โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สะเทือนใจเกินรับไหว พบร่าง 2 แม่ลูกกอดกันเสียชีวิต ในร้านสะดวกซื้อ หลังเขมรโจมตีปั๊ม

สยามนิวส์

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 07.29 น. • สยามนิวส์
สะเทือนใจเกินรับไหว พบร่าง 2 แม่ลูกกอดกันเสียชีวิต ในร้านสะดวกซื้อ หลังเขมรโจมตีปั๊ม

สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ศรีสะเกษ-สุรินทร์ ทหารเขมรยิงปืนใหญ่โจมตีปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลทำให้ไฟลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงจนสงบ

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.29 น. พบผู้เสียชีวิต 7 ราย โดยทั้ง 7 ราย พบว่าเสียชีวิตที่บริเวณฟุตปาธหน้าร้านสะดวกซื้อ 1 ศพ และที่บริเวณหน้าเคานต์เตอร์ 2 ศพ เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ และที่บริเวณจุดชื้อสินค้า 3 ศพ

โดยจำนวน 3 ศพที่พบตรงจุดนี้ มีลักษณะคล้ายกับแม่ลูกกำลังกอดกัน เบื้องต้นคาดว่าไม่ได้ถูกแรงระเบิดโดยตรง แต่คาดว่าถูกไฟคลอก สำลักควัน ส่วนที่หน้าปากทางออกปั๊มน้ำมัน พบเพิ่ม 1 ศพ

ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังรอเข้าตรวจสอบห้องเก็บสินค้าและห้องพักพนักงานร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เพราะประตูถูกล็อกและมีสินค้าบางส่วนถล่มลงมาปิดกั้นประตูทางเข้า จึงทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ภายในได้ว่ายังมีผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในหรือไม่

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน เพื่อรอแพทย์เวรกับตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ๆ

จากการสอบถามประชาชนที่เข้ามาใช้บริการที่ปั๊มน้ำมัน กล่าวว่า เมื่อเช้าขณะที่กำลังขับรถเข้ามาเติมน้ำมันตามปกติ ก็ได้ยินเสียงระเบิด ก่อนจะเห็นกลุ่มควันและไฟลุกไหม้ร้านสะดวกซื้อ หลังจากนั้นก็เห็นผู้คนวิ่งหนีกัน ซึ่งในตอนนั้นตนเองก็ตกใจ จึงได้รีบขี่รถหนีเอาตัวรอดเช่นกัน และจนถึงตอนนี้ตนเองยังรู้สึกหวาดกลัวและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...