โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ออกแล้วกว่า 1,000 คน!! ผู้ว่าฯ สระแก้ว เรียกประชุมด่วน สั่งเตรียมพร้อมอพยพประชาชน 4 อำเภอและรับมือตลอด 24 ชม.

77kaoded

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 20.13 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • 77Kaoded

สระแก้ว – ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ สั่งเตรียมพร้อมอพยพประชาชนใน 4 อำเภอ ตามแนวชายแดนกัมพูชา ส่วนแม่ทัพภาคที่ 1 ลงนามคำสั่งปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว แล้ว ล่าสุด คนไทยทะลักข้ามแดนกลับไทยแล้วกว่า 1,000 คน เมื่อวันที่ 24 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เดินทางมาที่บริเวณหน้าด่านถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมด่วน ที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 เพื่อวางแนวทางเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ หลังจากเกิดความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ให้พร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับในส่วนของงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว ให้เตรียมความพร้อมเรื่องรถครัวเคลื่อนที่ จุดอพยพ โดยให้เร่งเตรียมความพร้อมตั้งแต่ค่ำวันนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่อำเภอติดชายแดนกัมพูชานั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้สั่งเตรียมพร้อมอพยพประชาชนใน 4 อำเภอ คือ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ และอำเภอคลองหาด โดยให้ผู้นำชุมชน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ช่วยคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ส่วนเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 จังหวัดสระแก้ว สั่งปิดโรงเรียนที่อยู่ติดแนวชายแดน เพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์ที่ไม่มีความแน่นอนแล้ว

นอกจากนั้น สำหรับคนไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะฝั่งปอยเปต จ.บันเตียนเมียนเจย ช่วงบ่ายวันนี้ทางทหารได้เจรจาให้สามารถเดินทางกลับประเทศ โดยได้ทยอยเดินทางกลับประเทศไทยกันแล้ว ราว 300 คน ส่วนใหญ่ทำงานที่บ่อนคาสิโน เป็นแอดมินพนันออนไลน์ฝั่งเมืองปอยเปต โดยพบว่า คนไทยที่เดินทางกลับในวันนนี้ ส่วนใหญ่ทราบข่าวสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา และตั้งใจเดินทางกลับประเทศไทยเอง ก่อนที่กระทรวงการต่างประเทศจะมีการออกประกาศ ขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในกัมพูชา เดินทางออกจากกัมพูชาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็น งดเว้นการเดินทางไปยังกัมพูชาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

จากการสอบถามคนไทยบางคน ทราบว่า ในพื้นที่เมืองปอยเปตยังมีคนไทยอีกหลักร้อยคน ที่กำลังเดินทางข้ามกลับมายังประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่หนังสือเดินทางอยู่เกินแบบโอเวอร์สเตย์ หรืออยู่เกินกำหนด จึงทำให้มีปัญหา ตม.ปอยเปต ไม่ให้เดินทางกลับ ส่วนจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ วันนี้ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับ สามารถเดินทางกลับได้จนถึงช่วงเวลา 16.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ที่บริเวณหน้าด่านถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ หลังเวลา 16.00 น.เนื่องจากมีคนไทยจำนวนมากที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ ทำให้ยังคงเปิดให้มีการเดินทางข้ามแดนเรื่อย ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งเบื้องต้นว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าหลังเจรจาขอให้คนไทยสามารถข้ามแดนกลับประเทศได้ คาดว่า จะมีมากกว่า 1,000 คนแล้ว

ล่าสุด พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ลงนามคำสั่งปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยมีมาตราการให้งดการผ่านเข้า-ออกบุคคล และยานพาหนะทุกประเภท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อรับแผน “จักรพงษ์ภูวนารถ” ขณะนี้รอคำสั่ง พร้อมปฏิบัติ โดยยุทโธปกรณ์ ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้บรรจุกระสุนไว้ทั้งหมดแล้ว รอปฏิบัติการ เมื่อมีคำสั่ง

ทั้งนี้ สำหรับ 5 ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบที่สั่้งปิด ประกอบด้วย 1. จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก (โรงเกลือ) อ. อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 2. จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (หนองเอียน-สตึงบท) อ. อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 3. จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว 4. จุดผ่อนปนการค้าบ้านหนองปรือ อ. อรัญประเทศ จ. สระแก้ว 5. จุดผ่อนปนการค้าบ้านตาพระยา อ. ตาพระยา จ. สระแก้ว ซึ่งได้ปิดลง 100%

————————- ขอบคุณภาพ/มูลนิธิกู้ภัยอรัญประเทศ ,สภ.คลองลึก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...