โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นักวิชาการเตือน แพทองธาร อย่ายุบสภา หวั่นเปิดทางรัฐประหาร ชี้สังคมไทยควรตั้งสติ

Khaosod

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 08.35 น.
นักวิชาการเตือน แพทองธาร อย่ายุบสภา หวั่นเปิดทางรัฐประหาร ชี้สังคมไทยควรตั้งสติ

นักวิชาการเตือน "แพทองธาร" อย่ายุบสภา หวั่นเปิดทางรัฐประหาร - ชี้การเจรจาลับหากช่วยหลีกเลี่ยงสงคราม ชี้สังคมไทยควรตั้งสติ-อย่าตกเป็นเครื่องมือสร้างวิกฤต

กระแสคลิปเสียงหลุดการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังคงจุดประกายการถกเถียงในหมู่สาธารณชนและนักวิชาการ ถึงความเหมาะสมของท่าทีผู้นำประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน และกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจ “ยุบสภา” เพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง

นักวิชาการอิสระหลายคนออกมาเตือนว่า การยุบสภาในเวลานี้อาจสร้างผลกระทบในวงกว้าง ไม่เพียงต่อเสถียรภาพทางการเมือง แต่ยังอาจเป็นการเปิดทางให้กลุ่มที่มีแนวคิดล้มระบอบรัฐสภาใช้เป็นเงื่อนไขในการรัฐประหาร

ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายมองว่าสาระในคลิปไม่ได้ชี้ชัดถึงการยอมลดอธิปไตย และไม่ควรตัดสินภาพรวมของสถานการณ์จากประโยคเพียงไม่กี่ประโยคที่ถูกปล่อยโดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

"ลอย ชุนพงษ์ทอง" - ผู้นำต้องกล้าคุยลับเพื่อดับไฟ สังคมอย่าหลงดราม่า-ห่วงคะแนนเสียงไม่ใช่บาปการเมือง

ลอย ชุนพงษ์ทอง นักวิชาการอิสระ ระบุว่า แม้ตนเองจะเคยวิจารณ์รัฐบาลชุดนี้หลายครั้ง โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจอย่างโครงการแจกเงินดิจิทัล แต่ในกรณีคลิปเสียง นายกรัฐมนตรีทำในสิ่งที่ “ถูกต้องแล้ว” เพราะการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อลดความขัดแย้งเป็นทางเลือกที่สร้างสรรค์กว่าการโต้ตอบกันผ่านสื่อ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและขยายความรุนแรง

“ถ้าผมเป็นนายกฯ ก็จะทำแบบเดียวกัน เพราะมันไม่มีอะไรในคลิปที่แลกอธิปไตยหรือผลประโยชน์ประเทศกับเรื่องส่วนตัว” ลอยกล่าว พร้อมเตือนประชาชนว่าอย่าหลงประเด็นที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เช่น ภาษาพูดที่ฟังดูเหมือน “อ่อนข้อ” ซึ่งในเวทีเจรจาทูตเป็นเรื่องปกติ

เขายังชี้ว่าการพูดว่า “อยากให้ทำอะไร ก็บอก จะทำให้” ไม่ใช่คำมั่นสัญญา แต่เป็นเพียงถ้อยคำสร้างความสบายใจให้คู่เจรจา และแม้จะดูหลวมในเชิงภาษาการทูต แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรดราม่าจนทำลายภาพรวม

ในเรื่องที่ถูกวิจารณ์ว่าผู้นำกังวลคะแนนนิยม ลอยมองว่านั่นคือ “ธรรมชาติของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย” โดยเฉพาะในประเทศที่ยังพึ่งพาสื่อสังคมออนไลน์และมีโครงสร้างทางการเมืองเปราะบาง เขาย้ำว่า “ใครเป็นนักการเมืองก็ต้องห่วงเสียงประชาชน”

สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ในคลิปเสียงว่า “ไม่ใช่ฝ่ายเรา” หรือ “พูดเอาเท่ห์” ลอยอธิบายว่า บริบทคือการแบ่งฝ่ายเชิงนโยบายระหว่างกลุ่มที่อยากเปิดพรมแดนเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ กับกลุ่มที่ห่วงความมั่นคง และถ้อยคำเหล่านั้นเป็นเพียง “การพูดทางลับ” ไม่ใช่การให้ร้ายผู้ใต้บังคับบัญชาในที่สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ลอยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและธรรมเนียมราชการทหารว่า แม่ทัพภาคที่ 2 แสดงความเห็นต่อรัฐบาลในเครื่องแบบโดยตรงนั้น “เกินหน้าที่หรือไม่” เพราะในหลักการสากล ทหารไม่ควรแสดงความเห็นแทรกการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะในสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ

ข้อเสนอ 3 ประการต่อนายกรัฐมนตรี จากลอย ชุนพงษ์ทอง

1. ประกาศปิดด่านชั่วคราวทุกจุด เริ่มวันที่ 20 กรกฎาคม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งสองฝั่งเตรียมตัว และตั้งคณะกรรมการเจรจาระดับทวิภาคี

2. เว้นระยะห่างทางการเมืองส่วนตัวกับฮุน เซน จนกว่าการเลือกตั้งในกัมพูชาจะเสร็จสิ้น เพื่อย้ำหลักความเป็นรัฐชาติ

3. กำหนดแนวทางให้เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงทหาร แสดงความเห็นได้เฉพาะในฐานะพลเรือน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของรัฐที่มีเอกภาพ ไม่ให้เป็นจุดอ่อนให้เพื่อนบ้านใช้โจมตี

"ทัศนัย เศรษฐเสรี" - ยุบสภาตอนนี้คือ “เสียทั้งกระดาน” - พรรคประชาชนต้องแสดงสปิริตร่วมแก้วิกฤต

ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ภาควิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองว่า พรรคเพื่อไทย “ยังยุบสภาไม่ได้” ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้จะมีสิทธิทำได้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะอาจส่งผลให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองตามมาโดยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มั่นคงได้จริง และอาจกระตุ้นให้เกิดรัฐประหารซ้ำรอยเดิม

“คนที่พูดว่าไม่มีหรอกไอ้รัฐประหารเนี่ย ก็ต้องระวังด้วย เพราะที่ผ่านมา มันเกิดทุกครั้งโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยที่คิดว่าจะเกิด” เขากล่าว พร้อมชี้ว่า พรรคประชาชนควรใช้โอกาสนี้แสดง “สปิริตร่วมทาง” ไม่ใช่เพื่อการเลือกตั้ง แต่เพื่อช่วยประคับประคองประเทศในภาวะวิกฤต

เขาระบุว่า ความพยายามของพรรคใดก็ตามที่จะถอนตัวออกจากรัฐบาลเพื่อสร้างความชอบธรรมในการยุบสภา จะยิ่งแสดง “ความเหี้ยน” ออกมาอย่างชัดเจน เพราะเป้าหมายควรเป็นการช่วยให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ ไม่ใช่เปิดทางให้กลุ่มที่ต้องการล้มล้างรัฐธรรมนูญเข้ายึดอำนาจ

"ดร.ธาริตา อินทนาม" - ควรให้เวลาผู้นำแก้ปัญหา - อย่าด่วนตัดสินจากคลิปที่ไม่มีผลทางกฎหมาย

อ.ดร.ธาริตา อินทนาม อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่า ประเด็นคลิปเสียงควรถูกตั้งคำถามในกรอบของ “การเมืองประชาธิปไตย” ไม่ใช่ใช้ความโกรธชั่ววูบไปสร้างกระแสเกลียดผู้นำเพียงเพราะเป็นลูกของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ตนเองไม่ชอบ

เธอระบุว่า แม้นายกรัฐมนตรีอาจมีถ้อยคำที่ฟังดูอ่อนน้อมจนบางคนมองว่า “เสียศักดิ์ศรี” แต่หากพิจารณาโดยรอบด้าน ยังไม่มีความเสียหายจริงเกิดขึ้น ไม่มีสงคราม ไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีการประกาศกฎอัยการศึก และรัฐบาลก็ยังไม่ได้ดำเนินการใดที่ลดทอนอธิปไตยไทยอย่างเป็นทางการ

“ผู้นำประเทศที่ลดศักดิ์ศรีตัวเองได้เพียงเพื่อไม่ให้เกิดการเสียเลือดเสียเนื้อ ยังไงก็ควรให้เขาได้มีโอกาสแก้ไข” เธอกล่าว พร้อมเตือนว่า คลิปเสียงไม่ใช่เอกสารราชการ ไม่มีผลผูกพัน และแม้นายกฯ อยาก “ขายชาติ” อย่างที่ถูกกล่าวหา ก็ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง เพราะทุกนโยบายต้องผ่านการกลั่นกรองจากสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ดร.ธาริตา ยังชี้ว่า เราอาจโกรธเพราะรู้สึกอับอายที่เห็นผู้นำ “อ่อนข้อ” ต่อเพื่อนบ้านที่เคยหักหลัง แต่ความอับอายนั้นไม่ควรผลักให้ประเทศเข้าสู่วงจรสงครามโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

ทั้งนี้ แม้สังคมยังถกเถียงเรื่องความเหมาะสมของการเจรจาในคลิปเสียงหลุด แต่นักวิชาการหลายฝ่ายย้ำชัดว่า ประเทศไทยควรใช้สติและกลไกทางการเมืองอย่างสภาเป็นเครื่องมือจัดการปัญหา มากกว่าการยุบสภาอย่างฉับพลันหรือเปิดทางให้กองทัพเข้ามาแทรกแซง ความเห็นต่างสามารถถกเถียงได้ แต่อย่าปล่อยให้ความแตกแยกเปิดประตูสู่การล้มระบอบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการเตือน แพทองธาร อย่ายุบสภา หวั่นเปิดทางรัฐประหาร ชี้สังคมไทยควรตั้งสติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...