โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

28 Years Later รีวิว : ภารกิจพ่อลูกหนีตาย ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์

Thaiger

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 02.25 น. • Thaiger ข่าวไทย

28 Years Later (2025) รีวิว : ภารกิจพ่อลูกหนีตาย ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์ คงสภาพสไตล์ แฮนด์ดี้แคม ถ่ายด้วย ไอโฟน

แดนนี่ บอยล์ กลับมาเปิดจักรวาลสยองขวัญที่เขาปลุกปั้นไว้ตั้งแต่ 28 Days Later (2002) พร้อมมือเขียนบทคู่บุญ อเล็กซ์ การ์แลนด์ เขยิบเวลาไปข้างหน้าอีก 28 ปี เต็ม ๆ เพื่อประเทศอังกฤษยุคหลังโรคระบาด ที่ถูกกักกันจนกลายเป็นดินแดนต้องห้าม ทว่าโลกภายนอกก็ไม่ได้ปลอดภัยกว่ากันนัก “มนุษย์เราผ่านอะไรมาบ้างหลังภัยระบาดระดับโลก?”

หนังเปิดฉากด้วยเหตุสังหารสยองกลางโบสถ์ พาเราไปรู้จัก “จิมมี่” (แจ็ก โอ’คอนเนลล์) เด็กหนุ่มหม่นหมองผู้รอดชีวิต ก่อนตัดสู่ “เจมี” (แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน) คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่พาลูกชายวัย 12 ปี “สไปก์” (อัลฟี วิลเลียมส์) ข้ามคอสะพานครึ่งจมดินออกล่าเสบียงบนแผ่นดินใหญ่ ฉากวิ่งหนีอสูรซอมบี้ สปีดเสือชีตาห์ใต้แสงเหนือและดวงดาว คือตัวอย่างงานภาพเหนือจริงที่บอยล์กับตากล้องแอนโทนี ดอด แมนเทิลรังสรรค์ด้วย iPhone รุ่นล่าสุดในสัดส่วนเฟรม “ยาวพาโนรามา” แหวกขนบ

28 Years Later (2025) รีวิว : ภารกิจพ่อลูกหนีตาย ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์ คงสภาพสไตล์ แฮนด์ดี้แคม ถ่ายด้วย ไอโฟน

เมื่อสองพ่อลูกกลับถึงเกาะโฮลีอันสันโดษ ก็พบเหตุผิดปกติกับ “แม่” (โจดี โคเมอร์) ที่เริ่มก้าวร้าว มีท่าทางสับสน เจมีจึงจำใจออกตามหา “หมอเคลสัน” (ราล์ฟ ไฟน์ส) ผู้ลือกันว่าเผาศพผู้ติดเชื้อเป็นพันบนชายฝั่งสกอตแลนด์ เพื่อไขปริศนาเชื้อกลายพันธุ์และความหวังในการรักษา

28 Years Later เปลี่ยนจากความกลัวการติดเชื้ ไปสู่คำถามสองข้อใหญ่ คือ เราหวาดกลัวความตายหรือผู้คนต่างกลุ่มกันแน่?
2,มนุษย์ผู้ติดเชื้อ ยังเหลือความเป็นคนหรือไม่?

28 Years Later (2025) รีวิว : ภารกิจพ่อลูกหนีตาย ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์ คงสภาพสไตล์ แฮนด์ดี้แคม ถ่ายด้วย ไอโฟน

บอยล์เลือกปลุกมนุษยธรรม ขึ้นมากลางซากศพ แทนที่จะปักใจว่าใครติดเชื้อต้องถูกกำจัดเท่านั้น ฉากวิหารกระดูก ช่วงท้าย หยิบประเด็นศาสนาปลายเปิดมาท้าทายว่า ระหว่างคนปกติกับผู้ติดเชื้อที่คลุ้มคลั่ง ใครกันแน่เป็นภัยร้ายแท้จริง ชวนให้นึกถึงบทสรุปในคฤหาสน์แมนเชสเตอร์ของภาคแรกที่มนุษย์ยังคงเป็นสัตว์นักล่าที่โหดร้ายที่สุด

ด้านงานสร้าง สดใหม่ แต่ยังคงสไตล์ “บ้าน ๆ ชวนคลื่นไส้”

ภาพคงลายเซ็นบอยล์ กล้องดิจิทัลคล้ายฟุตเทจโฮมวิดีโอยังอยู่ครบ ทว่าความละเอียดระดับ 4K เฟรมกว้างยิ่งขยายความหวาดผวาให้กัดกินสายตาผู้ชม

จอน แฮร์ริส จงใจตัดต่อข้ามเส้น 180° สลับภาพอินฟราเรด แฟลชแบ็กอัศวินยุคกลางมาปั่นประสาท การออกแบบซอมบี้เชื้อ Rage รุ่นใหม่เน้นร่างบวมน้ำ เมือกล้นปาก คลานเขมือบดิน กึ่งซอมบี้กึ่งสัตว์เลื้อยคลาน เพิ่มไดนามิกให้ฉากวิ่งหนียิ่งตื่นเต้น ด้านดนตรีประกอบ เสียงไวโอลินครางโหยสลับบีตอิเล็กโทรชวนหลอน เติมพลังให้ฉากแอ็กชันหัวใจเต้นระส่ำ

ส่วนนักแสดง แอรอน กับ อัลฟี ถ่ายทอดเคมีพ่อลูกระหว่างสิ้นหวังกับความหวังได้อบอุ่น น่าหยิกใจจนเราอดลุ้นชะตาไม่ได้ โจดี โคเมอร์ เด่นไม่แพ้ใครกับบทหญิงที่อาจกลายเป็น แม่มดสมัยใหม่ อยู่ร่อมร่อ ราล์ฟ ไฟน์ส ผสมผสานเสน่ห์นักวิทย์สันโดษกับรัศมี “พันเอกเคิร์ตซ์” ได้ขนลุกทุกช็อต

28 Years Later (2025) รีวิว : ภารกิจพ่อลูกหนีตาย ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์ คงสภาพสไตล์ แฮนด์ดี้แคม ถ่ายด้วย ไอโฟน

28 Years Later หนังซอมบี้ที่ไม่ใช่แค่ซอมบี้

“เราและผู้ติดเชื้ออาจคล้ายกันกว่าที่คิด” — หมอเคลสัน ประโยคสั้น ๆ นี้สะท้อนเจตนารมณ์ของหนังทั้งเรื่อง 28 Years Later ไม่เพียงคืนชีพแฟรนไชส์สยองขวัญระดับตำนาน แต่ยังแปรเปลี่ยนสูตรสำเร็จหนังเชื้อไวรัสให้กลายเป็นงานไตร่ตรองชีวิตหลังวิกฤต บอยล์ผสานความระทึกแบบ edge-of-your-seat เข้ากับสารคัดหลั่งทางปรัชญาที่ไหลท่วมจอ ทำให้คนดูต้องตั้งคำถามกับสัญชาตญาณเอาตัวรอดของตนเอง

ต้องดูในโรง เพื่อซึมซับภาพพาโนรามาหลอนตาและเสียงอสูรรัวกลองหัวใจให้ดังสนั่น ขณะรอภาคต่อ The Bone Temple ต้นปีหน้า อย่าลืมถามตัวเองว่า “ถ้าโลกติดเชื้ออีกครั้ง เราจะเป็นผู้รอดชีวิต หรือผู้ล่า?”

คะแนน: ★★★★☆ (4/5)

28 Years Later (2025) รีวิว : ภารกิจพ่อลูกหนีตาย ตั้งคำถามความเป็นมนุษย์ คงสภาพสไตล์ แฮนด์ดี้แคม ถ่ายด้วย ไอโฟน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...