โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐบาล เตือนผู้ปกครองดูแลสุขภาพเด็กไทย พบเป็นโรคอ้วน อันดับ 3 ของอาเซียน

INN News

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 02.24 น. • INN News

รัฐบาล เตือนผู้ปกครองร่วมกันดูแลสุขภาพเด็กไทย พบเป็นโรคอ้วน อันดับ 3 ของอาเซียน เดินหน้าร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น เพื่อสร้างสังคมสุขภาวะที่เข้มแข็ง ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า จากข้อมูลสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า ประเทศไทยมีเด็กที่เป็นโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน จากพฤติกรรมบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเสียชีวิตอันดับ 1 ของการเสียชีวิตทั้งหมดของคนไทยหรือเกือบ 4 แสนคนต่อปี

โดยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งจะมีการดำเนินโรคอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง อาทิ โรคเบาหวาน โรคมะเร็งต่าง ๆ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคอ้วนลงพุง

“รัฐบาล โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มุ่งส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาวะและพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ทั้งในเรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงโรคไตในกลุ่มวัยทำงาน และการปรับพฤติกรรมบริโภคของเด็กไทยเพื่อป้องกันโรค NCDs ตั้งแต่วัยเยาว์ เดินหน้าร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น สร้างสังคมสุขภาวะที่เข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ

โดยใช้แนวคิด “สามเหลี่ยมสมดุล” เสริมสร้างศักยภาพเด็กนักเรียน ให้ตระหนักต่อการสร้างเสริมสุขภาวะ ผ่านเมนูอาหารกลางวันที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ตลอดจนพัฒนาโครงการอาหารปลอดภัยในผู้สูงอายุ ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ลดอัตราของโรค NCDs โดยตั้งเป้าภายในปี 2568 จะมีการขยายผลโครงการไปสู่กลุ่มแกนนำผู้สูงอายุต่อไป” นายอนุกูล ระบุ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...