม่ในจีน โดยรถไมล์ศูนย์คือ รถใหม่ที่ถูกเปลี่ยนป้ายเป็นรถมือสอง เพื่อให้สามารถลดราคาลงได้เยอะและระบายสต็อกส่วนเกินให้ผู้ผลิตและดีลเลอร์ต่างๆ ได้ การบิดเบือนตลาดเช่นนี้เองที่เป็นส่วนสำคัญทำให้ตัวเลขยอดขายรถในจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างที่ควรจะเป็น

ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “รัฐบาลท้องถิ่นจีน” เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการส่งเสริมรถยนต์กลุ่มนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนทำให้ยอดขายรถดูสูงเกินจริงมาหลายปีแล้ว ผ่านตลาดเกรย์มาร์เก็ตที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลโดยมีวิธีการคือ จดทะเบียนรถใหม่ทันทีที่ออกจากสายการผลิต แล้วส่งออกไปต่างประเทศในฐานะ “รถมือสอง” โดยที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งานเลย

รอยเตอร์สอ้างเอกสารของทางการจีนรวมถึงการสัมภาษณ์ดีลเลอร์และผู้ค้ารถยนต์ 5 รายว่า รถยนต์เหล่านี้ถูกส่งออกไปขายในตลาดมือสองหลายประเทศ เช่น รัสเซีย ประเทศในเอเชียกลาง และตะวันออกกลาง ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนสามารถโชว์ตัวเลขการเติบโตไปพร้อมกับการระบายสต็อกที่คั่งค้างในประเทศได้

“นี่คือผลของสงครามราคาที่กินเวลานานเกือบ 4 ปี ซึ่งทำให้บริษัทต่างๆ พยายามอย่างหนักที่จะปิดการขายให้ได้มากที่สุด” ทู เล ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Sino Auto Insights ในมิชิแกนกล่าว

ประเด็นนี้กลายเป็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศและทั่วโลกหลังจากที่ผู้บริหารของค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่าง “เกรท วอลล์ มอเตอร์” (Great Wall Motor) ออกโรงวิจารณ์การขายรถมือสองเลขไมล์ศูนย์เมื่อเดือนพ.ค. ก่อนที่รายงานข่าวในสื่อระดับประเทศอย่างหนังสือพิมพ์ People's Daily เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. จะร่วมประณามปัญหานี้

พีเพิลส์เดลีซึ่งเป็นเหมือนกระบอกเสียงของบรรดาแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าวหาว่า รถมือสองเลขไมล์ศูนย์เป็นตัวกดราคารถยนต์ท่ามกลางสงครามราคา และเรียกร้องให้มีการออกมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดออกมาเพื่อฟื้นระเบียบในอุตสาหกรรมนี้ใหม่

อย่างไรก็ตาม รายงานเชิงลึกของรอยเตอร์สที่อ้างอิงเอกสารนโยบายท้องถิ่นและบทความในสื่อของรัฐพบว่า รัฐบาลระดับท้องถิ่นในจีน คือเส้นเลือดสำคัญที่เป็นผู้สนับสนุนการส่งออกและจำหน่ายรถมือสองเลขไมล์ศูนย์อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทะเยอทะยานที่ปักกิ่งกำหนดไว้

รายงานระบุว่ามีรัฐบาลท้องถิ่น 20 แห่งในจีน ซึ่งรวมถึงพื้นที่ส่งออกหลักของประเทศอย่าง “กวางตุ้ง” และ “เสฉวน” ที่สนับสนุนแนวทางนี้โดยใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย เช่น การออกใบอนุญาตพิเศษสำหรับการส่งออกรถมือสองเลขไมล์ศูนย์ การเร่งรัดการขอคืนภาษี การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการส่งออก และการสนับสนุนเงินทุนกิจกรรมการสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมการส่งออก

กระบวนการทำงานของตลาดส่งออกถมือสองเลขไมล์ศูนย์ก็คือเมื่อรถใหม่ออกจากสายการประกอบ ผู้ส่งออกจะซื้อรถทันทีจากผู้ผลิตโดยตรงหรือจากตัวแทนจำหน่าย จากนั้นจะนำไปจดทะเบียนด้วยป้ายทะเบียนจีน แล้วจัดประเภทเป็น “รถยนต์มือสอง” เพื่อส่งออกไปต่างประเทศทันที ระหว่างนี้ผู้ผลิตรถยนต์ก็จะ “บันทึกการขาย” และบันทึกรายได้ลงบัญชี

การสนับสนุนของรัฐบาลท้องถิ่นนั้นอาจดูไม่สมเหตุสมผล แต่ในกรณีของระบบเศรษฐกิจจีนที่มีการวางแผนมาจากรัฐบาลกลาง การทำให้ได้ตามเป้าหมายการเติบโตอย่างรวดเร็วของยอดขายและการจ้างงาน สามารถช่วยเลื่อนตำแหน่งหรือปลดล็อกแหล่งเงินทุนใหม่ให้ได้ ในทางกลับกัน หากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ปักกิ่งวางแผนมาให้ อาจนำไปสู่การปรับลดตำแหน่งตามมา

ผู้บริหารระดับสูงสองรายของอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีน เปิดเผยว่า การที่บริษัทส่งออกเหล่านี้นับทั้งมูลค่าการซื้อและการขายของรถคันเดียว มูลค่าธุรกรรมจึงมากกว่าการซื้อรถใหม่หรือมือสองถึงสองเท่า ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นพยายามโน้มน้าวให้บริษัทเหล่านี้มาลงทุนในพื้นที่ของตนเองเพื่อปั้นยอดจีดีพีอย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ในงจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังปล่อยให้เกิด “การผลิตเกินความต้องการ” ส่งผลให้เกิด “สงครามราคา” ที่ยืดเยื้อในประเทศ และก่อให้เกิดข้อกล่าวหาว่ามีการ “ทุ่มตลาด” รถยนต์ในต่างประเทศ

กุ่ย ตงซู เลขาธิการสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีน กล่าวชื่นชมแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ว่า เป็นทางเลือกสำหรับผู้ผลิตรถยนต์จีนในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศบางแห่งที่พวกเขาอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากอุปสรรคทางการค้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และยังช่วยตอบสนองความต้องการรถยนต์จีนของลูกค้าในต่างประเทศที่แบรนด์รถจีนยังไม่ได้เข้าไปทำตลาดอีกด้วย

สำนักข่าวรอยเตอร์สได้ติดต่อไปยังหน่วยงานในท้องถิ่นทั้งหมดที่กล่าวถึงในบทความนี้เพื่อขอความเห็น แต่ไม่มีหน่วยงานใดตอบกลับมา ขณะที่คณะรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์ของจีนก็ไม่ได้ตอบรับการขอความเห็นเช่นกัน

ที่มากราฟิก: Nikkei Asia

รัฐบาลท้องถิ่นสนับสนุนอย่างไร

การสนับสนุนของรัฐบาลท้องถิ่นมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การทำให้กระบวนการเอกสารง่ายขึ้น การจัดสรรโควตาเพิ่มสำหรับการจดทะเบียนรถยนต์ในท้องถิ่น ไปจนถึงการจัดตั้งคลังสินค้าฟรีสำหรับรถยนต์มือสองไมล์ศูนย์ใกล้กับพรมแดนทางบกและทางทะเลของจีน

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 คณะกรรมการด้านการวางแผนของเมือง “เซินเจิ้น” ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยที่สุดและเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีของจีนโดยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Huawei และ Tencent ได้ให้คำมั่นว่าจะขยายการส่งออกรถยนต์มือสองไมล์ศูนย์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายการส่งออกรถยนต์ทุกประเภท 4 แสนคันต่อปี

ส่วนในเมือง “กว่างโจว” ที่อยู่ใกล้กันก็ได้ประกาศเมื่อต้นปีนี้ว่า ได้สร้างกลไกเพื่อสนับสนุนและเร่งการส่งออกรถยนต์เครื่องเบนซินไมล์ศูนย์ โดยจัดสรรโควตาเพิ่มเติมสำหรับการจดทะเบียนในท้องถิ่น ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกจำกัดไว้เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษทางอากาศ

เปลี่ยนโฉมวงการรถยนต์จีน

หวัง เหมิง ที่ปรึกษาของสมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์จีนกล่าวว่า แนวทางนี้เริ่มต้นขึ้นหลังปี 2019 เมื่อจีนอนุญาตให้มีการส่งออกรถมือสองไปยังประเทศอื่นๆ ได้ ก่อนที่ปัจจุบัน ผู้ค้าหลายพันรายจะแอบอ้างว่ารถใหม่เป็นรถมือสองเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ช่องทางดังกล่าว ซึ่งในจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เชิงพาณิชย์มือสอง 436,000 คัน ที่จีนส่งออกในปี 2024 คาดว่าในจำนวนนี้ 90% เป็น “รถใหม่เลขไมล์ศูนย์”

ทั้งนี้ จีนได้แซงหน้า“ญี่ปุ่น” กลายเป็นผู้ส่งออกรถยนต์ใหม่รายใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2023 และส่งออกรถยนต์ 6.41 ล้านคันในปีที่แล้ว ตามข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน ซึ่งหวังคาดการณ์ว่าจากจำนวนนี้ประมาณ 6% เป็นรถยนต์มือสองไมล์ศูนย์

ด้านตัวแทนจำหน่าย 2 รายและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม 2 รายเปิดเผยว่า รถมือสองใหม่เอี่ยมเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็น “รถยนต์น้ำมันเบนซิน” ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องการน้อยลงในตลาดจีน แต่ “รถยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งต้องได้รับเงินอุดหนุนการซื้อจากรัฐบาล ก็มีสัดส่วนที่ไม่น้อยเช่นกัน

Huanyu Auto ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองในนครฉงชิ่ง เริ่มขยายตลาดสู่ธุรกิจรถยนต์มือสองไมล์ศูนย์ในปี 2022 ซึ่งธุรกิจสร้างกำไรได้อย่างงาม โดยวิลเลียม อึ้ง ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดต่างประเทศของบริษัท กล่าวว่า ผลตอบแทนในปี 2022 และ 2023 นั้นดีมาก จนบริษัทสามารถทำกำไรได้คันละ 1 หมื่นหยวน (ราว 4.5 หมื่นบาท) สำหรับรถอีวีซีดานที่ซื้อมาในราคา 4 หมื่นหยวน และนำไปส่งขายในเอเชียกลาง

เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังมากขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. “จู หัวหรง” ประธานบริษัทรถยนต์รายใหญ่ “ฉางอาน ออโตโมบิล” (Changan Automobile) เรียกร้องให้ปราบปรามการส่งออกรถใช้แล้วไมล์ศูนย์ในงานประชุมรถยนต์ของจีน โดยกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวอาจ “สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์จีน” ในต่างประเทศ

ขณะที่ ซิง เล่ย ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา AutoXing ในแมสซาชูเซตส์ สหรัฐ ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบริษัทอีวีจีนแก่นักลงทุนต่างชาติ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติประเมินยอดขายของผู้ผลิตรถยนต์จีนด้วยความสงสัย เพราะไม่มีทางรู้ได้ว่าตัวเลขไหนเป็นของจริงหรือปั้นขึ้นมาเกินจริง

ต่างประเทศกังวลรถจีนทุ่มตลาด

การขยายตัวของตลาดส่งออกรถยนต์มือสองไมล์ศูนย์ยังทำให้เกิดความกังวลขึ้นว่า จีนกำลัง “ทุ่มตลาด” รถยนต์ที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐ ในขณะที่ปักกิ่งกำลังดิ้นรนเพื่อหาตลาดส่งออกนอกสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันกำลังถูกปกป้องอย่างเข้มงวดด้วยนโยบายภาษีศุลกากร

บางประเทศเริ่มมีความกังวลว่า รถยนต์จีนที่หลั่งไหลเข้ามาจะเข้าท่วมดีลเลอร์ในประเทศและสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค จึงเริ่มมีการออกมาตรการตั้งรับกลับ

“เราเห็นความขัดแย้งและความตึงเครียดในตลาดที่มีผู้ผลิตรถยนต์อยู่แล้วอย่างชัดเจน” ไมเคิล ดันน์ ที่ปรึกษาซึ่งติดตามอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนอย่างใกล้ชิด กล่าว

ในปี 2023 “รัสเซีย” ได้ออกกฤษฎีกาแบนรถยนต์มือสองไมล์ศูนย์จากแบรนด์ที่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศอยู่แล้ว ซึ่งสำนักงานพาณิชย์ของเมืองเฮย์เหอ ที่อยู่ใกล้ชายแดนจีน-รัสเซีย ระบุบนเว็บไซต์เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมาว่า กฎนี้ใช้กับแบรนด์จีน เช่น “เชอรี่ ฉางอาน และจีลี่”

ด้านหน่วยงานกำกับดูแลตลาดของประเทศอื่นๆ รวมถึงจอร์แดน กำลังปรับปรุง “คำจำกัดความของรถยนต์มือสอง” โดยกำหนดให้รถยนต์มีอายุนานขึ้นหลังจากการผลิตหรือออกใบอนุญาต ก่อนที่จะถูกจัดเป็นรถยนต์มือสอง

ที่มา: Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...