โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลเจรจาภาษีสหรัฐ-ไทย ไม่คืบหน้า! รมช.คลัง รับไม่มีทางกลับไปจุดเดิมร้อยละ 10

JS100

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 04.44 น. • JS100:จส.100
ผลเจรจาภาษีสหรัฐ-ไทย ไม่คืบหน้า! รมช.คลัง รับไม่มีทางกลับไปจุดเดิมร้อยละ 10

เมื่อคืนนี้ (3 ก.ค.) ทีมไทยแลนด์ ภายใต้การนำของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง มีกำหนดการสำคัญในการหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เพื่อขอเจรจาลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทย ลงจากเดิมที่สหรัฐฯ ตั้งเป้าจะเรียกเก็บในอัตรา ร้อยละ 36 จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ถึงผลการเจรจาล่าสุดระหว่างทีมไทยแลนด์ กับ USTR

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ได้มีการพูดคุยแล้ว และเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ถามว่าเราเคยหวังว่าจะอยู่ในระดับที่ดีที่สุด หรือจุดที่ก่อนจะมีการเก็บภาษีที่ร้อยละ 10หรือไม่ ก็ต้องยอมรับความจริงว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่มีทางกลับไปที่จุดเดิมได้อยู่แล้ว ทุกคนในโลกรู้ดี และสุดท้ายก็ต้องเดินข้ามไปสู่บาลานซ์ใหม่ที่จะเกิดจากเจรจา

แต่หากมองเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศค่อนข้างแตกต่าง ไทยมีสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มายาวนาน แม้เรื่องนี้จะใช้ชั่งน้ำหนักในการเจรจามากไม่ได้ แต่ก็เป็นความหวังหนึ่ง และเราก็ยังเชื่อมั่นว่า อำนาจในการเจรจาต่อรองของเราไม่ได้น้อยไปกว่าเวียดนาม และเชื่อว่าโจทย์ทั้งหมดของสหรัฐฯ นั้น ทีมไทยแลนด์รู้ดี และเตรียมตัวมาอย่างดี เพื่อให้การพูดคุยมีผลสำเร็จ และกระทบกับประชาชนกลุ่มเปราะบางน้อยที่สุด

เบื้องต้น รัฐบาลจัดสรรเม็ดเงินราว 1 หมื่นล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 1.15 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือและรองรับภาคเอกชนจากผลกระทบที่อาจจะเกิดจากปัญหาสงครามการค้า และภาษีสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าเม็ดเงินในส่วนนี้จะช่วยภาคเอกชนในการประคับประคองการจ้างงาน และภาคการผลิตได้

#สงครามการค้า

#สหรัฐไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...