โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“จุลพันธ์”เชื่อรัฐบาลดันจีดีพีโตเกิน 2%ชี้ปัญหาการเมืองไม่สะดุด

ทันหุ้น

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.59 น.

“จุลพันธ์”เชื่อรัฐบาลดันจีดีพีโตเกิน 2%ชี้ปัญหาการเมืองไม่สะดุด รัฐบาลมีอำนาจเต็มหลังมีครม.ชุดใหม่ มั่นใจไทยเจรจาสหรัฐมีทิศทางที่ดี หวังถูกจัดในตะกร้าภาษี 10%

#ทันหุ้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังประเมินจีดีพีของไทยในปีนี้ว่า จะสามารถขยายตัวได้เกินกว่า 2% โดยแม้ว่า เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับหลากหลายปัจจัยเข้ามากระทบ แต่รัฐบาลจะเดินหน้านโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปอย่างต่อเนื่อง

“ในภาวะแบบนี้ หากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย กระทรวงการคลังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเลย คงมาพูดถึงเรื่องจีดีพีไม่ได้ เพราะตอนนี้จีดีพีคงต่ำกว่า 1% ไปแล้ว”

ทั้งนี้ เขากล่าวในเวที “เชื่อมั่นประเทศไทย : โจทย์ใหญ่รัฐบาล ?”และว่า เราประเมินว่า การเจรจาภาษีตอบโต้กับสหรัฐจะมีทิศทางที่ดี ซึ่งขณะนี้ ทีมไทยแลนด์ นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการเจรจา

สำหรับอัตราภาษีที่จะได้รับภายหลังการเจรจานั้น เขาประเมินว่า เราหวังว่า ไทยจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่สหรัฐจะคิดอัตราภาษีนำเข้าที่ 10% โดยไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐมาโดยตลอด ขณะที่ เราก็มีตลาดส่งออกที่หลากหลายและพร้อมที่จะไปตลาดใหม่ เชื่อว่า เราจะมีอำนาจในการต่อรอง ฉะนั้น อย่าเพิ่งตกใจ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า เมื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจาแล้ว แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุป 100% แต่เชื่อว่าจะได้รับการเลื่อนระยะเวลาออกไปอย่างแน่นอน หลังครบกำหนดวันที่ 9 ก.ค.นี้

“การเจรจาสหรัฐ และเวียดนาม ไม่อยากให้ตกใจและยอมรับว่าน่าห่วงกับเวียดนาม เนื่องจากอัตราที่เวียดนามได้ คือเวียดนามจะถูกสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 20% ขณะที่สินค้าสหรัฐที่นำเข้าเวียดนามจะได้อัตราภาษี 0% อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เทียบกับไทยไม่ได้ เพราะความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีความแตกต่าง”

เขายังกล่าวกล่าวถึงกรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกคำสั่งศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ลงเพื่อรอคำวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงหารือกับฮุนเซนหลุดนั้น ล่าสุด รัฐบาลได้มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่แล้ว และมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี และมีรัฐมนตรีในทุกกระทรวง ถือว่า รัฐบาลยังมีอำนาจเต็ม และเดินหน้าได้ตามปกติ ดังนั้น ไม่ได้ถือว่า เราเดินมาถึงจุดเสี่ยงหรือทางตันอย่างที่เป็นกระแสข่าว

ทั้งนี้ กลไกของศาลในการพิจารณานั้น หากคำวินิจฉัยออกมาเป็นบวก จะทำให้นางสาวแพทองธาร กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ปกติ และขับเคลื่อนประเทศต่อได้อีก 2 ปี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่หากเป็นในทางลบและหลุดจากตำแหน่งด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะต้องไปที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีใหม่ โดยขณะนี้ พรรคเพื่อไทย ยังมีอีก 1 แคนดิเดต คือ นายชัยเกษม นิติสิริ

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

ช่องทางเฟสบุ๊ก ติดตามข่าวได้ที่เพจ ทันหุ้นออนไลน์

https://www.facebook.com/thunhoonnews

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

X คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...