โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“พระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 4” ถึงเจ้านายกัมพูชา กับคำแนะนำการเมืองจากลุงสู่หลาน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น.
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

“พระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 4” ถึงเจ้านายกัมพูชา กับคำแนะนำการเมืองจากลุงสู่หลาน

หลังการเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี”หรือนักองค์ด้วง อดีตกษัตริย์ของกัมพูชา (ครองราชย์ พ.ศ. 2383-2403) บ้านเมืองภายในก็มีความปั่นป่วนระหว่างพระราชโอรส ว่าด้วยเรื่องทรัพย์มรดก ระหว่าง “องค์พระนโรดมพรหมบริรักษามหาอุปราช”หรือ นักองค์ราชาวดี (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร) และ นักองค์วัตถา(หรือนักองค์ศรีวัตถา)

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้การเมืองภายในเกิดการแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือ “องค์พระนโรดมพรหมบริรักษามหาอุปราช”และ “องค์พระหริราชดนัยไกรแก้วฟ้า” หรือ นักองค์สีสุวัตถิ์ (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์) ส่วนอีกฝ่ายคือกลุ่มของนักองค์วัตถาและสนองโสจางวางมีมโนแก้ว ผู้เป็นน้าของนักองค์วัตถา

ด้วยเหตุการณ์นี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงมีพระราชหัตถเลขาถึงนักองค์ราชาวดี และนักองค์สีสุวัตถิ์ ว่าด้วยความเห็นและคำแนะนำต่าง ๆ ในศึกการเมืองครั้งนี้ ซึ่งทางฝั่งสยามสนับสนุนนักองค์ราชาวดีเพื่อขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ของกัมพูชาต่อไป

เรื่องราวที่ปรากฏใน พระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 4

รัชกาลที่ 4 ทรงกล่าวถึงเรื่องนี้ใน “พระราชหัตถเลขา ที่ ๕ พระราชหัตเลขา ถึงองค์พระนโรดมแลองค์พระหริราชดนัย ณ กรุงกัมพูชา”ได้ความอย่างสรุปว่า

พระองค์ทรงทราบถึงเรื่องที่นักองค์ราชาวดี นักองค์สีสุวัตถิ์ มีปัญหากับนักองค์วัตถา ในตอนแรกรัชกาลที่ 4 ทรงมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าให้นักองค์วัตถา และนักองค์ศิริวงศ์ พระราชโอรสอีกพระองค์ของนักองค์ด้วงเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ เครือข่ายของกลุ่มที่สนับสนุนนักองค์วัตถาก็จะไม่มีที่พึ่ง และก็จะเข้าอ่อนน้อมกับฝ่ายนักองค์ราชาวดีเช่นเดิม

ทว่าอำนาจของสนองโสจางวางมีมโนแก้วกลับเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พระองค์ก็ทรงเห็นว่ากำลังของเมืองอุดงมีไชย ซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจขององค์พระนโรดมฯ น่าจะพอต่อกรสู้ได้

แต่ผ่านไป รัชกาลที่ 4 กลับทรงไม่ได้ใบบอกจากสองพี่น้องแห่งกัมพูชา และทรงทราบทีหลังว่ากลุ่มสนองโสเริ่มกำเริบมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ทรงสงสัยว่าสรุปแล้วเมืองอุดงมีไชยสามารถสู้ได้จริง หรืออยากจะสู้จริงหรือไม่

ขณะนั้นนักองค์วัตถากับพวกเข้ามาอยู่ที่เมืองพระตะบอง แม้จะมีใบบอกจากกรุงเทพฯ ให้นักองค์วัตถาเข้ามายังกรุงเทพฯ แต่ก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าเจ็บป่วย รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้แต่งกองทัพไปยังเขมรเพื่อหวังจะสร้างความยำเกรง

แต่อีกด้านหนึ่ง ก็ทรงมองว่าอาจจะเป็นการสร้างความวิตกให้กับกลุ่มนักองค์ราชาวดี กลัวจะมองว่ากรุงเทพฯ หันไปให้การสนับสนุนนักองค์นักวัตถา ดังปรากฏในหลักฐานว่า

“เพราะเห็นใบบอกของเธอนั้นก็ห่างไป เป็นที่ให้คำนึงว่าพวกสนองโสจะเกลี้ยกล่อมกันสกัดหนทางปิดเสีย ไม่ให้ใบบอกมาได้กระมัง เมื่อเป็นดังนี้การก็ควรที่กรุงเทพฯ จะแต่งกองทัพ ให้แม่ทัพมีกำลังเป็นที่ยำเยงเกรงกลัวของพวกเขมรที่วุ่นวายคุมไพร่ออกไปอยู่ที่เมืองพระตะบอง

แล้วส่งตัววัตถากับศิริวงศ์ เข้ามา แลกำราบพวกเมืองพระตะบอง เสียให้คงอยู่ในการสำหรับเมืองพระตะบอง โดยปรกติอย่าให้พลอยอ้อแอด้วยวัตถาไป แต่เพราะไม่ได้ให้เธอทั้ง 2 รู้ก่อน ว่าจะให้กองทัพออกไปนั้นด้วยความประสงค์ดังว่านี้

ก็วิตกไปว่า ถ้ารีบให้กองทัพออกไปเมืองพระตะบองโดยเร็ว เกลือกพวกเธอจะเห็นไปว่าที่กรุงเทพฯ ก็เข้าด้วยวัตถาให้กองทัพออกไปช่วยวัตถา”

เวลาผ่านไปไม่นาน ราชสำนักกรุงเทพฯ ก็ได้ใบบอกจากฝั่งนักองค์ราชาวดี ว่าอยากขอให้กองทัพสยามไปช่วย เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงทราบก็ยินดียิ่ง และ “จัดให้เจ้าพระยามุขมนตรีศรีสุนทรบวรราชมหามาตยาธิบดี อภัยพิริยบรากรมพาหุ ที่สมุหานายกในพระบวรราชวัง กับพระยาสิงหราชฤทธิไกร ยุตินัยเนติธาดามหาประเทศาธิบดี อภัยพิริยบรากรมพาหุ ผู้รักษากรุงเก่า คุมไพร่พลพอสมควรเป็นกำลัง”

เอาให้เพียงแค่ข่มขวัญเขมรที่เข้าพวกฝั่งพระตะบองรู้จักเกรงกลัว

กองทัพเหล่านี้ได้ไปช่วยกลุ่ม นักองค์ราชาวดี ซึ่งขณะนั้นได้ยกครอบครัวและไพร่พลมากมายจากเมืองอุดงมีไชยไปอยู่ที่เมืองโพธิสัตว์ และรัชกาลที่ 4 ก็ทรงคาดว่าศึกครั้งนี้คงจะเจรจากันได้ ไม่ควรใช้อาวุธสู้รบกัน

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์หน้างาน ให้นักองค์ราชาวดีกับขุนนางเขมรไปติดสินใจร่วมกับฝ่ายกองทัพสยามกันเอาเอง

นอกจากนี้ รัชกาลที่ 4 ยังทรงให้คำแนะนำเรื่องเมืองท่า พระองค์ทรงมองว่า “เมืองกำปอดนั้นเป็นเมืองท่าน ลูกค้าต่างประเทศจอดเรือค้าขายแลมีฝรั่งอังกฤษขึ้นตั้งห้างค้าขายอยู่ก็มาก ข้าพเจ้ามีความวิตกอยู่ว่า เมื่อเขมรเมืองดอนกระด้างกระเดื่องแกเธอทั้ง ๒ ดังนี้

เกรงจะมีโจรผู้ร้ายใจกำเริบเข้าปล้นฤๅแย่งชิงลูกค้าวานิชที่เข้ามาจอดเรือค้าขาย แลตั้งห้างค้าขายอยู่ที่เมืองนั้น ให้เขาเสียสิ่งของเป็นอันตรายต่างๆ

เมื่อเป็นดังนี้ เจ้าของทรัพย์เขาจะไปร้องแก่เมืองเดิมของเขา ให้แต่งผู้รับบังคับมาต่อว่าที่กรุงเทพฯ แลให้พามาต่อว่าให้เธอทั้ง ๒ เสียเงินใช้ให้ก็จะเป็นการยากลำบากนัก”

พระองค์จึงทรงให้ขุนนางสยามนำเรือ 2 ลำไปช่วยรักษาเมืองกำปอด เพื่อไม่ให้โจรมาปล้นชิงหรือทำร้ายพ่อค้าต่างชาติ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อฝ่ายนักองค์ราชาวดีในเวลาต่อมา

รัชกาลที่ 4 ยังทรงให้คำแนะนำอีกมากมาย ทั้งเรื่องการใช้ฝีปากเพื่อโน้มน้าวชาวเขมร โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ากับนักองค์วัตถา ความสำคัญของการมีอาวุธในมือ การที่สยามจะส่งอาวุธให้ไปต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ

ก่อนพระองค์จะกล่าวไว้ในตอนท้าย ๆ ว่า

“จดหมายนี้ข้าพเจ้าให้มาถึงเธอทั้ง ๒ ก็เป็นการนอกธรรมเนียมเหมือนกับลุงป้าอาว์น้าให้มาถึงหลานเพราะเห็นแก่องค์สมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดีผู้บิดา เคยรักใคร่สนิทกันมาแต่ก่อนมิใช่เป็นแต่นับถือสามัญว่าเป็นเจ้าประเทศราชเมืองขึ้นเท่านั้น

บัดนี้องค์สมเด็จพระหริรักษ์ฯ หาชีวิตไม่แล้ว บุตรชายหญิงมีอยู่เท่าไร ข้าพเจ้ารู้จักตัวดีก็ดี ไม่รู้จักตัวก็ดีข้าพเจ้าเมตตาปรานีหมดทุกคน คิดว่า เหมือนลูกหลานของตัวเป็นความสัตย์ความจริงท้องตราตามอย่างธรรมเนียมก็ได้ให้มีมาฉบับ ๑ ด้วยแล้ว”

ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในพระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่ 4 ที่ทรงมีถึง “นักองค์ราชาวดี-นักองค์สีสุวัตถิ์” แห่งกัมพูชา ในยามวิกฤต

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระฯ, 2347-2411. พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมครั้งที่ 1. [ม.ป.ท.]:โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม, 2496. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:193197.

https://vajirayana.org/พระราชพงศาวดาร-กรุงรัตนโกสินทร์-รัชชกาลที่-๔/๙๖-เรื่องเมืองเขมร

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 มิถุนายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 4” ถึงเจ้านายกัมพูชา กับคำแนะนำการเมืองจากลุงสู่หลาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...