โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก โตแรงรับกระแส Net Zero
The Bangkok Insight
อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 09.23 น. • The Bangkok Insightโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ถูกกล่าวถึงมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จากข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม ที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลา อีกทั้ง ยังใช้เงินทุนน้อยกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม
จากการที่ภาครัฐและภาคเอกชนของทั่วโลก มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคพลังงาน โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากภาคส่วนดังกล่าวก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 30% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด
ดังนั้น ทั่วโลกจึงมีแนวโน้มที่จะหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมและพลังงานน้ำ ในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อทดแทนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิล เช่น ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน
อย่างไรก็ดี พลังงานหมุนเวียนมีข้อจำกัดด้านเสถียรภาพทางพลังงาน ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาด้านเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้า และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือน
กระจกจากการกระบวนการผลิตไฟฟ้า หนึ่งในวิธีที่เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้น นั่นคือ การ
ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด
ทั้งวัน และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 12 กรัม คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ากับต่อ
หน่วยไฟฟ้า (gCO2/kWh) ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ
การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม
ประเภทของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก
โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก มี 6 ประเภท ได้แก่ 1. Land-Based
Water-Cooled SMRs 2. Marine-Based Water-Cooled SMRs 3. Gas-Cooled
SMRs 4. Liquid Metal-Cooled Fast Neutron SMRs 5. Molten Salt SMRs
และ 6. Microreactor SMRs
ขณะที่แต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน โดย SMR บางประเภท อย่าง Land-Based Water-Cooled SMRs ที่ใช้น้ำระบายความร้อนและไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ จะมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเพียง 4-6 ล้านดอลลาร์ ต่อเมกะวัตต์ ขณะที่ Microreactor SMRs ที่สามารถเคลื่อนย้ายง่าย มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูงถึง 10-15 ล้านดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์
ปัจจุบัน ทั่วโลกมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) 2 แห่ง ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ
เชิงพาณิชย์ไปแล้ว ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 270 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น MarineBased Water-Cooled SMRs ในรัสเซีย ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 70 เมกะวัตต์ และ
Gas-Cooled SMRs ในจีน ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 200 เมกะวัตต์
นอกจากนั้น ยังมี SMR ที่กำลังถูกก่อสร้างอีก 4 แห่ง ทั้งในรูปแบบ Pilot Demonstration และรูปแบบที่สามารถใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้จริง ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 485 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็น
- Land-Based Water-Cooled SMRs ในจีน มีกำลังการผลิตไฟฟ้าราว 125 เมกะวัตต์
- Liquid Metal-Cooled Fast Neutron SMRs ในรัสเซีย ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าราว 300 เมกะวัตต์ 3
- Molten Salt SMRs ในรูปแบบ Pilot Demonstration ในสหรัฐำซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าราว 35 เมกะวัตต์
- 4. Land-Based Water-Cooled SMRs ในอาร์เจนติน่า ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า
ราว 25 เมกะวัตต์
แม้ว่ามีจะไม่กี่ประเทศที่มี SMR ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ และกำลังก่อสร้าง
โรงไฟฟ้าดังกล่าว อย่างไรก็ดี หลายประเทศมีแผนที่จะลงทุนพัฒนา SMR รวมทั้งเพิ่ม
กำลังการผลิตไฟฟ้าของ SMR เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการ
ผลิตไฟฟ้าในระยะข้างหน้า
องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) คาดว่า
ทั่วโลกจะขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) จาก
270 เมกะวัตต์ ในปี 2566 เป็น 1.18 แสนเมกะวัตต์ ในปี 2593 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ
25.3% ด้วยเม็ดเงินลงทุนทั้งหมด 6.7 แสนล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2567-93
ทั้งนี้ มีสาเหตุหลักมาจากจีนและอินเดียมีแนวโน้มที่จะลงทุนก่อสร้าง SMR มากขึ้นเพื่อ
ทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะทยอยถูกปลดระวาง และเพื่อใช้ในการให้ความร้อนแก่ชุมชนและภาคอุตสาหกรรม
นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากบริษัทด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่งของสหรัฐ เช่น Microsoft และ AMAZON มีแผนที่จะลงทุน SMR มากขึ้น เพื่อใช้ในการจ่ายไฟฟ้าให้กับ Data Center ทั้งหมดนี้ ช่วยหนุนให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของ SMR ของทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 26 ปี
แม้ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นใน
อนาคต อย่างไรก็ดี ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการผลิตไฟฟ้า
จากพลังงานนิวเคลียร์ และการกำจัดกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นอุปสรรคในการยอมรับ
ของภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ SMR
ข้อแนะนำภาครัฐและภาคเอกชนของไทย
1. การสร้างความเข้าใจกับ SM โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย ซึ่งภาครัฐสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตราการป้องกันและจัดการในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินจาก SMR รวมทั้งวิธีการกำจัดกากกัมมันตรังสีแก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว
2. การเลือกใช้ขนาดของโรงไฟฟ้าที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพแวดล้อมใน
แต่ละพื้นที่แล้ว
ที่มา: พงษ์ประภา นภาพฤกษ์ชาติ นักวิเคราะห์ Krungthai COMPASS
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- EGCO Group ปิดดีลขายหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานลม Boco Rock ออสเตรเลีย
- KBank-EXIM BANK ร่วมปล่อยกู้สินเชื่อสีเขียว 410 ล้านสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ 21.49 เมกะวัตต์
- 'สหราชอาณาจักร' จ่อผ่อนคลาย อนุมัติ-สร้าง 'โรงไฟฟ้านิวเคลียร์'
ติดตามเราได้ที่