โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ต้องเป็นคนแบบไหน ถึงจะถูกเรียกว่า'คนขายชาติ'และ 'ทรยศบ้านเมือง'

The Better

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 06.15 น. • THE BETTER

ในภาษาต่างๆ มีคำที่ใช้เรียก 'คนขายชาติ' ต่างๆ กันไป แต่นิยามความหมายเหมือนกัน นั่นคือ "อาชญากรรมที่เกิดจากการโจมตีอำนาจรัฐที่ตนมีความจงรักภักดี" โดยทั่วไปรวมถึงการกระทำต่างๆ เช่น การเข้าร่วมในสงครามกับประเทศบ้านเกิดเมืองนอน การพยายามโค่นล้มรัฐบาล การสอดแนมทหารประเทศตัวเอง หรือสอดแนมนักการทูตของประเทศตัวเอง หรือสอดแนมหน่วยข่าวหรองและเจ้าหน้ทาที่รัฐของตนโดยเป็นการทำงานให้กับอำนาจต่างประเทศที่เป็นศัตรู หรือการพยายามสังหารประมุขของรัฐ

ในภาษาอังกฤษเรียกคนขายชาติหรือการขายชาติว่า Treason บางครั้งใช้คำว่า traitor (ผู้ทรยศ) โดยคำว่า Treason และ traitor มาจากคำในภาษาละตินว่า tradere ซึ่งแปลว่า "ส่งมอบหรือส่งมอบต่อ" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาจากคำว่า "traditors" ซึ่งหมายถึงบรรดาบาทหลวงและชาวคริสต์ที่หักหลังเพื่อนร่วมศาสนาด้วยการส่งมอบพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์หรือมอบตัวเพื่อนชาวคริสต์ของตนให้กับทางการโรมันภายในยุคที่มีการข่มเหงชาวคริสต์ในรัชสมัยของจักรพรรดิไดโอคลีเชียนระหว่างปี ค.ศ. 303 ถึง 305

ในกฎหมายอังกฤษ การทำ Treason มีโทษด้วยการแขวนคอ ตัดร่างและแบ่งเป็น 4 ส่วน (ชาย) หรือเผาทั้งเป็น (หญิง) โทษเหล่านี้ถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1814, 1790 และ 1973 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม รัฐชาติยุคปัจจุบันก็ยังกำหนดโทษการทำ Treason ด้วยการประหารชีวิต เช่น บราซิล บางประเทศกำหนดให้จำคุกตลอดชีวิต เช่น ฟินแลนด์

ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา มาตรา III หมวด 3 ระบุไว้ดังนี้ "การก่อกบฏ (ขายชาติ) ต่อสหรัฐอเมริกาประกอบด้วยการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกา หรือในการยอมจำนนต่อศัตรู ให้ความช่วยเหลือและความสะดวกสบายแก่พวกเขาเท่านั้น บุคคลใดจะถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อกบฏ เว้นแต่จะมีพยานสองคนให้การเป็นพยานในคดีเดียวกัน หรือสารภาพต่อศาลอย่างเปิดเผย รัฐสภาจะมีอำนาจในการประกาศโทษฐานก่อกบฏ แต่ผู้กระทำความผิดฐานก่อกบฏจะไม่กระทำการทุจริตเลือดหรือริบทรัพย์สิน ยกเว้นในช่วงที่บุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่"

มาตรา 275 ของประมวลกฎหมายอาญาของรัสเซีย ซึ่งปรับปรุงเมื่อเดือนเมษายน 2023 ได้ให้คำจำกัดความของการทรยศชาติ (ขายชาติ) ว่า "การจารกรรม การเปิดเผยความลับของรัฐ หรือความช่วยเหลืออื่นใดที่ให้แก่รัฐต่างประเทศ องค์กรต่างประเทศ หรือตัวแทนของรัฐเหล่านั้นในกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความมั่นคงภายนอกของสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งกระทำโดยพลเมืองของสหพันธรัฐรัสเซีย" โทษคือจำคุกตั้งแต่ 12 ปีถึงตลอดชีวิต มาตราต่อมากำหนดให้มีความผิดเพิ่มเติมต่อความมั่นคงของรัฐ เช่น การกบฏด้วยอาวุธและการยึดอำนาจโดยใช้กำลัง

สำหรับประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างจีน คำว่า 'ชายชาติ' ปรากฏอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์มากมาย แต่ในยุคปัจจุบันนิยมใช้คำว่า 'ฮั่นเจียน' (汉奸) ที่หมายถึงการกระทำชั่ว (奸) ต่อชาวฮั่น (汉) หรือชาวจีนนั่นเอง

ในพจนานุกรมภาษาจีนสมัยใหม่ ได้ให้คำจำกัดความว่า "เดิมหมายถึงพวกอันธพาลในกลุ่มชาติพันธุ์ฮั่น แต่ปัจจุบันโดยทั่วไปหมายถึงคนในชาติจีนที่ยอมจำนนต่อผู้รุกรานและขายผลประโยชน์ของชาติ" และในพจนานุกรมภาษาประจำชาติฉบับแก้ไขใหม่ ได้ให้คำจำกัดความว่า "ผู้ที่ยินดีขายประเทศเพื่อประโยชน์ส่วนตัว"

ในช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่นหรือยุคสาธารณรัฐจีน เฉินเจียเกิง (陈嘉庚) ที่เป็นชาวจีนโพ้นทะเลในมาเลเซีย ได้เสนอต่อรัฐบาลแห่งชาติที่ฉงชิ่งว่า "หากพูดถึงสันติภาพก่อนที่ศัตรูจะถอนตัวจากดินแดนของเรา คนพวกนี้ควรได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นคนทรยศ (คนขายชาติ) ต่อประเทศ" ข้อเสนอนี้ได้รับการรับรองโดยการประชุมปรึกษาการเมืองแห่งชาติครั้งที่ 2 และถูกเรียกว่า "ข้อเสนอที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยโบราณและสมัยใหม่ ทั้งในจีนและต่างประเทศ"

ในปี 1938 รัฐบาลสาธารณรัฐจีนได้ตรากฎหมาย "ระเบียบการลงโทษผู้ขายชาติ" ซึ่งระบุว่า "ผู้ขายชาติจะต้องถูกตัดสินประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต" ภายหลังการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลยังได้ออก "คำสั่งเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สินของอาชญากรสงคราม ผู้ทรยศ นักการเมืองเจ้าพ่อ และนักปฏิวัติต่อต้าน" (1951) ต่อมาในปี 1979 กรณีขายชาติปฏิบัติตาม "กฎหมายอาญาของสาธารณรัฐประชาชนจีน" ในอาชญากรรมต่างๆ เช่น การขายชาติ (มาตรา 91) การสมคบคิดเพื่อโค่นล้มรัฐบาล และการแบ่งแยกประเทศ (มาตรา 92)

นอกจากนี้ มาตรา 102 แห่งกฎหมายอาญา ยังมีกำหนดโทษคนขายชาติไว้ดังต่อไปนี้ "ผู้ใดสมคบคิดกับรัฐต่างประเทศเพื่อก่อให้เกิดอันตรายต่ออธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความมั่นคงของสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตามกำหนดไม่น้อยกว่า 10 ปี"

สำหรับผู้ที่ถูกตราหน้าว่า 'ขายชาติ' ในประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่ก็เช่น หวางเค่อหมิ่น (王克敏 ค.ศ. 1879–1945) ผู้ร่วมมือกับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และช่วยก่อตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลของสาธารณรัฐจีน (หรือรัฐบาลปกครองตนเองจีนเหนือ) ที่สนับสนุนญี่ปุ่น หลังสงคราม เขาถูกรัฐบาลสาธารณรัฐจีนจับกุมและถูกพิจารณาคดีในข้อหากบฏ แต่กลับฆ่าตัวตายก่อนที่การพิจารณาคดีจะสิ้นสุดลง

วางจิงเว่ย (汪精衞 ค.ศ. 1883–1944) นักการเมืองฝ่ายซ้ายของพรรคก๊กมินตั๋งและอดีตผู้ช่วยใกล้ชิดของซุนยัตเซ็น ผู้สนับสนุนการเจรจาสันติภาพระหว่างสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง เขาจัดตั้ง 'รัฐบาลแห่งชาติจีนภายใต้จัดระเบียบใหม่' เพื่อสนับสนุนญี่ปุ่นในหนานจิงด้วยความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น หลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ไม่นาน รัฐบาลก๊กมินตั๋งภายใต้การนำของเจียงไคเชกก็ย้ายเมืองหลวงกลับไปที่หนานจิง ทำลายหลุมศพของวางจิงเว่ยและเผาร่างของเขา ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ได้รับการรำลึกถึงด้วยศาลาเล็กๆ ที่ระบุว่าหวางเป็นคนขายชาติ

จางไห่เผิง ( 张海鹏 ค.ศ. 1867–1949) ขุนพลใตภาคอีสานของจีนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพญี่ปุ่น และต่อมาเป็นนายพลแห่งกองทัพจักรวรรดิแมนจูกัว (รัฐหุ่นเชิดของญี่ปุ่นในภูมิภาคอีสานของจีน) เขาเป็นผู้นำกองทัพแมนจูกัวต่อสู้กับกองทัพอาสาสมัครต่อต้านญี่ปุ่น หลังจากการล่มสลายของแมนจูกัวใน 1945 เขากลายเป็นผู้หลบหนีโดยการซ่อนตัวในเทียนจิน แต่เขาถูกพบตัว พิจารณาคดี และตัดสินประหารชีวิตในปักกิ่งในข้อหากบฏในปี 1949

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ฮุน มานี รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาและประธานสหภาพสหพันธ์เยาวชนกัมพูชา (UYFC) ทักทายประชาชนระหว่างการเดินขบวนแสดงความสามัคคีซึ่งจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการกระทำของรัฐบาลกัมพูชาในข้อพิพาทพรมแดนล่าสุดกับประเทศไทย ในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 (ภาพถ่ายโดย TANG CHHIN Sothy / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...